วันพุธ 26 พฤศจิกายน 2557 อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ปัจจุบันมนุษย์ได้ทำลายธรรมชาติจนค่อยๆร่อยหรอลงไปอย่างรวดเร็ว นำมาซึ่งภัยพิบัติต่างๆที่ทวีความรุนแรงและเกิดซ้ำบ่อยครั้งมากขึ้นทุกวัน เป็นเหมือนสัญญาณเตือนให้ทุกคนหันมาอนุรักษ์ธรรมชาติให้มากขึ้น เพื่อช่วยคืนสมดุลให้ธรรมชาติกลับมาเป็นเกราะป้องกันและแหล่งกำเนิดชีวิตน้อยใหญ่ในทุกพื้นที่อีกครั้ง

การอนุรักษ์และคืนความสมดุลสู่ธรรมชาติสามารถทำได้หลายวิธี วันนี้ ทีมเดลินิวส์ออนไลน์ ขอแนะนำอีกหนึ่งวิธีในการคืนความสมดุลให้กับป่าไม้และภูเขาซึ่งเปรียบเสมือนแหล่งเก็บกักน้ำชั้นดี แต่ทุกวันนี้ป่าไม้และภูเขาหลายแห่งในประเทศไทยกลับแห้งแล้งและไร้ซึ่งความเขียวชอุ่มจากฝีมือคนบางกลุ่มที่เห็นแก่ตัว ทำให้ การสร้างฝายชะลอน้ำ ซึ่งเป็นหนึ่งวิธีการคืนความชุ่มชื่นให้ป่าไม้ จึงเป็นสิ่งหลายองค์กรพยายามส่งเสริมและลงมือทำอย่างจริงจัง

เอสซีจี เคมิคอลล์ เป็นองค์กรที่ให้ความสำคัญและศึกษาพร้อมปฏิบัติการสร้างฝายชะลอน้ำตั้งแต่ปี พ.ศ.2546 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งฝายชะลอน้ำที่เกิดจากการร่วมมือร่วมใจระหว่าง เอสซีจี คนในชุมชน และเครือข่ายกัลยาณมิตร ทั้งการซ่อมแซมและสร้างขึ้นใหม่ มีกระจายอยู่ตามพื้นที่ต่างๆทั่วประเทศ อาทิลำปาง เชียงใหม่ แพร่ น่าน สระบุรี กาญจนบุรี ขอนแก่น ระยอง ราชบุรี และนครศรีธรรมราช รวมทั้งหมดแล้วกว่า 40,000 ฝาย ซึ่งเอสซีจี ตั้งเป้าจะสร้างฝายชะลอน้ำให้ครบ 50,000 ฝาย ภายในปี พ.ศ.2556 เพื่อฉลองโอกาสครบ 100 ปี เอสซีจี

สำหรับข้อสงสัยที่ว่าการสร้างฝายชะลอน้ำคืนความสมบูรณ์ให้ป่าได้จริงหรือไม่ ดร.พงษ์ศักดิ์ วิทวัสชุติกุล ผู้อำนวยการส่วนวิจัยต้นน้ำ สำนักอนุรักษ์และจัดการต้นน้ำ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เปิดเผยว่า ประโยชน์จากการสร้างฝายชะลอน้ำมีอยู่มากมาย ทั้งลดความรุนแรงของกระแสน้ำ ลดการชะล้างพังทลายของตลิ่ง เมื่อน้ำไหลช้าลง ก็มีน้ำเก็บกักตามธรรมชาติมากขึ้นโดยเฉพาะในหน้าแล้ง อีกทั้งยังช่วยดักตะกอนที่ไหลมากับน้ำ ทำให้น้ำที่ลงไปสู่ชุมชนมีคุณภาพดีขึ้น ที่สำคัญช่วยให้ดินชุ่มชื้น ป่ามีความอุดมสมบูรณ์ และเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ ทำให้ป่าและดินมีความชื้นตลอดเวลาเป็นแนวกั้นไฟป่าชั้นดี

“วิธีการที่ถูกต้องของการสร้างฝายคือต้องสูงประมาณ 60 ซม. ให้มีระดับขนานไปกับท้องลำธาร วิธีการนี้จะไม่ทำให้ฝายพัง แล้วสามารถชะลอน้ำได้ค่อนข้างมีประสิทธิภาพ แต่ก็อย่าลืมว่าตัวยอดของฐานตัวล่างควรอยู่ระดับเดียวกับฐานตัวบน เพื่อที่จะให้เกิดแนวระดับมากที่สุด พอแล้วระดับมากก็จะสามารถชะลอดน้ำได้มาก แต่การซึมซับน้ำของฝายจะขึ้นอยู่กับ ท้องลำธารที่เราสร้างฝาย ถ้าตลิ่งชันมากน้ำจะซึมเข้าไปไม่ได้มาก แต่ถ้าตลิ่งสองข้างของลำห้วยค่อนข้างจะราบน้ำก็จะไปได้ไกล พอซึมซับน้ำไปได้แล้วก็จะต่อยอดไปเรื่อยๆ เพราะดินที่ชื้นกำลังดีจะมีความสามารถในการนำน้ำสูง”

