วันพุธ 26 พฤศจิกายน 2557 อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ปี 1985 กองทัพสหรัฐ ปลดระวางปืนพก M1911 เลือกปืนใหม่ ได้ เบเร็ตต้า 92S เข้าประจำการใช้รหัส M9 โดยเฉือนคู่ชิงรอบสุดท้ายคือ ซิก 226 ไปแบบฉิวเฉียด  แต่บางหน่วยงานต้องการปืนที่แตกต่าง ให้เหมาะกับสภาพของภารกิจ  ในปี 1988 จึงรับ ซิก 228 ขนาด 9 มม. ที่ตัวเล็กกว่า เบากว่า 226 ไว้สำหรับสารวัตรทหาร และเจ้าหน้าที่ในชุดแต่งกายพลเรือน ใช้รหัส M11 เทียบน้ำหนักตัวกับ M9 จะเบากว่าประมาณ 140 กรัม และตัวปืนสั้นกว่า 27 มิลลิเมตร

มาถึงวันนี้ ทั้ง M9 และ M11 ต่างปรับแบบเป็น M9-A1 และ M11-A1 ตามลำดับ โดย M9-A1 เพิ่มรางรับอุปกรณ์ ส่วน M11-A1 เพิ่มจำนวนกระสุนจากเดิม 13 นัด เป็น 15 นัด โดยมิติภายนอกเท่าเดิม

ย้อนหลังถึงต้นกำเนิดปืนซิก ในชุด P22x เริ่มจาก P220 เป็นผลงานชิ้นแรกหลังจากที่ SIG (Schweizerische Industrie-Gesellschaft) ของสวิส ย้ายฐานผลิตไปเยอรมัน ร่วมงานกับ ซาวเออร์ (J.P.Sauer & Sohn) ใช้ชื่อ ซิก-ซาวเออร์ ช่วยกันออกแบบปืนพก ไกดับเบิล/ซิงเกิล ที่ไม่ใช้คันห้ามไก ไม่มีร่องรับนกตกแบบง้างครึ่งทาง แต่เป็นคันลดนก, สมอล็อกเข็มแทงชนวน, และระบบนกสับแบบเด้งกลับ (Rebound hammer) ที่ทำให้ปืนใช้ง่ายและปลอดภัยเต็มที่

นอกจากระบบการทำงานแล้ว ซิก-ซาวเออร์ ยังใช้เทคนิคการผลิตแนวคิดใหม่ อาศัยส่วนรังเพลิงเสริมหนา เป็นสันขัดกลอนกับช่องสลัดปลอก ไม่ต้องกัดร่องขวางทั้งในลำเลื่อนและที่ลำกล้อง ตัวลำเลื่อนเองเป็นเหล็กแผ่นหนาปั๊มขึ้นรูป แล้วนำเรือนเข็มแทงชนวนมาประกอบ เชื่อมติดใส่สลักขวาง ซึ่งในระยะแรกผู้ที่คุ้นกับลำเลื่อนเหล็กชิ้นเดียวไม่ค่อยวางใจ แต่หลังจาก ซิก P220 เข้าประจำการในกองทัพสวิสตั้งแต่ปี 1975 บันทึกการใช้งานบางกระบอกผ่าน 200,000 นัด ไม่พบปัญหาด้านความแข็งแรงของลำเลื่อนแต่อย่างใด

จาก P220 ลำกล้องสี่นิ้วครึ่ง ซิก ออกรุ่น P225 ลำกล้องสั้นลงมาเหลือสี่นิ้ว ซองกระสุนเรียงเดียวจุเก้านัด ตามความต้องการของหน่วยงานตำรวจเยอรมันช่วงปลายทศวรรษ 1970 และปรับโครงปืนในยุค “เก้าลูกดก” เป็น P226 ซองกระสุนเรียงสลับฟันปลา จุ 15 นัด ลำกล้องสี่นิ้วครึ่งเท่า P220 เพื่อเข้าประกวดในโครงการจัดซื้อปืนใหม่ของกองทัพสหรัฐฯ ดังกล่าวข้างต้น แม้จะไม่ได้สัญญาซื้อล็อตใหญ่ครั้งนั้น แต่ปืนของซิกก็ได้รับความนิยมอย่างสูงในเชิงพาณิชย์

