วันพฤหัสบดี 24 เมษายน 2557 อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

บริษัท สมิธ แอนด์ เวสสัน นับเป็นผู้ผลิตปืนเก่าแก่รายหนึ่งของสหรัฐ คือเริ่มก่อตั้งเมื่อปี ค.ศ. 1852 ผ่านร้อนผ่านหนาวมาถึงวันนี้นับรวมได้ 160 ปีพอดี  ผลงานที่สร้างชื่อให้ สมิธฯ อย่างต่อเนื่องยาวนาน คือปืนลูกโม่ระบบที่เรียกกันว่าดับเบิลแอ๊คชั่น (double action revolver) ซึ่งหมายความว่าสามารถเหนี่ยวไกยิงได้โดยไม่ต้องง้างนกก่อน แตกต่างจากปืนลูกโม่ยุคโคบาลตะวันตกเดิม ๆ ที่กลไกเป็นแบบซิงเกิลแอ๊คชั่น (single action) ต้องง้างนกก่อนจึงจะเหนี่ยวไกยิงได้

ในกระบวนปืนลูกโม่ทั้งหมดของสมิธฯ  รุ่นที่ได้รับความนิยมสูงสุด ผลิตมากที่สุด คือรุ่นที่มีชื่อว่า มิลิทารี แอนด์ โพลิส (Military & Police) เริ่มผลิตเมื่อปี ค.ศ. 1899 เรียกย่อ ๆ ว่า “เอ็มพี” (MP หรือ M&P) ซึ่งหลังสงครามโลกเปลี่ยนมาใช้เลขรหัสแทนชื่อ คือ โมเดล 10 (Model 10) เป็นปืนลูกโม่สำหรับงานหนัก  ศูนย์ตาย โครงขนาดกลาง ใช้กระสุน .38 โม่จุ 6 นัด  มีลำกล้องให้เลือกตั้งแต่ 2 ถึง 5 นิ้ว (รุ่นปี 1902 มีลำกล้อง 6  และ 6.5 นิ้ว)   นับถึงปัจจุบัน สมิธฯ ผลิตปืนรุ่นนี้ไปทั้งสิ้นกว่า 6,000,000 (หกล้าน) กระบอก นับเป็นสถิติที่ไม่น่าจะมีปืนลูกโม่รุ่นไหนทำลายได้

หลังสงครามโลกครั้งที่สอง ปืนพกแบบกึ่งอัตโนมัติได้รับความนิยมมากขึ้นเป็นลำดับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการใช้งานทางทหาร จนในที่สุด แม้แต่วงการตำรวจที่เคยเป็นลูกค้าประจำซื้อปืนลูกโม่  ก็ปรับตัวไปใช้ปืนกึ่งอัตโนมัติกันเป็นส่วนมาก  โดยปืนที่จับตลาดตำรวจอเมริกัน ได้มากที่สุดในช่วงปรับเปลี่ยน ก็คือปืน “กล็อก” (Glock) จากออสเตรีย 

ในยุคนั้น (ทศวรรษ 1980-90) สมิธฯ มีปืนพกกึ่งอัตโนมัติอยู่ในตลาดหลายรุ่น  การทำงานเป็นแบบนกสับ ยิงนัดแรกแบบดับเบิลฯ ได้ ไม่ต้องง้างนก แรงเหนี่ยวไกประมาณ 12-14 ปอนด์  นัดต่อๆ ไปเมื่อลำเลื่อนทำงานง้างนกให้แล้วเป็นแบบซิงเกิลฯ ไกเบาลงเหลือเพียง 4-5 ปอนด์  ซึ่งกลายเป็นจุดอ่อนที่ตำรวจไม่ชอบ เนื่องจากแรงเหนี่ยวไกที่เบาลงไปอาจทำให้เจ้าหน้าที่ทำปืนลั่นโดยไม่เจตนา ตกเป็นจำเลยได้ ปืนกล็อกอาศัยความแตกต่างคือ ระบบการจุดชนวนแบบเข็มพุ่งกระแทก ไม่ใช้นกสับ น้ำหนักไกเท่ากันทุกนัด เป็นจุดขายจับตลาดตำรวจ

