วันศุกร์ 31 ตุลาคม 2557 อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

โวยเทศบาลให้แซงคิวขณะรับเงินช่วยน้ำท่วม

เรียน คุณเอก วิภาวดี
   
หลังจากมีการประกาศผ่านเว็บไซต์เทศบาลเมืองลาดสวายให้ผู้ประสบอุทกภัยที่ยื่นเรื่องขอรับเงินเยียวยาช่วยเหลือรอบ 2 ไป โดยให้ผู้ประสบภัยไปติดต่อขอรับเงินที่วัดคลองชัน ในเวลา 08.30-16.30 น. ตามกำหนด ดังนี้ วันพฤหัสบดีที่ 11 ตุลาคม 2555 กำหนดจ่าย หมู่ที่ 1, 2, 3, 6, 7 วันศุกร์ที่ 12 ตุลาคม 2555 กำหนดจ่าย หมู่ที่ 8, 9, 10, 11 วันเสาร์ที่ 13 ตุลาคม 2555 กำหนดจ่าย หมู่ที่ 4 และวันอาทิตย์ที่ 14 ตุลาคม 2555 กำหนดจ่าย หมู่ที่ 2 ซึ่งดิฉันได้ไปตามกำหนดในวันที่ 11 ตุลาคม และเจอเรื่องไม่สบอารมณ์อย่างมากเกี่ยวกับการจัดการของเทศมนตรีเมืองลาดสวาย    
   
สิ่งที่ดิฉันพบคือ การบริหารจัดการงานล้มเหลว ตั้งแต่จุดประชาสัมพันธ์ที่คอยแจกบัตรคิว เจ้าหน้าที่จุดนี้ทำตัวเหมือนหุ่นยนต์ ได้แต่ยื่นบัตรคิวโดยไม่บอกกล่าวอะไรกับประชาชนเลย หลังได้บัตรคิวก็เดินเข้ามาในเต็นท์โดยไม่รู้ว่าขั้นตอนต่อไปที่จะต้องทำคืออะไร เพราะไม่มีใครชี้แจงหรือให้คำแนะนำ จะมีข้อมูลหน่อยก็เป็นป้ายไวนิลที่ผูกอยู่เหนือเต็นท์ ระบุข้อความว่า “ขั้นตอนการรับเงิน ขั้นตอนที่ 1 ตรวจสอบรายชื่อและลำดับที่ ขั้นตอนที่ 2 ตรวจสอบเอกสารรับเงิน” แต่คุณคะ ป้ายไวนิลพูดไม่ได้จะให้ทำอย่างไร พอมองไปโดยรอบเห็นป้ายไวนิลแยกอีกระหว่าง “ตรวจสอบรายชื่อแบบทบทวน” กับ “ตรวจสอบรายชื่อแบบตกสำรวจ” คราวนี้ก็งงไปกันใหญ่ว่าเราจัดอยู่ในแบบไหน ณ จุดนี้หลายคนก็สงสัยค่ะ แต่ไม่รู้จะถามใครเพราะจุดประชาสัมพันธ์ทำได้แค่นั่งเป็นหุ่นยนต์ ประชาชนจะสอบถามอะไรบางเรื่องก็ได้รับตอบว่าให้รอตามคิว ประชาชนอย่างเราก็ต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเองโดยการเดินเข้าไปถามคนที่คิดว่าเป็นเจ้าหน้าที่ ถึงได้รู้ว่าเราจัดอยู่ในประเภทไหน และต้องดำเนินการอย่างไรต่อไป ระหว่างคุยกับเจ้าหน้าที่คนนั้นเราได้แนะนำสิ่งที่ควรจะทำให้เป็นระบบระเบียบ เพราะกระบวนการทำงานจะได้ราบรื่นและรวดเร็ว ซึ่งเจ้าหน้าที่คนนั้นก็เห็นด้วยกับเราและบอกเราว่า “ผมเห็นด้วยตามคุณแนะนำ แต่ผมเป็นแค่ที่ปรึกษา ทำอะไรไม่ได้ ผมไม่ใช่รองนายกเทศมนตรีเมืองลาดสวายที่มีอำนาจจัดการ แต่ผมจะลองคุยให้”
   