สำหรับ P228 ที่ได้รับบรรจุเป็น M11 นั้น ซิกใช้ลำกล้องกับลำเลื่อนของ P225 กับโครงปืนลูกดกของ  P226 แต่ตัดด้ามให้สั้นลง จุกระสุน 13 นัด พร้อมกับปาดส้นด้ามด้านหลังให้มน พกพาในเสื้อได้แนบเนียนกว่าด้ามเหลี่ยม เมื่อมาเป็น M11-A1 นอกจากเพิ่มจำนวนกระสุนเป็น 15 นัด ยังได้ศูนย์เรืองแสง และไกรุ่นใหม่คือ SRT (Short Reset Trigger) แตกต่างจากรุ่นเก่าคือ เมื่อยิงนัดแรก ปืนทำงานนกง้างแล้ว เพียงขยับนิ้วที่เหนี่ยวไกไปด้านหน้าเล็กน้อย เซียร์ก็จะทำงานพร้อมยิงนัดต่อไป ช่วยให้ยิงซ้ำได้เร็วขึ้น

ซิก 228 หายไปจากแค็ตตาล็อกของซิก หลายปี เพราะมีรุ่น P229 ออกมาแทน ความแตกต่างคือ P229 ใช้ลำเลื่อนเหล็กชิ้นเดียว เพื่อเพิ่มน้ำหนักสำหรับรับกระสุน .40 ที่เกิดใหม่ ตัวปืนโดยรวมเมื่อเป็นขนาด 9 มม. เหมือนกัน จะหนักกว่า P228 อยู่ประมาณ 90 กรัม และอีกจุดหนึ่งที่สังเกตได้คือ ลายกันลื่นที่ลำเลื่อนของ P229 แคบกว่า ไม่แกะตลอดความกว้างเหมือน P228

ในแง่ของความทนทาน ลำเลื่อนสองชิ้นประกอบของซิกทุกรุ่น ไม่เคยพบปัญหาใด ๆ แต่หลังจากที่ผลิตลำเลื่อน P229 เป็นชิ้นเดียว ซิกปรับกระบวนการผลิตให้เหมือนกันหมด โดยเหตุผลเพื่อลดต้นทุน ยกเว้น M11 ที่กลายมาเป็น M11-A1 นี้ หากเปลี่ยนกระบวนการผลิตต้องทดสอบใหม่หมด ซิกจึงใช้วิธีเดิมตามที่ได้รับอนุมัติเมื่อครั้งทดสอบแต่แรก

โดยรวม ซิก M11-A1 เป็นปืนพก 9 มม. ที่เหมาะกับการใช้งานลักษณะพกพาติดตัว ได้ทั้งแบบพกซองนอก และพกในใช้เสื้อปิดทับแนบเนียน ระบบความปลอดภัยดีมาก ใช้งานสะดวกด้วยคันลดนก  ไม่ต้องสับสนกับคันนิรภัยหรือห้ามไก พร้อมยิงนัดแรกทันทีด้วยระบบไกดับเบิลเหมือนปืนลูกโม่ เมื่อปืนทำงานแล้วจะเป็นซิงเกิล ไกเบาและคมให้เล็งหวังผลได้  ติดศูนย์เรืองแสงมาให้พร้อม การทำงานไว้ใจได้เต็มที่ ความแม่นยำดีมาก สำหรับผู้ที่เคยเสาะหา ซิก 228 สามารถเลือก M11-A1 แทนได้เลย.

ข้อมูลสรุป SIG-Sauer M11-A1

ขนาดกระสุน 9 มม. พาราฯ (9x19 mm.) ความจุ 15 นัด

มิติ ยาวxสูงxหนา : 180x137x36 มิลลิเมตร

ลำกล้องยาว 9 มม. (3.9 นิ้ว)

น้ำหนัก 825 กรัม พร้อมซองกระสุน

แรงเหนี่ยวไก ดับเบิล 4550 กรัม (10 ปอนด์) ซิงเกิล 2000 กรัม (4.4 ปอนด์)

วัสดุ เหล็ก (ลำกล้อง, ลำเลื่อน), อะลูมินั่มอัลลอยด์ (โครงปืน)

ลักษณะใช้งาน ปืนต่อสู้อเนกประสงค์ น้ำหนักเบาเพื่อการพกพา

ตัวเลือกอื่น Beretta 92 Compact, CZ P-01

ดร.ผณิศวร ชำนาญเวช


Tags:

บทความที่เกี่ยวข้อง


แบ่งปัน

จำนวนคนดู 40,410 ครั้ง

แสดงความคิดเห็น