วันอังคาร 2 กันยายน 2557 อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พหุวัฒนธรรม ไม่ใช่คำใหม่ ความหมายโดยรวม ได้แก่การอยู่ร่วมกันท่ามกลางความแตกต่างของวิถีชีวิต ทั้ง ลัทธิความเชื่อ ฐานะ สถานะ หรือความไม่เหมือนในที่เดียวกัน ซึ่งควรมีการจัดการให้อยู่ร่วมกันโดยสงบสุข เข้าใจ ให้เกียรติ ซึ่งกันและกัน

พิจารณาเป็นจุด ภายในสถานศึกษา หรือแคบลงถึงระดับห้องเรียน จะเห็นภาพของพหุวัฒนธรรมได้ง่าย เพราะประกอบด้วยผู้เรียนที่มาจากต่างถิ่น ต่างฐานะ มีความเชื่อ ศรัทธา ในหลักศาสนา ที่แตกต่างกัน แต่ต้องใช้ชีวิตส่วนใหญ่ในแต่ละวันอยู่ด้วยกัน การจัดการเพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขจึงเป็นภารกิจสำคัญ

แท้จริงความรู้สึก แปลกแยก แบ่งพวก มีอยู่ทั่วไป แต่ไม่แสดงฤทธิ์ให้เห็นรูปธรรมชัด ยกเว้นพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่คนส่วนใหญ่มีความแตกต่างทางศาสนา และมีเหตุความไม่สงบต่อเนื่องมาเกือบ 10 ปี ทั้งมีบริบทความขัดแย้งที่สืบเนื่องหลายชั่วคน คือแหล่งที่เชื่อกันว่า ความแตกต่างอาจเป็นสาเหตุ ที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับการแก้ไข โดยมุ่งไปที่การพัฒนา และประกาศยุทธศาสตร์ ที่ 4 จากทั้งหมด 9 ประการ ที่จะส่งเสริมการศึกษา ศาสนา ภาษา ศิลปะ พหุวัฒนธรรม และประวัติศาสตร์ท้องถิ่น

วิธีการตามยุทธศาสตร์ ได้แก่การพัฒนาหลักสูตร พัฒนาบุคลากร สื่อและเทคโนโลยี ส่งเสริมการเรียนรู้ศาสนาพุทธ อิสลาม และศาสนาอื่นไปจนถึงการจัดตั้งวิทยาลัยอิหม่าม วิทยาลัยอิสลามของรัฐ

ยุทธศาสตร์นี้ คล้ายจะบอกว่า พหุวัฒนธรรม คือความแตกต่างทางศาสนาเป็นหลัก

การกำหนดยุทธศาสตร์ คือการวางแนวทางการแก้ปัญหาที่มีเป้าหมายอันชัดเจน การนี้ น่าสนใจว่า ในระดับผู้ปฏิบัติมีความเข้าใจ พร้อมนำไปดำเนินการอย่างไร คำอธิบายประเด็นนี้ ผศ.ดร.เอกรินทร์ สังข์ทอง อาจารย์ภาควิชาการบริหารการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์

มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ได้ทำวิจัย นำเสนอในการประชุมทางวิชาการ การวิจัยทางการศึกษาระดับชาติ ครั้งที่ 15 “การศึกษาเพื่ออนาคตประเทศไทย” ระหว่างวันที่ 23-25 มิถุนายน 2556 และได้รับรางวัลชมเชยจากการเสนอผลงานดังกล่าว

การวิจัยครั้งนี้ ผศ.ดร.เอกรินทร์ มุ่งศึกษามุมมองของผู้อำนวยการโรงเรียนของรัฐในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่มีต่อพหุวัฒนธรรมนิยม และพหุวัฒนธรรมศึกษา รวมถึงความยากลำบากเกี่ยวกับการบริหารจัดการสถานศึกษาตามแนวทางการจัดการศึกษาเชิงพหุวัฒนธรรม และศึกษาภาวะผู้นำเชิงพหุวัฒนธรรมของผู้อำนวยการ จำนวน 30 ท่าน ด้วยวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ ผู้ให้ข้อมูลได้มาโดยเลือกแบบเจาะจง ใช้การสัมภาษณ์และเอกสารที่เกี่ยวข้อง

