วันเสาร์ 2 สิงหาคม 2557 อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาชีพอิสระที่ทำงานอยู่กับบ้าน แล้วส่งงานไปตามสถานที่ต่าง ๆ หลายคนอยากทำ แต่คนที่จะทำอย่างนี้ได้นั้นก็ต้องมีฝีมือ กรณีนี้ก็รวมถึงอาชีพการทำขนมขายด้วย อย่างการทำ “ขนมเปี๊ยะ” นี่ก็อยู่ในข่าย ซึ่งวันนี้ทีม “ช่องทางทำกิน” มีข้อมูลมานำเสนอให้ลองพิจารณากัน...
     
กบ-นวรัตน์ กิจชนะถาวร น้องสาวคุณติ๋ม ผู้ทำขนมเปี๊ยะ “เปี๊ยะ by  ปิ่งปิ่ง”  เล่าให้ว่า ทางครอบครัวถนัดทำอาหาร พอมาถึงรุ่นหลังก็ไม่ค่อยมีใครสนใจเท่าไร   พี่สาวกับพี่เขยที่ทำขนมเปี๊ยะขายก็มีอาชีพรับส่งเด็กนักเรียนมานานนับสิบปีแล้ว ซึ่งตอนนี้ก็ยังทำอยู่ แต่เพราะหลังส่งเด็กตอนเช้าก็จะมีช่วงว่าง กว่าจะถึงเวลารับเด็กอีกที ซึ่งอาจจะเพราะซึมซับจากครอบครัวมาตั้งแต่เด็ก ประกอบกับเป็นคนชอบกินและชอบทำ ช่วงกลางวันทั้งสองจึงมักจะช่วยกันทำขนม ทำของกินเตรียมไว้ให้ลูกหลาน และเผื่อแผ่ไปถึงเพื่อนฝูงพี่น้องและคนรอบข้างได้ชิมกัน จนเขาติดใจต้องออกปากขอซื้อ และสั่งทำเพื่อเอาไปเป็นของฝากของขวัญให้เพื่อนฝูงและญาติพี่น้อง แล้วก็พูดกันปากต่อปาก จนต้องทำขายในที่สุด 

“ทำขนมเปี๊ยะที่บ้านแล้วส่งไปขายตามร้านกาแฟและร้านขนมมาหลายปีแล้ว ไม่ได้มีหน้าร้านเป็นของตัวเอง เพราะลำพังขนมเปี๊ยะอย่างเดียวคงไม่พอที่จะจัดหน้าร้านให้สวยงามและชวนซื้อ แต่ขนมเปี๊ยะที่ทำขายกันก็แตกต่างจากขนมเปี๊ยะทั่วไป ทั้งตัวแป้งและไส้ที่หอม รสชาติกลมกล่อมเข้ากันพอดี เป็นสูตรเฉพาะที่พี่สาวและพี่เขยคิดทำขึ้นมา วัตถุดิบที่ใช้จะเลือกคุณภาพเกรดเอ  ทุกวันจะมีออร์เดอร์จากหน่วยงานและบริษัทต่าง ๆ สั่งไปใช้ในงานอบรมสัมมนา เป็นอาหารว่างทานกับน้ำชากาแฟ บ้างก็จะสั่งจัดเป็นกระเช้าและกล่องเพื่อใช้เป็นของฝากของขวัญช่วงเทศกาล”

แม้กระบวนการทำขนมเปี๊ยะจะค่อนข้างซับซ้อนยุ่งยาก แต่กบซึ่งรับหน้าที่เป็นฝ่ายการตลาด บอกว่า ถึงจะทำไม่ง่ายแต่ขนมเปี๊ยะของที่บ้านก็จะทำกันใหม่สดทุกวัน และสามารถเก็บไว้ได้หลายวัน จะทำไส้เดียวคือถั่วกวน-ไข่เค็ม และจะแพ็กใส่กล่องแบบที่สามารถใส่ในไมโครเวฟได้ เพราะต้องการเน้นให้เกิดการใช้ประโยชน์ได้อย่างคุ้มค่า 
 
เครื่องไม้เครื่องมือที่ใช้ในการทำ “ขนมเปี๊ยะ” จะเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการทำเบเกอรี่ทั่วไป

ส่วนผสมที่ใช้การทำตัวแป้งขนมเปี๊ยะ หลัก ๆ ก็มี... แป้งสาลีอเนกประสงค์, น้ำมันพืช, เกลือ, น้ำสะอาด

