วันศุกร์ 25 เมษายน 2557 อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสียชีวิตของ นายกระแสร์ พลอยกลุ่ม ด้วยอาการหัวใจล้มเหลว เมื่อวันที่ 12 ต.ค. 55 ที่ผ่านมา หลายคนอาจจะไม่รู้จักว่า นายกระแสร์ คือใคร?? แต่คนในแวดวงสื่อสายอาชญากรรม หรือบรรดาคนในวงการสีกากี อาจจะพอคุ้นเคยชื่อนี้บ้าง!! เพราะนายกระแสร์ คือแพะใน คดีฆาตกรรมเชอร์รี่แอน เป็นเหยื่อคนสุดท้ายจากทั้งหมด 4 คน ปัจจุบันเสียชีวิตทั้งหมดแล้ว 

พ.ต.อ.ณรัชต์  เศวตนันทน์  อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม  ได้เดินทางไปร่วมงานฌาปนกิจศพนายกระแสร์ เหยื่อคดีเชอร์รี่แอน ที่จบชีวิตเป็นรายสุดท้ายหลังจากเพื่อน ๆ ที่ตกเป็นแพะรายอื่นบางคนจบชีวิตในคุกและบางคนติดโรคร้ายออกมาเสียชีวิตนอกคุก ผู้เสียหายในคดีเชอร์รี่แอน ถือเป็นเหยื่อหรือ “แพะ” ในคดีอาญาที่ถูกจับคุมขังโดยไม่ได้ทำผิด

คดีฆาตกรรมเชอร์รี่แอน ดันแคน เนื้อหารายละเอียดค่อนข้างมาก นอกจากนี้คดียังค่อนข้างสลับซับซ้อนมีผู้เกี่ยวข้องมากมายเพราะต่อเนื่องกันนานหลายปี เคยถูกนำไปดัดแปลงถ่ายทอดเป็นบทภาพยนตร์ไทยก่อนหน้านี้มาแล้ว แต่เปิดแฟ้มคดีเก่าฯ เนื้อที่ค่อนข้างน้อยจึงขอนำมาสรุปบางช่วงบางตอนมานำเสนอ โดยเฉพาะประเด็น เกี่ยวกับเรื่องผู้บริสุทธิ์ที่กลายเป็น “แพะรับบาป” อยู่ในคุกนานหลายปี กว่าความจริงจะถูกเปิดเผยในภายหลัง

ย้อนกลับไปกว่า 26 ปีที่ผ่านมา ช่วงเย็นวันที่ 22 ก.ค. 2529 หลังจากที่เด็กหญิงวัย 16 ปี ลูกครึ่งไทย-อเมริกัน น.ส.เชอร์รี่แอน ดันแคน เลิกเรียนที่โรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งย่านพระโขนง และกำลังจะกลับบ้านพัก แต่แล้วก็ได้หายตัวไปอย่างลึกลับ หลังจากโดยสารรถแท็กซี่ ญาติต้องไปแจ้งความที่ สน.พระโขนง กระทั่งเวลาผ่านไป 3 วัน มีคนพบศพเธออยู่ในป่าดงแสม ต.บางปูใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ในเบื้องต้นตำรวจ สภ.เมืองสมุทรปราการ ตั้งประเด็นการเสียชีวิตน่าจะถูกคนร้ายลวงมาฆ่าเพื่อชิงทรัพย์และข่มขืน การสืบสวนสอบสวนติดตามจับกุมผู้กระทำความผิดจึงเริ่มต้นขึ้น แน่นอนเป็นที่สุดว่า การปะติดปะต่อจิ๊กซอว์สำคัญเพื่อหาตัวคนร้าย ตำรวจต้องเริ่มจากการขุดคุ้ยมูลประวัติของผู้ตายค่อนข้างละเอียดไล่เรียงความสัมพันธ์ของผู้เสียชีวิตกับบรรดาคนใกล้ตัว

กระทั่งมีการพุ่งเป้าไปที่ นายวินัย ชัยพานิช หรือ เสี่ยวินัย ซึ่งเป็นผู้อุปการะและมีความสัมพันธ์เป็นพิเศษกับเชอร์รี่แอน  แนวทางการสอบสวนพบเคยมีปัญหาระหองระแหงกัน เนื่องจากผู้ตายเริ่มมีหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกันมาติดพัน ต่อมาตำรวจไปได้พยานปากสำคัญ คือ คนขับรถสามล้อที่อ้างตัวว่า เห็นกลุ่มผู้ต้องหาอุ้มเหยื่อออกมาจากบ้านเสี่ยวินัย  หลังจากนั้นจึงมีการแถลงข่าวจับกุมนายวินัย พร้อมลูกน้องอีก 4 คนดำเนินคดี ประกอบด้วย 1. นายรุ่งเฉลิม หรือเฮาดี้ กนกชวาลชัย 2. นายพิทักษ์ ค้าขาย  3. นายกระแสร์ พลอยกลุ่ม และ 4. นายธวัชชัย กิจประยูร