สมิธฯ ผลิตปืนในแนวเดียวกับปืนกล็อก เรียกว่ารุ่น “ซิกม่า” (Sigma) ออกขายแข่งในปี 1994 ซึ่งคงจะเหมือนกล็อกมากเกินไป จึงถูกฟ้องด้านละเมิดสิทธิบัตร และสมิธฯ ยอมความ ปรับแบบปืนรวมทั้งจ่ายค่า “ทำขวัญ” ให้กล็อก ในปี 1997 พร้อมกับซุ่มออกแบบปืนใหม่ไปด้วย  จนถึงปี 2005 จึงออกรุ่น “เอ็มพี” (โลโก้ที่ตัวปืนใช้ M&P) มาแทนซิกม่า  เป็นปืนใหม่หมด ไม่มีชิ้นส่วนที่ใช้ร่วมกัน 

สำหรับรุ่น MP 9c ที่แนะนำนี้ ใช้กระสุนขนาด 9 มม. พาราฯ ตัวปืนระดับคอมแพ็ค ลำกล้อง 3.5 นิ้ว  โดยในตระกูล เอ็มพี มีทั้งรุ่นมาตรฐานลำกล้อง 4.25 นิ้ว รุ่นยาวพิเศษ (MP9L) ลำกล้อง 5 นิ้ว  และรุ่นเล็กพิเศษ (MP Shield) ลำกล้อง 3.1 นิ้ว

ระบบการทำงานแบบเข็มพุ่งกระแทกนี้ หลังจากดึงลำเลื่อนขึ้นลำนำกระสุนเข้ารังเพลิงแล้ว เข็มแทงชนวนจะมาเกาะที่เซียร์แต่ไม่ง้างสุด  จนเมื่อเหนี่ยวไก เซียร์จึงจะง้างเข็มจนสุด แล้วปล่อยให้พุ่งไปจุดชนวนที่ท้ายกระสุน  ทำให้เป็นปืนที่ปลอดภัยสูง  โดยเสริมด้วย “สมอ” กั้นทางเดินของเข็มแทงชนวนไว้ตลอดเวลา  จนเมื่อเหนี่ยวไกเกือบสุดทาง ตัวกั้นจึงจะเปิดทางให้เข็มเดินหน้าได้  ส่วนที่สมิธฯ พัฒนาให้แตกต่างจากกล็อก คือ หน้าไกไม่มีลิ้นกระดก ใช้การพับตัวช่วงแรกเป็นตัวปลดห้ามไก  เพิ่มคันบังคับภายในให้ลดสปริงเข็มแทงชนวนได้ ช่วยให้ถอดลำเลื่อนได้โดยไม่ต้องเหนี่ยวไกยิงแห้ง  หลังด้ามเปลี่ยนได้สามขนาด ใหญ่ กลาง เล็ก ให้เหมาะมือเจ้าของ  และสามารถสั่งโรงงานติดตั้งคันนิรภัยเพิ่มที่โครงปืนด้านหลังได้

โดยรวม สมิธฯ MP9c เป็นปืนต่อสู้ตัวเล็กลูกดก น้ำหนักเบา พกพาสะดวก ความคล่องตัวสูง สามารถเลือกใช้ซองกระสุนสั้น 12 นัด หรือยาวเท่าตัวมาตรฐาน 17 นัดได้ตามต้องการ ปรับขนาดด้ามเล็กกลางใหญ่ให้เข้ากับมือได้  เป็นรุ่นอเนกประสงค์ ใช้งานได้หลายรูปแบบ  ถ้าต้องการความบางเน้นพกซ่อนมีรุ่น เอ็มพี ชีลด์ (MP Shield) จุ 8 นัดให้เลือกได้ และถ้าจะพกซองนอกเป็นหลักมีรุ่นมาตรฐานลำกล้อง 4.25 นิ้ว หรือรุ่นยาวลำกล้อง 5 นิ้ว ที่เล็งยิงง่ายกว่าจากระยะศูนย์ที่เพิ่มขึ้น เหมาะกับการใช้ยิงแข่งขันในระบบรณยุทธ์.

ดร.ผณิศวร ชำนาญเวช

บทความที่เกี่ยวข้อง


แบ่งปัน

จำนวนคนดู 154,216 ครั้ง

แสดงความคิดเห็น