วันพฤหัสบดี 30 ตุลาคม 2557 อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เทียบกับปืนพกระบบ 1911 ที่ผลิตต่อเนื่องกันมากว่าร้อยปี กล็อก (Glock) จัดว่าเป็นผู้ผลิตหน้าใหม่ในวงการปืน คือจดทะเบียนบริษัทเมื่อปี ค.ศ. 1963 และผลิตปืนพกรุ่นแรกคือ กล็อก 17 (Glock 17) ออกขายในปี ค.ศ. 1982 และใช้เวลาเพียง 10 ปีสามารถทำยอดขายได้ถึง 350,000 กระบอก ณ วันนี้กล่าวได้ว่าปืนกล็อกกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของปืนพกต่อสู้ มีใช้กันแพร่หลายในหน่วยงานทหารตำรวจทั่วโลก

กล็อก ใช้เลขรหัสแบบไล่เรียงกันไปตามลำดับที่ผลิตออกสู่ตลาด จากรุ่นแรก
กล็อก 17 (เป็นสิทธิบัตรใบที่ 17 ของบริษัท, จุกระสุน 17 นัด และผ่านข้อกำหนด 17 ข้อของกองทัพออสเตรีย) ต่อด้วย 18, 19… จนถึง 39 ในปัจจุบัน  ซึ่งตัวเลขรุ่นไม่มีความเกี่ยวข้องกับปีผลิต ขนาดตัวปืน ขนาดกระสุน วัสดุ หรือการแต่งผิวแต่อย่างใด และรุ่นที่ได้รับความนิยมสูงสุด ก็คือ กล็อก 19 ที่จะแนะนำในสัปดาห์นี้ครับ

จากกล็อก 17 ที่โรงงานตั้งใจทำให้เป็นปืนทหารพกซองนอกใช้ลำกล้อง 4.5 นิ้ว มาเป็นกล็อก 19 ลำกล้องสั้นลงเหลือ 4 นิ้ว  ด้ามสั้นลงเล็กน้อย  ความจุซองกระสุนลดลงเหลือ 15 นัด (เทียบกับปืน 9 มม. ลูกดกดั้งเดิม คือเบรานิงก์ ไฮเพาเวอร์ จุ 13 นัด)  กลายเป็นจุดที่ลงตัวพอดี เจ้าหน้าที่ในเครื่องแบบใช้พกซองคาดเข็มขัดได้ และเมื่อแต่งนอกเครื่องแบบก็ยังพอจะพกแบบใช้เสื้อปิดทับได้ไม่ใหญ่เกินไป ด้านความแรงของกระสุนก็แทบไม่ต่างจากลำกล้อง 4.5 นิ้วของรุ่นใหญ่ เนื่องจากกระสุน 9 มม. พาราฯ ใช้ดินขับเผาไหม้เร็ว ไม่จำเป็นต้องใช้ลำกล้องยาว

ระบบกึ่งอัตโนมัติของปืนกล็อกทำงานด้วยแรงรีคอยล์ตามแบบของเบรานิงก์   ใช้ส่วนรังเพลิงขัดกลอนกับช่องสลัดปลอก ท้ายลำกล้องกระดกลงเพื่อปลดกลอนควบคุมด้วยผิวเอียงใต้รังเพลิง  ซึ่งเป็นระบบมาตรฐานที่ผู้ผลิตปืนทั้งหลายนิยมใช้กันมากที่สุด สิ่งที่สร้างความแตกต่างให้ปืนกล็อก คือโครงปืนเป็นโพลิเมอร์  มีเหล็กเสริมเฉพาะจุดที่รับลำเลื่อนและกลไกควบคุมการยิง ช่วยให้น้ำหนักโดยรวมเบากว่าปืนขนาดตัวเท่า ๆ กันที่ใช้โครงอัลลอยด์ประมาณ 100 กรัม และระบบจุดชนวนที่ใช้เข็มพุ่งกระแทก ไม่มีนกสับ  ทำให้แนวลำกล้องลดเตี้ยลงมาใกล้กับง่ามมือ ช่วยให้ควบคุมปืนขณะรีคอยล์ได้ดี ยิงซ้ำได้เร็ว

ไกของปืนกล็อก โรงงานเรียกว่าระบบ “เซฟ แอ๊คชั่น” (Safe Action) คือเมื่อบรรจุกระสุนดึงลำเลื่อนขึ้นลำแล้ว เข็มแทงชนวนจะไม่ง้างสุด   เพียงแต่ขยับถอยเล็กน้อยมาเกาะกับเซียร์  จากตำแหน่งนี้ปืนจะไม่ลั่นเองโดยเด็ดขาด เมื่อต้องการยิงก็เพียงเหนี่ยวไก  สะพานไกจะดึงเข็มแทงชนวนถอยหลังมาจนสุดทาง  สปริงเข็มอัดแรงเต็มที่แล้วจึงปล่อยเข็มพุ่งไปจุดชนวน ไกไม่หลุดคมเหมือนไกปืน “ซิงเกิล แอ๊คชั่น” (Single Action) แต่ก็ยังเบากว่าและช่วงลากสั้นกว่าไกในระบบ “ดับเบิล แอ็คชั่น” (Double Action) ที่เหนี่ยวไกให้นกง้างจากตำแหน่งยิงแล้วได้

มักมีคำถามด้านความปลอดภัยของปืนกล็อก เนื่องจากไม่มีห้ามไก หรือคันนิรภัย ที่เห็นก็เพียงกระเดื่องหน้าไก ซึ่งนิ้วที่แตะหน้าไกจะกดกระเดื่องนี้เข้ามา เหมือนปลดห้ามไกโดยอัตโนมัติ แต่จากการออกแบบให้เข็มแทงชนวนไม่ง้างจนกว่าจะเหนี่ยวไกลากยาวเข้ามา และยังมีแท่งขวางไม่ให้เข็มแทงชนวนเดินหน้า ซึ่งจะเลื่อนเปิดทางให้ก็ต่อเมื่อเหนี่ยวไกเข้ามาเท่านั้น ทำให้ปืนไม่มีโอกาสลั่นได้เลยไม่ว่าจะถูกกระทบกระแทกรุนแรงขนาดไหน มีทางเดียวที่ปืนจะลั่นก็คือเหนี่ยวไกยิง

กล็อก 19 ที่ปัจจุบันเรียกว่า Gen 4 คือปรับแบบรุ่นที่ 4  (Generation 4) เปลี่ยนขนาดด้ามเล็กกลางใหญ่ได้ ตามใจผู้ซื้อ ปุ่มปลดซองกระสุนกลับซ้ายขวาได้  มีรางสำหรับติดไฟฉายหรือเลเซอร์ช่วยเล็ง   จัดเป็นปืนต่อสู้ป้องกันตัวที่พิสูจน์แล้วว่า แม่นยำ ทนทาน ดูแลง่าย ใช้งานง่ายคล่องตัวสูง สำหรับเจ้าหน้าที่ใช้ได้ทั้งในและนอกเครื่องแบบ หรือสำหรับประชาชนทั่วไปเป็นปืนเฝ้าบ้านป้องกันตัวที่ดีมาก. 

ดร.ผณิศวร ชำนาญเวช


Tags:

บทความที่เกี่ยวข้อง


แบ่งปัน

จำนวนคนดู 466,983 ครั้ง

แสดงความคิดเห็น