สำหรับส่วนผสมของไส้ ก็มี... ถั่วเขียวซีก, น้ำตาลทราย, น้ำกะทิ, ไข่เค็ม และไข่แดง

ขั้นตอนการทำก็เหมือนกับการทำขนมเปี๊ยะทั่ว ๆ ไป ก่อนอื่นจะต้องมี “แป้งใน” กับ “แป้งนอก” เริ่มจากต้องนวด “แป้งใน” ก่อน  ซึ่งเป็นการนวดผสมระหว่างแป้งสาลี 1 กก. และน้ำมันพืช หรือเนย 400 กรัม เมื่อนวดจนเข้ากันแล้ว ให้แบ่งแป้งออกมาเป็นก้อนเล็ก ๆ ขนาดหัวแม่มือ เตรียมไว้

ในส่วนของ “แป้งนอก” เป็นการผสมระหว่างแป้งสาลี 1.5 กก., น้ำมันพืช 800 กรัม, น้ำตาลทราย 300-400 กรัม, เกลือนิดหน่อย และน้ำเปล่า 1,100 กรัม นวดด้วยเครื่องให้เข้ากันจนแป้งเนียน แล้วปั้นออกมาเป็นก้อน ๆ ขนาดเท่ากับหัวแม่มือ เช่นเดียวกับแป้งใน

“ไส้ถั่วกวน” ใช้ถั่วเขียวผ่าซีก 1 กก. แช่น้ำ 2-3 ชั่วโมง (ถ้าแช่น้ำร้อนได้จะดีมากเพราะถั่วจะนิ่ม) แล้วนำไปนึ่งให้สุก จากนั้นบดให้ละเอียด และกวนกับน้ำตาลทราย 700-800 กรัม และกะทิอีก 400 กรัม จนเข้ากัน ส่วน “ไข่เค็ม”
นั้น ใช้ไข่แดงจากไข่เป็ดเค็มนำไปนึ่งให้สุกอีกที
 
การทำเป็นขนมเปี๊ยะ นำแป้งในและแป้งนอกที่ปั้นเป็นก้อนกลมมารีดออกเป็นแผ่น ๆ วางทับซ้อนกัน โดยแป้งนอกห่อแป้งใน รีดแล้วพับ พับแล้วรีด เพื่อให้เกิดชั้นขึ้นมา เมื่อได้ชั้นตามสมควรแล้วก็ใส่ไส้ถั่วและไข่เค็ม

ใส่ไส้แล้วก็ห่อแป้งปิดให้เรียบร้อย นำเข้าเตาอบ ที่ความร้อน 250 องศาฯ ราว 10 นาที นำออกมาทาไข่แดง แล้วนำเข้าอบต่ออีก 20  นาที ขนมจะสุกได้ที่ จะออกมาเป็นสีเหลืองนวล น่ารับประทาน

ผึ่งให้เย็นด้วยการเป่าพัดลม ก่อนจะแพ็กใส่กล่อง

จากสูตรแป้งขนมเปี๊ยะข้างต้น เป็นสูตรคร่าว ๆ ของการผสมแป้ง ซึ่งในการทำขายนั้น เมื่อนวดแป้งออกมาแล้ว แบ่งสูตรแป้งออกเป็นส่วนละ 550 กรัม จะปั้นเป็นขนมเปี๊ยะได้ประมาณ 120  ชิ้น

ราคาขายนั้น กล่องใหญ่  22 ชิ้น  140 บาท กล่องเล็ก 13 ชิ้น 80  บาท และกล่องจิ๋ว  4 ชิ้น 25 บาท โดยต้นทุนเฉพาะในส่วนวัตถุดิบจะประมาณ 60% ของราคาขาย
             
ใครสนใจขนมเปี๊ยะ “เปี๊ยะ by ปิ่งปิ่ง” ต้องการติดต่อกับกบ หรือคุณติ๋ม ซึ่งครอบครัวยังมีการทำ “เค้กกล้วยหอม” ส่งขายด้วย ก็ติดต่อได้ที่ โทร.08-6615-9775 หรือ 08-1777-4266 ซึ่งนี่ก็เป็นอีกกรณีศึกษา “ช่องทางทำกิน” เกี่ยวกับการทำขนมขาย โดยไม่ต้องลงทุนเปิดร้านเอง ฝึกฝีมือดี ๆ ทำ “ขนมเปี๊ยะ” ขาย ไม่ต้องมีหน้าร้านก็ขายได้!!.
            
(ชมคลิปวิดีโอ ช่องทางทำกิน ได้ที่ www.dailynews.co.th)


Tags:

บทความที่เกี่ยวข้อง


แบ่งปัน

จำนวนคนดู 114,619 ครั้ง

แสดงความคิดเห็น