วันเสาร์ 23 สิงหาคม 2557 อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

นอกจากเกมในสนามแล้ว อีกประเด็นที่น่าสนใจ ในอภิมหาแมตช์ระหว่าง “ผีแดง” กับ “สิงห์สำอาง” สุดสัปดาห์นี้ ก็คือ เวย์น รูนีย์ ที่เป็นเหมือน “ชายกลาง” ระหว่างทั้ง 2 ทีม เพราะแม้ตัวจะอยู่กับ “ผี” แต่เหมือนกับว่าใจของเขาได้ลอยไปอยู่กับ “สิงห์” เรียบร้อยแล้ว มันจึงน่าสนใจอย่างยิ่งว่า รูนีย์ จะมีบทบาทแค่ไหนในเกมนี้ และสุดท้ายแล้วอนาคตของ “ชายกลาง” ผู้นี้จะไปจบลงตรงที่ใด?

 

ชายกลาง?


แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ เชลซี ต่างทำผลงานได้ดีในช่วงแรกของฤดูกาล แต่ประเด็นสำคัญระหว่างทั้ง 2 ทีมตอนนี้ไม่ใช่เรื่องในสนาม แต่เป็นเรื่องนอกสนามของ

เวย์น รูนีย์

นินทากันหลายปากแถวโอลด์ แทรฟฟอร์ดว่า ตอนนี้หัวใจของ รูนีย์ ล่องลอยไปอยู่ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ เรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงร่างกายเท่านั้น ที่ยังสวมยูนิฟอร์มผี

ขณะที่ โฮเซ มูรินโญ ก็ยังแสดงความเป็นคนตรง และไม่เคยปิดบังว่ายังคงรอคอย ไอ้หมูรูน อยู่เสมอ จนกว่าจะถึงนาทีสุดท้าย (ซึ่ง เฮียมู ใช้คำว่า “ของชีวิต” ด้วยซ้ำ)

แต่ เดวิด มอยส์ ก็ยังยืน นั่ง และนอนยันเป็นกระต่ายขาเดียวเหมือนเดิมว่าหัวหอกหน้างอไม่ได้มีเอาไว้ขาย และจะไม่ปล่อยออกจากทีมในช่วงซัมเมอร์นี้

มันจึงยังคงเป็นสถานการณ์ที่ลักลั่นกันอยู่ และแม้แต่ใครที่ว่าแน่ก็ยังไม่กล้าฟันธงว่าสุดท้ายแล้ว อนาคตของ เวย์น รูนีย์ จะไปจบลงที่ไหน

ดังนั้น ศึกพรีเมียร์ลีก นัดอภิมหาแมตช์ ที่มาเร็วเกินคาด ระหว่าง ผีแดง กับ สิงห์สำอาง ที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด ในคืนวันจันทร์นี้ คนที่จะถูกจับตามองมากที่สุดย่อมหนีไม่พ้นรูนีย์ อย่างไม่ต้องสงสัย และน่าสนใจเหลือเกินว่า รูนีย์ จะมีบทบาทแค่ไหนในเกม

แต่ถ้าวิเคราะห์กันตามเนื้อผ้าแล้ว ถึงแม้ว่าความสามารถของ รูนีย์ จะไม่เป็นที่สงสัย แต่ด้วยฟอร์มอันไฉไลของทั้ง 2 ทีม รูนีย์ อาจจะไม่ใช่ของจำเป็นชนิดขาดไม่ได้

สำหรับ แมนฯ ยูไนเต็ด มอยส์ แทบจะไม่ได้ใช้งาน รูนีย์ ในช่วงปรีซีซั่น และถึงแม้จะส่งลงสนามเป็นตัวสำรอง ในเกมเปิดฤดูกาลกับ สวอนซี แต่ก็ไม่มีบทบาทมากนัก และลงมาตอนที่เกมเหมือนจะขาดไปแล้ว

การปลุกผี แดนนี เวลเบค ให้กลับมาแจ้งเกิดเต็มตัวถือเป็นผลงานชิ้นโบแดงของ มอยส์ ทำให้เมื่อรวมกับแนวรุกคนอื่นที่ลงตัวอยู่แล้ว โดยเฉพาะกับ โรบิน ฟาน เพอร์ซี ที่ยิงเป็นเข้า ทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่ต้องมี รูนีย์ ก็เป็นผู้ชนะได้