ในที่สุดอัยการสั่งฟ้องลูกน้องของนายวินัย ทั้ง 4 คน ส่วนนายวินัย รอดตัวเพราะพยานหลักฐานไม่เพียงพอ ศาลชั้นต้นพิพากษาประหารชีวิตจำเลยทั้ง 4 คน อย่างไรก็ดีญาติพี่น้องจำเลยทั้ง 4 คน เดินหน้าต่อสู้คดี ได้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลจังหวัดสมุทรปราการ กระทั่งศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องจำเลยทั้งหมด แต่ให้ขังระหว่างรอฎีกาอีก 6 ปี  จากนั้นปี 2536 ศาลฎีกาจึงมีคำพิพากษาว่าทั้งหมดเป็นผู้บริสุทธิ์

แต่คดีนี้ค่อนข้างสลดใจอย่างมาก เพราะก่อนจะมีคำตัดสินทั้งหมดคือผู้บริสุทธิ์ นายรุ่งเฉลิม เสียชีวิตเพราะหัวใจวายภายในคุก ส่วนนายพิทักษ์ และนายธวัชชัย  ได้รับอิสรภาพไม่นานก็เสียชีวิตอย่างน่าสงสารเนื่องจากติดโรคมาจากระหว่างถูกคุมขัง ส่วนนายกระแสร์ ที่รอดชีวิตเพียงคนเดียวก็ต้องพิการเนื่องจากกระดูกสันหลังร้าว สุดท้ายต้องมีการรื้อฟื้นคดีกันใหม่อีกครั้ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ออกคำสั่งที่ 658/2542 ลงโทษข้าราชการตำรวจที่มีส่วน กระทำผิดวินัยร้ายแรง ปั้นพยานเท็จ ให้ร้ายผู้บริสุทธิ์ มีคำสั่งให้ออกจากราชการ ส่วนคนขับสามล้อที่มาให้การเท็จ ศาลพิพากษาจำคุก 8 ปี

นอกจากนี้ตำรวจกองปราบปราม เข้ามารับผิดชอบในการคลี่คลายคดีใหม่ จนสามารถติดตามจับกุมคนร้ายตัวจริง คือนายสมัคร ธูปบูชาการ และนายสมพงษ์ บุญฤทธิ์ และมีผู้รู้เห็นอีก 2 คน ที่ให้เบาะแสในการจับกุม ตำรวจกันไว้เป็นพยาน คดีนี้มีการต่อสู้จนถึงศาลฎีกาตัดสินให้จำคุกตลอดชีวิต ขณะที่ผู้จ้างวานเป็นสาวใหญ่นามสกุลดัง ศาลชั้นต้นตัดสินประหารชีวิต แต่ต่อสู้คดีทั้งชั้นอุทธรณ์และฎีกาตามลำดับ กระทั่งศาลฎีกายกฟ้อง เนื่องจากหลักฐานไม่เพียงพอ

ส่วนฝ่ายผู้บริสุทธิ์ ที่ตกเป็นจำเลยของสังคม เป็น “แพะรับบาป” ยาวนานกว่า 6 ปี รวมทั้งการต่อสู้เรียกร้องสิทธิต่าง ๆรวมกว่า 10 ปี ทางแพ่งและอาญา ในที่สุดศาลแพ่งชั้นต้นก็พิพากษาให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชดใช้ให้แก่ผู้เสียหายในคดีนี้เป็นเงินกว่า 26 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย 7.5% ต่อปี รวมทั้งหมดกว่า 38 ล้านบาท เบื้องต้นสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะอุทธรณ์ แต่นายกรัฐมนตรีได้แนะนำให้ถือเป็นบทเรียนของตำรวจไทย ทุกอย่างจึงจบลง

ที่สำคัญเป็นคดีตัวอย่างที่ส่งผลให้มี พ.ร.บ. ค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ.2544 เกิดขึ้น เพื่อให้ความช่วยเหลือเยียวยาผู้เสียหายที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด!!.  

ผาณิต นิลนคร รายงาน

บทความที่เกี่ยวข้อง


แบ่งปัน

จำนวนคนดู 141,061 ครั้ง

แสดงความคิดเห็น