วันพฤหัสบดี 24 เมษายน 2557 อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ยังมีรัฐธรรมนูญอีก 2 ฉบับที่ประกาศใช้ในเดือนธันวาคม แต่ครั้งนี้จะยกเอามาคุยเฉพาะฉบับที่ประกาศใช้ตอนช่วงหลังของเดือน นั่นก็คือรัฐธรรมนูญฉบับวันที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2521 และรัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็เป็นรัฐธรรมนูญที่บังคับใช้อยู่นานเกือบ 13 ปี นับว่าเป็นเวลานานเป็นอันดับที่สอง รองจากรัฐธรรมนูญฉบับที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2475

แต่ก็มิได้หมายความว่ารัฐธรรมนูญฉบับวันที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2521 จะเป็นรัฐธรรมนูญที่ดีมากอะไรนัก กระนั้นการที่เป็นรัฐธรรมนูญที่ออกมาเพื่อจะฟื้นสร้างระบอบประชาธิปไตยอีกครั้ง หลังเหตุการณ์วันที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2519 ที่มีการยึดอำนาจล้มรัฐบาลโดยกำลังสำเร็จมาถึง 2 ครั้ง ในเวลาเพียง 2 ปี จึงเป็นรัฐธรรมนูญที่จะเปิดทางให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอีกครั้งหนึ่ง

ประชาธิปไตยในเมืองไทยก็ล้มลุกคลุกคลานมาหลายหน

มีคนมองว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นผลของการประนีประนอมระหว่างคณะปฏิวัติหรือคณะทหารผู้ยึดอำนาจที่ต้องการจะอยู่ในอำนาจต่อไปอีกระยะเวลาหนึ่งกับบรรดานักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งที่จะเข้ามาแบ่งปันอำนาจปกครอง

คณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญนี้ที่ตั้งขึ้นมาเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2520 จำนวน 35 คน จึงน่าสนใจและดูจะได้รับการยอมรับพอสมควร

ประธานคณะกรรมาธิการเป็นอดีตตุลาการและอาจารย์ทางด้านกฎหมายที่มีชื่อเสียงดี คือ ศาสตราจารย์จิตติ ติงศภัทิย์ ส่วนจากฝ่ายนักการเมืองได้แก่ หัวหน้าพรรคการเมืองที่มีอยู่แล้วก่อนการล้มรัฐบาลและล้มรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2519 ได้แก่ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช หัวหน้าพรรคกิจสังคม พลตรีประมาณ อดิเรกสาร หัวหน้าพรรคชาติไทย พล.อ.อ.ทวี จุลทรัพย์ หัวหน้าพรรคธรรมสังคม นายแพทย์กระแส ชนะวงษ์ หัวหน้าพรรคพลังใหม่ นายบุญชนะ อัตถากร หัวหน้าพรรคพลังประชาชน อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ก็มีนางแร่ม พรหมโมบล พ.ต.อ.กฤช สังขะทรัพย์ นักวิชาการที่ชำนาญเรื่องรัฐธรรมนูญก็มีศาสตราจารย์ไพโรจน์ ชัยนาม นักรัฐศาสตร์สำคัญก็คือ ศาสตราจารย์กมล ทองธรรมชาติ คณบดีคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมีนักการทูตสำคัญคือ นายกนธีร์ ศุภมงคล ส่วนนักกฎหมายเด่นก็มี นายกมล วรรณประภา อดีตอธิบดีกรมอัยการ และสองนักกฎหมายจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา คือ นายอมร จันทรสมบูรณ์ กับนายมีชัย ฤชุพันธ์ุ

การมีรัฐธรรมนูญฉบับวันที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2521 นี้ได้นำไปสู่การเลือกตั้งในวันที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2522 แต่ก็เป็นการเลือกตั้งทั่วไปที่ยังไม่ยอมให้มีพรรคการเมือง นักการเมืองรวมตัวกันได้เป็นกลุ่มการเมืองเท่านั้น เพราะไม่มีกฎหมายว่าด้วยพรรคการเมืองออกมาบังคับใช้ จึงมีคนเห็นว่าทำให้พรรคการเมืองอ่อนแอ