ส่วน เชลซี ยิ่งไม่ต้องพูดถึง เพราะแนวรุก และกองหน้าเต็มทีมไปหมดจนแทบจะไม่มีที่ลงอยู่แล้ว การได้หรือไม่ได้ใครมาเสริมทัพในช่วงใกล้ตลาดวายจึงไม่ใช่เรื่องสำคัญเท่าไหร่

และต่อให้ได้มาจริง รูนีย์ ก็ต้องแย่งชิงตำแหน่งกับนักเตะตีนพระกาฬอีกหลายคน จนอาจจะมีโอกาสลงสนามน้อยกว่าอยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ก็เป็นได้

ดังนั้น อาจพอสรุปในขั้นต้นได้ว่า ไม่ว่ามีหรือไม่มี รูนีย์ ทั้ง เชลซี และ แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ใช้ชีวิตอยู่ต่อไปได้โดยไม่เดือดร้อนเท่าไหร่ และคนที่จะไม่มีความสุข และอนาคตไม่แน่นอนก็คือเจ้าตัวเองนั่นแหละ

และสุดท้ายแล้ว ถ้าหากยังไม่รีบเคลียร์ตัวเองให้เรียบร้อย ทั้งหัวใจ และร่างกายว่าจะเอายังไง รูนีย์ อาจสูญเสียเวลา 1 ปี ไปเปล่า ๆ โดยที่ไม่ได้อะไรกลับมาเลย

เพราะความเป็น “ชายกลาง” ที่ไม่ยอมตัดสินใจอะไรสักอย่างของตัวเอง.

 

********************************

 

หงส์แรงไม่เลิกบุกซิววิลลา ปืนไม่ฟื้นเต็มที่ก็เจ๊าฟูแลม ทอฟฟี่น่าเปิดรังอัดแบกกีส์

 

ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ หวดกันเป็นสัปดาห์ที่ 2 หลังสร้างความสนุกสนานให้แฟนบอลทั่วโลกไปแล้ว ในเกมแรก เมื่อสัปดาห์ก่อน ซึ่งมีทั้งทีมที่ทำผลงานดีน่าจับตามอง และทีมที่ยังต้องปรับปรุงด่วน มาถึงสัปดาห์นี้ มีคู่ไหนที่น่าสนใจ และความน่าจะเป็นของเกมจะเป็นยังไง ไปปรีวิวกันเลย.....

 

กัปตันเจมี

++++++++++++++

 

ฟูแลม-อาร์เซนอล
สนาม : คราเวน คอตเทจ
เวลา : 18.45 น.
ถ่ายทอดสด : ซีทีเอช สเตเดี้ยม 1

มาร์ติน โยล ผู้จัดการทีม “เจ้าสัวน้อย” ฟูแลม ได้นักเตะใหม่ที่น่าสนใจมาหลายคน ล่าสุดคือ สกอตต์ ปาร์คเกอร์ กองกลางจอมเก๋า ที่ซื้อมาจาก สเปอร์ ขณะที่ ดาร์เรน เบนท์ ที่ยืมมาจาก แอสตัน วิลลา ก็มีโอกาสเป็นตัวจริงในเกมนี้ แต่มีปัญหาคือจะไม่มี มาร์เทน สเตเคเลนเบิร์ก นายทวารตัวใหม่ ที่ไหล่เดี้ยงจากเกมแรก จนต้องพักถึงกลางเดือนหน้า ขณะที่ คีแรน ริชาร์ดสัน ก็ยังไม่พร้อม แต่มีลุ้นได้ อเล็กซ์ คาชานิคลิช หายเจ็บเอ็นหลังหัวเข่ากลับมาสู่ทีม

การจัดทัพในเกมนี้ โยล จะส่ง เดวิด สตอคเดล ลงเฝ้าเสาแทน สเตเคเลนเบิร์ก ส่วนกองหลังยังมี เบรเด ฮันเกลันด์ กับ อารอน ฮิวจ์ส เป็นตัวหลัก โดยมี ยอห์น อาร์เน รีเซ กับ ฟิลิปป์ เซนเดอรอส คอยสอดแทรก ขณะที่ แผงกลาง ปาร์คเกอร์ น่าจะได้โอกาสลงตัวจริงทันที ส่วนตัวใหม่อย่าง ดีเร็ค บัวเต็ง ก็พร้อมลง เช่นเดียวกับ เดเมียน ดัฟฟ์ และ พาทิม คาซามี ส่วนเกมรุกมีตัวเลือกเพียบ ทั้ง ไบรอัน รุยซ์, อเดล ทารับต์ และ ฮูโก โรดาเยกา แต่ยังมี ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ เป็นหลักเหมือนเดิม ส่วน เบนท์ อาจจะได้ประเดิมสนาม

