วันเสาร์ 20 ธันวาคม 2557 อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

วันนี้ผมจะทำ ยำหูหมูกับถั่วแขก ซึ่งสูตรนี้ไม่ใช่อาหารไทยแบบดั้งเดิมนะครับเพราะผมไปกินที่สหรัฐอเมริกามา ที่นั่นทำเป็นน้ำยำแบบไทย ผมเลยขอยืมเขามาบอกกล่าวให้ผู้อ่านลองทำกันดู
   
สำหรับวิธีการทำ อย่างแรกต้องเตรียมเครื่องหูหมูก่อน เริ่มด้วยการเอา ถั่วแขก มาตัดเอาเส้นกลางออก จากนั้นใส่เกลือลงไปในน้ำ ตั้งไฟ พอน้ำเดือดก็เอาถั่วแขกที่เตรียมไว้ลงไปลวกให้ถั่วสุกพอดี ๆ ตักขึ้นมาแช่ในน้ำเย็นจัดที่มีน้ำแข็ง เพื่อให้ถั่วแขกยังคงความเขียวอยู่
   
จากนั้น เอาหูหมูพะโล้มาหั่นเป็นเส้นบาง ๆ ใส่ถ้วยพักไว้ แล้วนำปลาหมึกแห้งมาย่างหรือใส่เตาอบเพื่อให้กรอบ แล้วเอามาฉีกให้เป็นเส้น ๆ ไว้สำหรับโรยหน้า
   
ต่อมาจะเป็น วิธีการทำน้ำยำ เริ่มจากเอาพริกขี้หนูสวนกับกระเทียมมาตำให้ละเอียด (จะเอาไปปั่นในเครื่องปั่นก็ได้ แต่จะไม่อร่อยเท่าการตำในครก) พอตำเสร็จแล้วใส่น้ำปลา น้ำมะนาว และน้ำพริกเผาผสมให้เข้ากันในครกเลยนะครับ ไม่ต้องใส่น้ำตาล เพราะเราได้ความหวานจากน้ำพริกเผาแล้ว จากนั้นลองชิมรสชาติดู ต้องให้ออกเปรี้ยวนำเพราะจะได้ช่วยตัดความเลี่ยนของหูหมู เพียงเท่านี้เราก็จะได้น้ำยำสำหรับหูหมูและถั่วแขกแล้วครับ
   
มาถึงขั้นตอนสุดท้าย วิธียำ เราจะแยกยำไม่เอาหูหมูและถั่วแขกมายำรวมกัน โดยเราจะยำถั่วแขกที่ลวกไว้กับน้ำยำที่เราผสมก่อน แล้วเอามาวางเป็นกองไว้ตรงกลางจานที่เราจะเสิร์ฟ ต่อมาก็ยำหูหมูที่เราได้สไลซ์เอาไว้แล้วกับน้ำยำเดิมครับ เสร็จแล้วเอาไปวางบนถั่วแขกอีกที หลังจากนั้นโรยด้วยปลาหมึกแห้งกรอบ แล้วเสิร์ฟยำหูหมูแบบฝรั่ง เห็นไหมครับ ง่ายมาก และอร่อยด้วยครับ หากมีเวลาว่างลองทำกินกันดูนะครับ.

..........................................

เครื่องปรุงน้ำยำ
-    น้ำพริกเผา        2    ช้อนโต๊ะ
-    น้ำปลา        1    ช้อนโต๊ะ
-    พริกขี้หนู        1    ช้อนชา
-    กระเทียมปอกเปลือก    1    ช้อนชา
-    น้ำมะนาว        2    ช้อนชา
เครื่องปรุงยำหูหมู
-    หูหมูพะโล้หั่นเป็นชิ้น    200    กรัม
-    ถั่วแขกลวกแล้ว    50    กรัม
-    น้ำยำ        3    ช้อนโต๊ะ
-    ปลาหมึกแห้งย่างฉีกเป็นเส้นๆสำหรับโรยหน้า

..........................................        
ร้านอาหารชวนชิม

หลายสัปดาห์มาแล้ว ผมได้ไปมหาชัยและได้แวะไปชิมอาหารที่ร้าน ๆ หนึ่ง มีชื่อว่า ซี ซีซั่นส์ เรสเตอรองต์ เมื่อผมได้ชิมแล้วรู้สึกประทับใจมากเพราะอาหารของเขาทั้งสดและอร่อย มี หอยพิมแดดเดียว ที่หายากมาก ราคากิโลกรัมละนับพันบาทเลยนะครับ โดยเขาทอดด้วยไฟอ่อนได้พอดี ถ้าใช้ไฟแรงจะไหม้และมีรสขม  จิ้มกินกับซอส อร่อยเหลือเกินครับ

จานต่อมาเป็น สลัดปูนิ่ม โดยเอาปูนิ่มไปชุบแป้งทอด ราดด้วยน้ำสลัดครีม มีทั้งผักและผลไม้ช่วยลดความเลี่ยนของปูนิ่ม น้ำสลัดรสชาติอร่อย ต้มยำปูไข่น้ำข้นนมสด ไข่ของปูทำให้น้ำต้มยำแดงไปหมด น่ากินครับ ส่วน ข้าวผัดเนื้อปูไข่แดง ของเขาก็อร่อยไม่แพ้ใครเหมือนกันนะครับ

มี ปลาเก๋าห้ารสกระเทียมโทนมะนาวสด ซึ่งน้ำราดคล้าย ๆ ซอสสามรส ปลาตัวใหญ่ทำให้กว่าจะแกะเนื้อออกมากินได้จนหมดเล่นเอาอิ่มเหมือนกันครับ มี กุ้งซอสเอ็กซ์โอ เขาทำกุ้งไม่สุกจนเกินไป กินกับซอสทำให้รสชาติเข้มข้นยิ่งขึ้นครับ มาที่ ปลาหมึกไข่ซอสซี ซีซั่นส์ อาหารจานนี้จัดจานได้สวยงามน่ากิน น้ำซอสจะเป็นสูตรของร้าน รสชาติอร่อยดี

ยังมี ปลาหิมะนึ่งซีอิ๊ว เขาใส่แปะก๊วยด้วย รสชาติกลมกล่อมกำลังดี ตามมาด้วย หอยแครงลวก เขาลวกได้สุกพอดี แต่ผมอยากให้เขาลวกโดยใช้เวลาน้อยกว่านี้เพราะผมเป็นคนชอบกินแบบมีเลือดติดด้วย
        
เมื่อผมเห็นร้านนี้ ผมนึกว่าผมยืนอยู่ย่านรามอินทราในกรุงเทพฯ ครับ เพราะเป็นร้านที่เก๋ทันสมัย ลองแวะไปชิมกันนะครับ แล้วคุณจะคิดเหมือนผม.

หมึกแดง

www.mcdangguide.com


Tags:

บทความที่เกี่ยวข้อง


แบ่งปัน

แสดงความคิดเห็น