วันศุกร์ 25 กรกฎาคม 2557 อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

วงการวิจัยทางวิทยาศาสตร์กายภาพและคณิตศาสตร์ กำลังสนใจ วิพากษ์วิจารณ์ และบางส่วนสงสัยว่าเป็นการลวงโลกหรือไม่ กับทฤษฎีใหม่ “การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีแรงบิด” (Torsion Technologies) หรือ “เทคโนโลยีสนามแรงบิด” (Torsion Field Technologies)ที่ศึกษาต่อเนื่องกันมา ตั้งแต่ อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์, คาร์ตาน, นิโคล่า เทสล่า จนถึงยุคปัจจุบัน มีนักวิทยาศาสตร์ที่สานต่องานของนักวิทยาศาสตร์เหล่านั้น ได้แก่ศาสตราจารย์ ดร.เจนนาดี ชิพอฟ (Acad. Dr. Gennady  Shipov) นางมารีนา โลโบวา (Acad. Marina Lobova) จากรัสเซีย และศาสตราจารย์อนาโตลี พาฟเล็นโก้ (Prof. Anatoly  Pavlenko)จากยูเครน

ทฤษฎีใหม่ที่ เจนนาดี ชิพอฟ (Gennady Shipov) นักวิทยาศาสตร์ชาวรัสเซีย นำทฤษฎีไอน์สไตน์-คาร์ตาน มาขยายต่อยอด และเขียนตำราเกี่ยวกับการค้นพบในหนังสือชื่อ “ทฤษฎีฟิสิกส์สูญตา (A Theory of Physical Vacuum)” ที่กล่าวถึงความพยายามดำเนินตามทฤษฎีไอน์สไตน์ และ คาร์ตาน เสนอไว้ และเพิ่มมิติการหมุนขึ้นอีก 6 มิติ รวมกับของไอน์สไตน์แต่เดิม 4 มิติ เป็นทั้งสิ้น 10 มิติ การขยายทฤษฎีของไอน์สไตน์ดังว่า  ทำให้ ชิพอฟ สามารถรวมแรงทั้ง 4 แรง (คือ แรงโน้มถ่วง, แรงแม่เหล็กไฟฟ้า,  แรงนิวเคลียร์แบบอ่อน, และแรงนิวเคลียร์แบบเข้ม) เข้าด้วยกัน การหมุนของอนุภาคจะเกิดเป็น สนาม (Field) เช่นเดียวกับอนุภาคอิเล็กตรอน หรือโปรตอน ที่มีประจุเมื่อมีการหมุนหรือสั่นจะเกิดขึ้นเป็นสนามแม่เหล็กไฟฟ้า ในทำนองเดียวกัน สนามจากการบิดหมุนของอนุภาคที่ไม่มีประจุ เช่น นิวตรอน เมื่อมีการหมุน ก็จะแผ่กระจายของสนามจากการหมุนเช่นกัน เรียกว่า  สนามทอร์ชั่น หรือ สนามบิดหมุน ชิพอฟพบว่าในด้านขวามือของ สมการไอน์สไตน์  มีสนามเป็นรูปแบบเรขาคณิต (geometrized) ได้สำเร็จ

เอกสารขอรับการสนับสนุนการวิจัยในประเทศไทย อธิบายเหตุผลของการศึกษาโครงการนี้ว่า เป็นการทำวิจัยเทคโนโลยีแบบใหม่ที่สร้างพลังงานโดยไม่ทำลาย เช่นแหล่งพลังงานจากสุญญากาศ เรียกว่าพลังสูญตา (Vacuum Energy) นอกจากนี้ จากภัยธรรมชาติที่เป็นอุปสรรคของการเดินทาง โลกจำต้องมีระบบการเดินทางแบบใหม่ที่เคลื่อนไหวได้โดยอิสระจากแรงขับเคลื่อนภายนอก ไปสู่ที่ต่าง ๆ ในเวลาและระยะทางอย่างต่อเนื่อง ไม่ขึ้นกับสภาวะสิ่งแวดล้อมภายนอกที่เปลี่ยนไปเอกสารของโครงการระบุว่า บัดนี้ เรามีระบบการขับเคลื่อนแบบใหม่ที่ใช้หลักการของพลังสูญตา และเทคโนโลยีแรงบิด ที่เรียกว่า “โฟ-ดี ไจโรสโคปิก พรอปพูชั่น ซีสเต็ม (4-D Gyroscopic Propulsion System”) ที่พัฒนาขึ้น โดยทีมงาน

