วันพุธ 22 ตุลาคม 2557 อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

“เด็กอายุ 0-5 ขวบเราจัดไว้ให้เป็นช่วงวัยทองของชีวิตเป็นช่วงวัยแห่งการพัฒนาของสมอง เป็นพื้นฐานของการสัมผัส รับรู้และเรียนรู้ในด้านต่าง ๆ ที่ส่งผลต่อเด็ก เป็นทฤษฎีแห่งโอกาสที่พ่อแม่ต้องให้ทั้งความรักและส่งเสริมด้านพัฒนาการ หนังสือสำหรับเด็กช่วยส่งเสริมเขาได้ ปัจจุบันผู้จัดพิมพ์หนังสือสำหรับเด็กออกมามีเนื้อหาน่าสนใจและรูปเล่มที่สวยงาม แต่ต้องยอมรับว่าในเด็กบางพื้นที่ของประเทศไทยขาดโอกาสที่จะได้อ่านหนังสือเหล่านี้” สุดใจ พรหมเกิด ผู้จัดการแผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน สำนักงานสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) บอกถึงความสำคัญของหนังสือที่มีต่อเด็กในวัยนี้ แม้ในความเป็นจริงเด็กในวัยนี้จะอ่านหนังสือยังไม่คล่อง แต่พ่อแม่ช่วยได้ด้วยการอ่านหนังสือให้ลูกฟัง เพราะหนังสือช่วยให้เด็กเกิดแรงบันดาลใจ นำความสุข 3 ระดับสู่เด็กคือความเพลิดเพลิน ความมีสติปัญญา รู้จักคิดไตร่ตรองวิเคราะห์ ซึ่งหนังสือแต่ละประเภทมีประโยชน์ต่างกัน เด็กที่อ่านการ์ตูนจะเป็นเด็กที่มีเหตุและผล หนังสือประเภทวรรณกรรมทำให้เกิดการตกผลึกในตัวเองเข้าใจความเป็นมนุษย์ ที่ผ่านมาแผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่านฯ ได้ร่วมกับนักวิชาการ นักจิตวิทยา ร่วมคัดสรร 108 หนังสือดี เปิดหน้าต่างแห่งโอกาสในการพัฒนาเด็กปฐมวัย เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างสังคมในการอ่านของเด็กไทย

ผู้จัดการแผนงานสร้างเสริมวัฒน ธรรมการอ่าน สำนักงานสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)  กล่าวอีกว่า อยากเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนการแจกแท็บเล็ตให้กับเด็กป.1 น่าจะเป็นเด็กที่โตกว่านี้จะเหมาะกับสื่อชนิดนี้ ขณะเดียวกันรัฐบาลควรพิจารณานโยบายการให้หนังสือเล่มแรกกับเด็กแรกเกิดเพื่อสร้างความเป็นธรรมในสังคมเช่นเดียวกับการได้รับวัคซีนโปลิโอและวัคซีนป้องกันโรคอื่น ๆ สำหรับเด็กไทย

ทั้งนี้ในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติครั้งที่ 40 ที่ผ่านมา กลุ่มใจสนุก เครือข่ายการ์ตูนไทยสร้างสุข และสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯได้จัดกิจกรรม “น้ำลดน้ำใจผุด”ขึ้น โดยมีกิจกรรม อาทินิทรรศการผลงานการ์ตูนเกี่ยวกับน้ำท่วม การจำหน่ายหนังสือการ์ตูนทำมือโดยรวมผลงานของนักการ์ตูน โดยนำรายได้จากการจัดกิจกรรมครั้งนี้ นำไปจัดซื้อหนังสือที่เหมาะสมสำหรับเด็กปฐมวัยและระดับประถมศึกษา เพื่อส่งมอบไปยังเด็ก ๆในโรงเรียนพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม ผลจากการจัดงานครั้งนั้นมีจำนวนหนังสือเข้าร่วมมากกว่า 500 เล่ม รวมยอดเงินบริจาคและหนังสือมีมูลค่าประมาณ 100,000 บาท  ล่าสุดได้จัดพิธีส่งมอบไปเมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา

วรพันธ์ โลกิตสถาพร นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การช่วยเหลือเกื้อกูลเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้โลกใบนี้น่าอยู่ ทาง สมาคมฯ ได้เปิดพื้นที่ในการทำกิจกรรมเพราะมองว่าในอนาคตน้อง ๆ ที่เป็นผู้รับจะมีส่วนสร้างชาติ  ต่อไป

“ระดับการอ่านสัมพันธ์กับเรื่องของเศรษฐกิจ ทำให้เด็กขาดโอกาสที่จะเข้าถึงหนังสือขณะเดียวกันมีสื่ออื่นโดยเฉพาะสื่อไอที คอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ตมาแย่งเวลาอ่านหนังสือของเด็กไป ดังนั้นการสร้างสภาพแวดล้อม ชุมชน บ้าน คือหัวใจสำคัญที่จะปลูกฝังเรื่องการรักการอ่าน ขณะเดียวกันทางสมาคมมุ่งมั่นที่จะผลิตหนังสือที่ทันสมัยมีเนื้อหาที่น่าสนใจ” นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย ระบุ

ด้าน ศกุนตลา สุขสมัย นักวิชาการศึกษาชำนาญการพิเศษ สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กล่าวว่า เหตุการณ์น้ำท่วมที่ผ่านมาพบว่ามีโรงเรียนที่ถูกน้ำท่วมประมาณ 2,600 แห่งเป็นโรงเรียนที่ได้รับความเสียหายต่อห้องสมุดประมาณ 650 แห่ง ส่วนใหญ่อยู่ในโรงเรียนประถมศึกษาร้อยละ 88 อยู่ในจังหวัดปทุมธานี  พระนครศรีอยุธยา นนทบุรี และนครสวรรค์ โดยเกณฑ์มาตรฐานด้านจำนวนหนังสือที่ (สพฐ.) กำหนดให้ทุกห้องสมุดต้องมีคิดต่อจำนวนนักเรียนคือ 1 ต่อ 5 นักเรียน 100 คน ต้องมีหนังสือในห้องสมุดไม่ต่ำกว่า 500 เล่ม ดังนั้นความต้องการหนังสือในห้องสมุดของโรงเรียน สพฐ.ยังมีอีกมาก

การสร้างสังคมแห่งการอ่านต้องร่วมกันทุกมิติในช่วงวัยดังกล่าวจึงเหมาะต่อการพัฒนาการทางด้านอารมณ์ สังคม และสติปัญญา ข้อมูลทางวิชาการระบุว่าเมื่อผ่านไปการเรียนรู้ของเด็กก็จะยากขึ้น.


Tags:

บทความที่เกี่ยวข้อง


แบ่งปัน

จำนวนคนดู 10,316 ครั้ง

แสดงความคิดเห็น