ด้าน อาร์เซน เวนเกอร์ ผู้จัดการทีม “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล จนถึงตอนนี้ ก็ยังไม่ได้นักเตะใหม่มาร่วมทีม นอกจาก ยายา ซาโนโก ทำให้ต้องเข็นทีมชุดเก่าลงเล่นต่อไป แถมมีปัญหานักเตะบาดเจ็บเพียบ ล่าสุด โลรองต์ กอสเซียลนี กับ วอจเซียค เชสนี ก็มาเจ็บจากเกมแชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อกลางสัปดาห์ ขณะที่ อเล็กซ์ ออกซ์เลด แชมเบอร์เลน, มิเคล อาร์เตตา, อาบู ดิยาบี รวมถึง โธมัส แฟร์มาเลน ลงไม่ได้แน่นอนอยู่แล้ว ยังดีที่ นาโช มอนเรอัล พร้อมกลับมาช่วยทีมได้อีกครั้งแล้ว

ส่วนนักเตะที่มีอาการบาดเจ็บรบกวนเล็กน้อย และไม่สมบูรณ์นัก น่าจะต้องลงช่วยทีมทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น อารอน แรมซีย์, โทมัส โรซิคกี, บาการี ซานญา และ คีแรน กิบบ์ส โดย เวนเกอร์ น่าจะยึดชุดเดิมเป็นหลัก โดยแดนหลังมี แพร์ แมร์เตซัคเกอร์ เป็นตัวหลัก แต่ต้องเช็กอาการ กอสเซียลนี อีกครั้งว่าจะไหวหรือไม่ ขณะที่แผงกลางใช้ แจ็ค วิลเชียร์ ทำเกมร่วมกับ ธีโอ วัลคอตต์ และ ซานติ กาซอร์ลา ส่วนกองหน้าวาง โอลิวิเยร์ ชิรูด์ เป็นหน้าตัวเป้า

ความน่าจะเป็นของเกม : ถือเป็นงานหนักอึ้งสำหรับ อาร์เซนอล เพราะนอกจากนักเตะจะน้อยแล้ว ยังเพิ่งกรำศึกหนักในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อกลางสัปดาห์ด้วย แตกต่างกับ ฟูแลม ที่กำลังคึกเต็มที่ เพราะได้นักเตะใหม่ที่น่าสนใจหลายคน แถมเกมแรกชนะนอกบ้าน ทำให้เกมนี้กลับมาเล่นในบ้านจึงจัดหนักเต็มที่ และน่าจะเป็นเกมที่เปิดแลกกันสนุก เพราะเป็นบอลบุก และกองหลังไม่เหนียวเท่าไหร่ทั้งคู่ แต่ดูจากสภาพทีม และจิตใจนักเตะตอนนี้ ฟูแลม ไม่เป็นรอง อาร์เซนอล และน่าจะยันเสมอได้เป็นอย่างน้อย

ผลที่คาด : เสมอกัน 2-2

++++++++++++++

 

เอฟเวอร์ตัน-เวสต์บรอมวิช
สนาม : กูดิสัน ปาร์ค
เวลา : 21.00 น.
ถ่ายทอดสด : ซีทีเอช สเตเดี้ยม 1

โรแบร์โต มาร์ติเนซ ผู้จัดการทีม “ทอฟฟี่สีน้ำเงิน” เอฟเวอร์ตัน เปิดฤดูกาลด้วยการพาทีมเสมอ นอริช อย่างสนุก 2-2 ขณะเดียวกันก็ยังรักษานักเตะสำคัญอย่าง มารูยาน เฟลไลนี และ เลห์ตัน เบนส์ เอาไว้ได้ ทำให้สภาพทีมยังถือว่าโอเค นอกจากนั้น เกมนี้ยังมีโอกาสได้ ดาร์รอน กิบสัน และ โทนี ฮิบเบิร์ต กลับมาสู่ทีมอีกด้วย