กรณีข้างต้นแค่เบาะ ๆ แต่ที่ไม่พอใจอย่างมากคือ เจ้าหน้าที่ที่ดูแลคิวและเทศกิจที่มาช่วยดูแลคิว คนกลุ่มนี้ทำเรื่องที่น่ารังเกียจโดยให้พวกพ้องหรือคนรู้จักแซงคิวเข้าไปรับเงินก่อน โดยไม่เกรงใจสายตาประชาชนที่นั่งรออยู่ หรือไม่เกรงใจแม้กระทั่งท่านนายกเทศมนตรีเมืองลาดสวาย ที่เดินทักทายประชาชนอยู่ บอกได้คำเดียวว่ารู้สึกผิดหวังอย่างมาก    
   
ดิฉันขอฝากไปถึงท่านนายกเทศมนตรีเมืองลาดสวาย ที่ท่านพูดย้ำอยู่เสมอว่า คุยได้ ด่าได้ อยากให้ท่านดูแลการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ใต้บังคับบัญชาให้ดี เพื่อให้ประชาชนมีความรู้สึกที่ดี ๆ และได้รับความเป็นธรรม มิฉะนั้นแล้วจะหมายรวมถึงประสิทธิภาพการทำงานของท่านนายกฯ ด้วย ขอให้ดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาให้ดี และบริหารจัดการวางระบบงานเสียใหม่ ให้มีกระบวนการ ขั้นตอนที่ชัดเจน ที่สำคัญที่สุดคือต้องมีการประชาสัมพันธ์ผู้ให้ข้อมูลแก่ประชาชนที่มาติดต่อ และไม่ควรมีเหตุการณ์แซงคิวให้ประชาชนเห็นตำตาจนมีความรู้สึกไม่ดีต่อการบริการจัดการของท่านนายกฯ

ด้วยความนับถืออย่างสูง

คนลาดสวาย

การบริหารจัดการในเรื่องการให้ประชาชนผู้ประสบภัยน้ำท่วมมารับเงินเยียวยาในพื้นที่เทศบาลเมืองลาดสวายที่ผ่านมานั้น มีผู้เขียนจดหมายส่งมาถึงที่นี่ระบายความรู้สึกด้วยอารมณ์บ่จอย ก็เป็นตัวอย่างหนึ่งที่ชี้ให้เห็นว่าเรื่องประชาชาสัมพันธ์ให้แก่ประชาชนได้รับทราบขั้นตอนและข้อมูลต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับผู้ที่ได้รับเงินช่วยเหลือนั้นสำคัญที่สุด ถ้าไม่มีการจัดเจ้าหน้าที่มาประชาสัมพันธ์มาบริการให้แก่ประชาชนผู้สงสัยให้เกิดความกระจ่างและชัดเจน หรือปล่อยให้เจ้าหน้าที่จัดคิวให้พวกพ้องตนเองแซงคิวต่อหน้าต่อตาประชาชนที่รอคิวอยู่ ก็อาจจะเกิดปัญหาจนถึงขั้นประชาชนบันดาลโทสะถีบนายอำเภอได้จากเหตุการณ์การจ่ายเงินเยียวยาน้ำท่วมที่ อ.ลาดหลุมแก้ว เพราะฉะนั้นข้อคิดเห็นและข้อตำหนิของผู้เขียนจดหมายฉบับนี้ที่ฝากไปถึงท่านนายกเทศมนตรีเมืองลาดสวาย ก็หวังว่าคงจะได้รับไว้พิจารณาเพื่อแก้ไขปรับปรุงระบบทำงานในโอกาสต่อ ๆ ไปไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรในการบริการประชาชน

..........................................