ผลของการเลือกตั้งในวันที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2522 ก็ไม่มีกลุ่มการเมืองใดได้เสียงข้างมาก และในวันที่เลือกตั้งก็มีการแต่งตั้งสมาชิกวุฒิสภา ตามรัฐธรรมนูญจำนวน 3 ใน 4 ของจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่จะมีขึ้นจากการเลือกตั้ง

หลังการเลือกตั้งแล้ว แม้พลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้นจะไม่ได้ลงเลือกตั้งก็ตามที ก็ยังได้รับการเสนอชื่อกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศ เกิดรัฐบาล “เกรียงศักดิ์ 2” ต่อมาได้ เพราะเสียงสนับสนุนในรัฐสภาที่มีสมาชิกวุฒิสภาจำนวนถึง 3 ใน 7 ของจำนวนสมาชิกรัฐสภาได้ทำให้พลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ ได้มีเสียงสนับสนุนมาก บทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญได้เปิดทางให้คณะทหารมีบทบาททางการเมืองต่อไปอีกได้อย่างน้อยก็ 4 ปี

แต่ที่น่าสังเกตคือ ความแตกต่างอย่างเด่นชัดของรัฐธรรมนูญฉบับนี้กับฉบับอื่น ๆ ที่เคยมีมาจนถึงวันนี้คือการกำหนดให้เขตเลือกตั้งเป็นเขตใหญ่ทั้งจังหวัด มีเพียงกรุงเทพฯ ที่กำหนดให้แบ่งเป็นเขตใหญ่ 3 เขต และให้มีการเลือกตั้งยกเขตเป็นแบบ “พวงใหญ่” เบอร์เดียวกันทั้งเขต

นั่นก็คือรัฐธรรมนูญยังกำหนดให้ประชาชนเลือกผู้แทนราษฎรตามรายชื่อในบัญชีของพรรคการเมือง ดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 90 และ 91 ดังนี้

มาตรา 90 วรรคสองบัญญัติว่า “การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้ถือเขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง เว้นแต่กรุงเทพมหานคร ให้แบ่งเลือกตั้งออกเป็นสามเขต.......”

แบ่งเขตอย่างนี้ก่อนหน้านี้เคยกำหนดมาแล้ว แต่ที่กำหนดในมาตรา 91 ถือได้ว่าเป็นของใหม่

มาตรา 91 วรรคหนึ่งบัญญัติว่า “การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้ออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งเป็นคณะตามบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองส่งเข้าสมัครรับเลือกตั้งนั้น”

แต่ในการเลือกตั้งในวันที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2521 การบังคับใช้มาตรา 90 และ 91 ที่ว่านี้ยังได้รับการยกเว้นตามบทเฉพาะกาลการเลือกตั้ง “พวงใหญ่” เบอร์เดียวจึงมีใช้อยู่ครั้งเดียว เมื่อหมดเวลาบทเฉพาะกาลได้แก่การเลือกตั้งซ่อมในกรุงเทพมหานครที่จะต้องมีการเลือกตั้งผู้แทน 2 คน ในเขตเดียวกัน แต่การเลือกตั้งแบบพวงใหญ่เบอร์เดียวก็มีอยู่เพียงครั้งนั้นเท่านั้น เพราะได้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญในเรื่องนี้กลับมาเป็นเขตเลือกตั้งขนาดเล็กและได้ผู้ชนะเรียงตามคะแนน

รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2521 นี้มีชีวิตอยู่มาจนถึงวันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2534 จึงถูกคณะทหารเข้ามาล้มทั้งรัฐธรรมนูญและรัฐบาล.

นรนิติ เศรษฐบุตร

บทความที่เกี่ยวข้อง


แบ่งปัน

จำนวนคนดู 12,398 ครั้ง

แสดงความคิดเห็น