ส่วนการจัดทัพในเกมนี้ มาร์ติเนซ น่าจะยึดชุดเดิมเป็นหลัก โดยมี ฟิล จากีลกา กับ ซิลแวง ดิสแต็ง ยืนเป็นเซ็นเตอร์ฮาล์ฟ ขณะที่แบ๊กก็ยังเป็น เบนส์ กับ เชมัส โคลแมน ส่วนแดนกลาง รอสส์ บาร์คลีย์ ดาวรุ่งมาแรง ที่ยิงประตูสุดสวยในเกมแรก น่าจะยึดตัวจริงต่อไป และ สตีเวน พีนาร์, ลีออน ออสแมน หรือ เควิน มิรัลลาส ก็ยังพร้อม ส่วนเกมรุกยังมี เฟลไลนี เป็นหลัก และกองหน้าตัวเป้า อาจจะสลับใช้ อารูนา โคเน หรือ เคราร์ด เดลโลเฟล ลงมาแทน นิกิชา เยลาวิช

ฝั่ง สตีฟ คลาร์ก ผู้จัดการทีม “เดอะ แบกกีส์” เวสต์บรอมวิช อัลเบียน เกมแรกแพ้ เซาแธมป์ตัน คาบ้าน 0-1 เกมนี้จึงต้องเร่งฟอร์มเต็มที่ แต่จะยังไม่มี สตีเวน รีด และ โซลตัน เกรา ที่เจ็บ แต่ที่เหลือลงได้หมด รวมถึงตัวใหม่อย่าง ดีเอโก ลูกาโน และ มาเทจ์ ไวดรา ด้วย โดยเกมรุกยังมี เจมส์ มอร์ริสัน กับ คริส บรันท์ ลงทำเกม และวาง นิโกลาส์ อเนลกา กับ เชน ลอง เป็นหัวหอกคู่กัน

ความน่าจะเป็นของเกม : เป็นเกมที่ต้องดิ้นรนสุดชีวิตกันทั้งคู่ เพราะทำผลงานไม่ได้ตามเป้าในเกมแรก แม้รูปเกมโดยรวมต้องบอกว่าดูดีทั้ง 2 ทีมก็ตาม และด้วยทรงบอล และคุณภาพทีมที่ค่อนข้างดีอยู่แล้ว ทำให้น่าจะเป็นอีกเกมคุณภาพที่สนุกทีเดียว แต่ฝ่ายไหนจะได้เฮ อยู่ที่ความคมของบรรดาแนวรุก ซึ่งดูแล้ว เอฟเวอร์ตัน มีทีเด็ดมากกว่า ทำให้เกมนี้เจ้าถิ่นไม่น่าจะแย่ถึงกับแพ้คาถิ่น และมีโอกาสลุ้นได้เฮสูง

ผลที่คาด : เอฟเวอร์ตัน ชนะ 2-1

++++++++++++++

 

วิลลา-ลิเวอร์พูล
สนาม : วิลลา ปาร์ค
เวลา : 23.30 น.
ถ่ายทอดสด : ซีทีเอช สเตเดี้ยม 1

พอล แลมเบิร์ต ผู้จัดการทีม “สิงห์ผงาด” แอสตัน วิลลา ทำทีมดูดีขึ้นอย่างชัดเจนในการคุมทีมปีที่ 2 วิลลา ถึงแม้ล่าสุดจะแพ้ เชลซี แบบน่าเจ็บใจ เมื่อกลางสัปดาห์ก็ตาม ทำให้เป็นอีกทีมที่น่าจับตามองในปีนี้ แต่เกมนี้ บิ๊กบอสเลือดสกอตต์ ยังหมดสิทธิใช้งาน นาธาน เบเกอร์ กองหลังที่เจ็บข้อเท้า ขณะที่ เคียแรน คลาร์ก ก็มาเจ็บศีรษะจากเกมกับ เชลซี จึงต้องเช็กความฟิตอีกครั้ง ถ้าหากไม่ไหวจะใช้ โยเรส โอโคเร กองหลังชาวเดนมาร์ก ลงเล่นแทน ส่วน คริส เฮิร์ด มิดฟิลด์ ก็ยังเจ็บน่อง และลงไม่ได้ แต่ ยาคูบา ซิลลา หายเจ็บแล้ว และพร้อมกลับมาเป็นตัวเลือก