นักวิจัยศาสตราจารย์ ดร.เจนนาดี ชิพอฟ และนางมารีนา โลโบวา โดยจดสิทธิบัตรในประเทศไทยระบบนี้วัสดุ หรือยานพาหนะสามารถเคลื่อนไปได้โดยการควบคุมระยะทาง และเวลาอย่างต่อเนื่อง (space-time continuum) จากการเปลี่ยนแปลงภายในของระบบ นั่นคือเราสามารถสร้าง “ฟองของเวลาและระยะทาง (space-time bubble)” ขึ้นมาในสื่อภาวะแวดล้อม และผลักดันตัวเองได้อย่างอิสระ โดยไม่ต้องอาศัยแรงเสียดทาน (frictional forces) กับสื่อภายนอก เช่น น้ำ อากาศ เป็นต้น

รายงานที่ว่านี้ คล้ายกำลังอ่านนิยายวิทยา ศาสตร์ แต่เป็นเอกสารขอรับการสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ที่ผ่านการพิจารณามาแล้วระดับหนึ่ง ซึ่งได้คำอธิบายจาก ศ.นพ.สุทธิพร จิตต์มิตรภาพ เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติว่า แม้จะเป็นทฤษฎีใหม่ อาจไม่เป็นที่ยอมรับของบางฝ่าย แต่พลังงานจากคลื่นแม่เหล็กบางส่วนเราก็ได้เห็นแล้ว จาก เช่นการใช้คลื่นแม่เหล็กเพื่อตรวจสอบเนื้อเยื่อ ได้แก่ การถ่ายภาพอวัยวะภายในด้วยคลื่นแม่เหล็ก (เอ็มอาร์ไอ) จึงน่าเป็นไปได้ที่จะมีสิ่งที่เรายังไม่รู้  เมื่อมีการเสนอหลักการของนักวิทยาศาสตร์รัสเซีย จึงปฏิเสธความรู้ไม่ได้ ดังนี้ แทนที่จะด่วนสรุปว่าเชื่อหรือไม่เชื่อ ก็น่าจะได้ทดสอบทางทฤษฎี

“เราจะเห็นด้วยหรือไม่ ก็ควรจะวิจารณ์บนพื้นฐานทฤษฎี วันข้างหน้าถ้ามีสินค้าจากแนวคิดนี้ออกมาจำหน่าย ก็จะอธิบายได้ว่าใช้ได้จริงหรือไม่ ปัจจุบัน ทฤษฎีเดิม ๆ ของโลกถูกท้าทายมากขึ้น เช่น สสารที่เราเคยรู้กันว่ามี 3 สถานะคือของแข็ง ของเหลว และก๊าซ เดี๋ยวนี้ ยอมรับกันว่ามีสถานะที่ 4 คือพลาสมา ประเด็นที่เราศึกษา จึงอย่ารีบสรุปว่าเป็นการลวงโลกหรือไม่ เพราะนี่คือการลงทุนเพื่อพิสูจน์ความจริง เพื่อความรู้” เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ให้ความเห็นเป็นการแสวงหาผลงานใหม่ในทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งต่อยอดความรู้จากการศึกษาต่อเนื่องมาแล้วเป็นสิบปีผลที่ได้คุ้มค่าเสมอ.

ai2885@hotmail.com


Tags:

บทความที่เกี่ยวข้อง


แบ่งปัน

จำนวนคนดู 25,528 ครั้ง

แสดงความคิดเห็น