ผลการวิจัย ออกมาว่า มุมมองของท่านผู้อำนวยการเกี่ยวกับประเด็นที่ตั้งไว้ ขึ้นกับการรับรู้และพื้นฐาน แบ่งได้เป็น 3 มุมมอง คือ แบบแคบ แบบกว้างและแบบไม่แน่ใจ

แบบแคบ เป็นเสียงส่วนใหญ่ มองว่าพหุวัฒนธรรมเป็นเรื่องของวัฒนธรรมและศาสนา

แบบกว้าง ซึ่งเป็นส่วนน้อย มองว่าพหุวัฒนธรรมไม่ได้จำกัดแค่ศาสนาและวัฒนธรรม แต่รวมถึงมิติ ทางสังคมที่แตกต่างกัน

แบบไม่แน่ใจ มีเป็นส่วนน้อย มองว่าตนเองไม่มีความแน่ใจ และไม่มั่นใจว่า พหุวัฒนธรรมคืออะไร  ?!?

ผศ.ดร.เอกรินทร์ สรุปในตอนท้ายของงานวิจัยว่า สะท้อนถึง ผู้อำนวยการโรงเรียนของรัฐส่วนหนึ่ง ยังขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับแนวคิดพหุวัฒนธรรมนิยมและการจัดการศึกษาที่สอดคล้องกับหลักพหุวัฒนธรรม

ซึ่งทำให้เห็น ถึงการไม่ประสบความสำเร็จ ในการนำนโยบายของรัฐไปสู่การปฏิบัติ

งานวิจัย กล่าวด้วยว่า ท่านผู้อำนวยการทั้งหลาย ต้องเผชิญกับ บริบทเฉพาะของพื้นที่ ที่ทำให้ยากลำบากในการจัดการศึกษา ส่งผลต่อการส่งเสริมการจัดการศึกษา ตามแนวทางพหุวัฒนธรรมซึ่งจะนำไปสู่การสร้างความเข้าใจและการยอมรับความแตกต่างของผู้คนในพื้นที่

ถึงกระนั้น เหล่าท่านผู้อำนวยการ ก็แสดงออกถึงความพยายามส่งเสริมการจัดการศึกษาบนพื้นฐานของบริบทในพื้นที่ด้วยความมานะและมีความเหมาะสม ซึ่งเป็นสัญญาณเชิงบวกของการอยู่ร่วมกันของสังคมอย่างสันติ

ผศ.ดร.เอกรินทร์ ขยายความเพิ่มเติมว่า ความแตกต่างของศาสนาเป็นเพียงส่วนเดียวของพหุวัฒนธรรม การสร้างความเข้าใจ การยอมรับในความแตกต่างของวิถีชีวิต คือสิ่งสำคัญ ตัวอย่างเช่น การให้นักเรียนมุสลิมออกจากโรงเรียนก่อนเวลา เพื่อสะดวกในการละหมาด การจัดการการอยู่ร่วมกันอย่างให้เกียรติ

แท้จริง ปัญหาที่เกิดจากความแตกต่างในสังคมเดียวกันมีอยู่ทั่วไป แม้ในประเทศที่ให้ความสำคัญกับการเคารพในสิทธิของผู้อื่น แต่การมีระบบการจัดการที่มีคุณภาพ ทำให้ความขัดแย้งที่มีขึ้นได้รับการจัดการให้ลุล่วงด้วยดี

ไม่ทำให้กลุ่มย่อยกว่า เป็นฝ่ายด้อยเปรียบ

อยู่กันได้ท่ามความแตกต่างด้วยความสงบสุข ตั้งแต่กลุ่มเล็กๆในห้องเรียน จนถึงระดับประเทศ.

ai2885@hotmail.com


Tags:

บทความที่เกี่ยวข้อง


แบ่งปัน

จำนวนคนดู 16,242 ครั้ง

แสดงความคิดเห็น