สำหรับการจัดทัพในเกมนี้ แลมเบิร์ต จัดนักเตะชุดใหญ่ลงเล่นแน่นอน เพราะเป็นการเล่นในบ้านเกมแรกของฤดูกาล โดยแดนหลังยังมี รอน ฟลาร์ กับ อันโตนิโอ ลูนา แบ๊กตัวใหม่ ที่ผลงานดีใน 2 เกมแรก เป็นตัวหลัก ขณะที่แผงกลางใช้ ฟาเบียน เดลฟ์ และ แอชลีย์ เวสต์วูด เป็นตัวคุมเกม ส่วนเกมรุกก็ยังเป็น 3 ประสานอันตราย คือ คริส เตียน เบนเตเก, กาเบรียล อักบอนลาฮอร์ และ อันเดรียส ไวมันน์

ส่วน เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ผู้จัดการทีม “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล พาทีมชนะ สโตค ซิตี 1-0 ประเดิมฤดูกาลด้วยการเก็บ 3 แต้มสำเร็จ ทำให้สภาพทีมตอนนี้คึกคักมาก และแทบจะไม่มีนักเตะที่เจ็บเพิ่ม แม้ว่า เซบาสเตียน โคอาเตส กองหลังอุรุกวัย จะยังไม่พร้อมลงเล่น เพราะเจ็บหนักที่หัวเข่า จนต้องเข้ารับการผ่าตัดก็ตาม แต่ก็จะได้ อาลี ซิสโซโก แบ๊กซ้ายตัวใหม่สด ๆ ร้อน ๆ พร้อมเป็นตัวเลือกได้

“บี-ร็อด” ยังหมดสิทธิใช้งาน หลุยส์ ซัวเรซ กองหน้าเจ้าปัญหา ที่ยังติดโทษแบนเป็นนัดที่ 6 จาก 10 นัด ทำให้ ยาโก อาสปาส จะลงทำหน้าที่กองหน้าตัวเป้าต่อไป ขณะที่ตำแหน่งอื่น ก็ยังเป็นชุดใหญ่ทั้งหมด ไล่ตั้งแต่ ซิมง มิโญเลต์ ในตำแหน่งนายทวาร ส่วนกองหลังมี โคโล ตูเร ยืนเป็นหลักร่วมกับ แดเนียล แอกเกอร์ ด้านแผงกลางนำโดย สตีเวน เจอร์ราร์ด, ลูคัส เลวา และ โจ อัลเลน ส่วนแผงหน้าใช้ ฟิลิป คูตินโญ ทำเกมร่วมกับ แดเนียล สเตอร์ริดจ์ ที่ยิงประตูแรกของฤดูกาล และใช้ อาสปาส เป็นกองหน้าตัวเป้า

ความน่าจะเป็นของเกม : วิลลา เพิ่งกรำศึกหนักกับ เชลซี เมื่อกลางสัปดาห์ ทำให้อาจจะล้ากว่า แต่เป็นช่วงเปิดฤดูกาล นักเตะยังฟิตอยู่มาก จึงไม่น่าจะมีผลอะไร แต่ ลิเวอร์พูล ชั่วโมงนี้ กำลังคึกเต็มที่ แถมเล่นกันเป็นทีมได้ดี ส่วนกองหลังก็เหนียวแน่นขึ้น เมื่อได้ ตูเร มาเป็นตัวกระตุ้น และเกมรุกก็อันตรายทุกฝีก้าว ทำให้แม้จะได้เล่นในบ้าน แต่ วิลลา เจองานหนัก และโอกาสชนะไม่มากนัก เกมนี้ ลิเวอร์พูล จึงมีลุ้นกำชัยมากกว่า

ผลที่คาด : ลิเวอร์พูล ชนะ 2-1

++++++++++++++

 

โปรแกรมคู่อื่น ฮัลล์-นอริช (21.00 น. ซีทีเอช สเตเดี้ยม 2), นิวคาสเซิล-เวสต์แฮม (21.00 น. ซีทีเอช สเตเดี้ยม 3), เซาแธมป์ตัน-ซันเดอร์แลนด์ (21.00 น. ซีทีเอช สเตเดี้ยม 4), สโตค-คริสตัล พาเลซ (21.00 น. ซีทีเอช สเตเดี้ยม 5).


Tags:

บทความที่เกี่ยวข้อง


แบ่งปัน

จำนวนคนดู 10,991 ครั้ง

แสดงความคิดเห็น