ถามถึงภูมิประเทศรวมถึงวัสดุธรรมชาติที่ใช้ในการสร้างฝาย ดินทุกแบบสามารถทำฝาย ดร.พงษ์ศักดิ์  อธิบายว่า ดินทุกชนิดสามารถสร้างฝายได้ อยู่ที่ว่าจะสามารถเก็บกักน้ำได้มากน้อยเพียงใด ยกตัวอย่างเขายายดาด้านล่างจะเป็นหินหมดแทรกด้วยทราย เพราะฉะนั้นเวลาสร้างฝายไปแล้ว ช่วงแรกอาจไม่เห็นว่ามันกักเก็บน้ำได้แต่น้ำจะสะสมอยู่ในดินตลอดเวลา เพราะน้ำจะซึมลงสู่ด้านล่างหมด แต่ถ้าอีกฝั่งหนึ่งของเขายายดาที่เป็นดินเหนียว บริเวณนั้นสร้างฝายไม่นานก็จะเห็นน้ำเก็บกักอยู่ ด้านการดูดซับน้ำของต้นไม้จะขึ้นอยู่กับชนิดของต้นไม้เช่นกัน ถ้าไม้ชนิดไหนโตแล้วกินน้ำเยอะก็จะดึงน้ำไปใช้มาก ไม้ชนิดใดเป็นไม้โตช้าก็จะใช้น้ำน้อย ส่วนวัสดุที่ใช้สร้างฝายขึ้นอยู่กับแต่ละท้องถิ่น แต่จาการวิจัยพบว่าการใช้หินสร้างฝายช่วยลดแบคทีเรียได้ทำให้น้ำสะอาดขึ้น

ด้าน นายสมชาย หวังวัฒนาพาณิช ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่-ปฏิบัติการ เอสซีจี เคมิคอลส์ กล่าวว่า เอสซีจี เคมิคอลส์ ได้น้อมนำแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำมาปฏิบัติอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ภายในโครงการ “SCG รักษ์น้ำ เพื่ออนาคต” เพื่อแก้ปัญหาน้ำขาดและช่วยสร้างสมดุลให้กับระบบนิเวศในบริเวณเขายายดา ต.ตะพง อ.เมือง จ.ระยอง ซึ่งเป็นพื้นที่ทำการเกษตรที่สำคัญแห่งหนึ่งของชาวระยอง โดยดำเนินการสร้างฝายชะลอน้ำต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2550 จนถึงปัจจุบัน ตลอดระยะเวลา5ปี เอสซีจี เคมิคอลส์ ร่วมกับชุมชนและพนักงาน สร้างฝายชะลอน้ำในพื้นที่เขายายดาแล้วกว่า 2,800 ฝาย

“ในอดีตเขายายดาเปรียบเสมือนซุปเปอร์มาร์เก็ตของชุมชน ทั้งอาหาร ยา อุปกรณ์สร้างบ้าน ฯลฯ รวมถึงการบุกรุกเพื่อทำการเกษตรเลี้ยงชีพ ส่งผลให้เขายายดาเสื่อมโทรมลงทุกวัน ความชุ่มชื้นค่อยๆหายไป ปริมาณน้ำลดลง จนเกิดยุควิกฤตเขายายดาขาดแคลนน้ำ ไม่ว่าจะใช้รถขุดหรือเจาะบ่อบาดาลอย่างไรก็ไม่พบน้ำ เกิดไฟป่า แห้งแล้ง ทำให้ชาวบ้านทำการเกษตรไม่ได้ พอชาวบ้านได้รู้ถึงประโยชน์ของการสร้างฝายชะลอน้ำว่าสามารถพลิกฟื้นคืนความอุดมสมบูรณ์ให้เขายายดาได้ จึงได้ขอรับความสนับสนุนจากเอสซีจี เคมิคอลส์ เมื่อปี พ.ศ.2550”

สำหรับประโยชน์จากการสร้างฝายรอบพื้นที่เขายายดา นายสมชาย กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา การสร้างฝายชะลอน้ำรอบพื้นที่เขายายดา-เขาท่าฉุด ซึ่งมีลำน้ำจำนวน 30 สาย โดยแต่ละสายมีความยาวเฉลี่ย 800 เมตร ส่งผลให้ช่วยลดน้ำหลากได้ 1,658.39 ลบ.ม. และสามารถเพิ่มน้ำในฤดูแล้งได้ 757.95 ลบ.ม. ทำให้พื้นที่ลุ่มน้ำทั้งหมดของเขายายดา-เขาท่าฉุดสามารถเก็บกักน้ำได้เพิ่มมากขึ้นถึง 900.44 ลบ.ม. อีกทั้งยังช่วยให้ต้นไม้ที่อยู่ในส่วนของพื้นที่ชุ่มน้ำหลังการสร้างฝายชะลอน้ำ มีมวลชีวภาพเพิ่มขึ้นเป็น 23.52ตัน/ไร่ มีผลทำให้อัตราเพิ่มพูนของเนื้อไม้เพิ่มมากขึ้นเป็น 3.10 ตัน/ไร่/ปี สามารถเก็บกักก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ทั้งสิ้น 927,974 ตัน เพิ่มขึ้นจากก่อนสร้างฝาย 221 ตัน ซึ่งในแต่ละปีจะช่วยลดภาวะโลกร้อนด้วยการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 122,212 ตัน เพิ่มขึ้นจากก่อนสร้างฝาย 30 ตัน

การสร้างฝายชะลอน้ำเป็นเพียงหนึ่งวิธีในการอนุรักษ์และฟื้นฟูธรรมชาติให้กับมาอุดมสมบูรณ์เท่านั้น แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือจิตสำนึกในการอนุรักษ์ของคนในประเทศว่าพร้อมที่จะช่วยกันคนละเล็กคนละน้อย ตามวิธีที่ตัวเองถนัดเพื่อพลิกฟื้นและรักษาธรรมชาติในทุกพื้นที่ของประเทศให้คงอยู่ตลอดไปแล้วหรือยัง

ทีมเดลินิวส์ออนไลน์


Tags:

บทความที่เกี่ยวข้อง


แบ่งปัน

จำนวนคนดู 49,117 ครั้ง

แสดงความคิดเห็น