เข้าไม่ถึงโครงการตามนโยบายของรัฐบาล

เรียน นายกรัฐมนตรี ผ่านมายังหนังสือพิมพ์เดลินิวส์
   
ตามที่รัฐบาลมีนโยบายต่าง ๆ เพื่อช่วยเหลือประชาชนให้มีความเป็นอยู่ที่ดี เช่น โครงการรับจำนำมันสำปะหลัง โครงการรับจำนำข้าว โครงการแทรกแซงราคายางพารา โครงการต่าง ๆ ที่ว่านั้นคนอำเภอนครไทย และอำเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลกเข้าไม่ถึงไม่ได้รับผลประโยชน์เลยสักโครงการ เพราะอยู่ไกลจากจุดรับซื้อพืชไร่ ไกลจากโรงสีที่เข้าร่วมโครงการกับรัฐบาล เช่น โครงการรับจำนำมันสำปะหลังนั้นจุดรับซื้อรับจำนำที่เข้าโครงการกับรัฐบาลอยู่ในอำเภอเมือง อำเภอวังทอง อำเภอวัดโบสถ์ ไกลกันกว่า 100 กม. โครงการรับจำนำข้าวก็เช่นกัน ไม่มีพ่อค้าในพื้นที่อำเภอนครไทย อำเภอชาติตระการเลยสักราย อยู่ต่างอำเภอกันทั้งนั้น นอกจากนี้โครงการแทรกแซงราคายางพาราก็เช่นเดียวกัน จุดรับซื้อขององค์การสวนยางหรือสหกรณ์ยางพารา จังหวัดพิษณุโลกก็ล้วนแต่อยู่ในพื้นที่อำเภอวัดโบสถ์ทั้ง 2 แห่ง ทั้ง ๆ ที่อำเภอนครไทย อำเภอชาติตระการ เป็นพื้นที่ที่มีการปลูกยางพารามากที่สุดในจังหวัดพิษณุโลก อำเภอวัดโบสถ์ เป็นอำเภอที่มีการทำนามากกว่าปลูกยางพารา แต่เหตุไฉนสหกรณ์ยางพาราจังหวัดพิษณุโลกจึงตั้งที่อำเภอวัดโบสถ์ จุดรับซื้อยางขององค์การสวนยางพารา จึงอยู่ที่อำเภอวัดโบสถ์ อยู่ไกลอยู่ในป่าลึกเสียด้วย
   
ผมเป็นเกษตรกรอำเภอนครไทย มีความรู้สึกน้อยใจเหลือเกินที่โครงการใด ๆ ก็ไม่เข้าถึงสักโครงการ เพราะต้องขนผลิตผลทางเกษตรที่ทางการเปิดโครงการรับจำนำไปถึงจุดรับซื้อไกลเกินไป ต้องเสียค่าขนส่ง บางอย่างรอนานไม่ได้เช่นมันสำปะหลัง รอเกิน 3 วันก็เน่า ต้องรีบขายไปในราคาต่ำกว่าที่รับจำนำ เป็นต้น อยากจะบอกให้รัฐบาลได้รู้ว่าโครงการต่าง ๆ ของรัฐบาลมีเกษตรกรที่เข้าไม่ถึงเยอะมาก ผมคิดว่าทั่วประเทศคงมีลักษณะคล้ายกับคนอำเภอนครไทยอีกมาก ด้วยหลักความจริงทั้งหมดนี้ ผมเกษตรกรอำเภอนครไทย และอำเภอชาติตระการ อยากให้รัฐบาล รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับโครงการรับจำนำและการแทรกแซงราคาทางการเกษตร และ ส.ส. ในพื้นที่ได้รู้ความจริง เพื่อนำไปสู่การแก้ไขให้ถูกต้อง

ขอแสดงความนับถือ

เกษตรกร

โครงการประชานิยมต่าง ๆ ของรัฐบาลชุดนี้ ส่วนใหญ่แล้วประชาชนพึงพอใจ แต่บางครั้งประชาชนในบางพื้นที่ไม่สามารถเข้าถึงโครงการได้สะดวกหรือต้องเดินทางไกล ก็อาจทำให้ประชาชนไม่พึงพอใจได้ ข้อเขียนของ “เกษตรกรนครไทย” จากจดหมายนี้ ก็ผ่านไปถึงรัฐบาลได้รับทราบเพื่อที่จะได้พิจารณาหาหนทางแก้ไขจุดบกพร่องที่เกิดขึ้น.


Tags:

บทความที่เกี่ยวข้อง


แบ่งปัน

จำนวนคนดู 10,457 ครั้ง

แสดงความคิดเห็น