วันพฤหัสบดี 27 พฤศจิกายน 2557 อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

คุยเรื่องจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ตอนที่ท่านขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรีไปแล้ว แต่ก็ยังมีเรื่องในยุคนั้นเอามาคุยได้อีกมาก บางเรื่องผู้คนอาจจำไม่ได้ และบางเรื่องก็จำกันได้ดี เวลาของยุคนั้นก็ผ่านมากว่าครึ่งของศตวรรษแล้ว

จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เป็นนายกรัฐมนตรีที่มีอำนาจมาก ๆ ดังที่มีคนบอกเล่ากันมา ก็จะไม่มากได้อย่างไร ท่านเป็นนายกรัฐมนตรีที่รวมอำนาจ ลองมาดูกันที่ระดับชาติก็ได้

นายกรัฐมนตรีที่มาจากทหารท่านนี้เป็นจอมพลทหารบกมาก่อน ได้เป็นทั้งผู้บัญชาการทหารบกและผู้บัญชาการทหารสูงสุดในเวลาเดียวกัน ดังนั้นจึงพูดได้ว่าอำนาจทางทหารที่จะคุมกองทัพจึงมีอยู่เต็มที่

การเป็นนายกรัฐมนตรีก็คือ เป็นหัวหน้ารัฐบาลที่เริ่มมาในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2502 พ้นจากการเป็นหัวหน้าคณะปฏิวัติ เพราะมีธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พ.ศ. 2502 ท่านจึงเป็นหัวหน้ารัฐบาลที่เป็นฝ่ายบริหารของประเทศ

ในขณะเดียวกันท่านก็ตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญที่สมาชิกเกือบทั้งหมดเป็นนายทหารประจำการและข้าราชการประจำชั้นผู้ใหญ่ จะมีคนนอกวงการราชการที่เป็นนักหนังสือพิมพ์ที่มีชื่อเสียงบ้าง หรือนักการเมืองเก่าที่มีชื่อเสียงดี ได้รับการแต่งตั้งเข้ามาเป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ที่ถูกกำหนดให้ทำหน้าที่นิติบัญญัติด้วย
ที่สำคัญประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญที่ทำหน้าที่ทางนิติบัญญัติด้วยนี้ก็เป็นนายทหารชั้นผู้ใหญ่ที่เป็นรองจากท่านจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ คือ พลเอก (หลวงสุทธิฯ) สุทธิ สุทธิสารรณกร

ดังนั้นอำนาจนิติบัญญัติจึงเป็นเรื่องไม่ยากสำหรับ

จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ผู้เป็นนายกรัฐมนตรี ตลอดเวลาที่ท่านอยู่ในตำแหน่งแต่ในฝ่ายบริหารเองก็ได้มีการปรับปรุงครั้งสำคัญในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2506 คือมีการตั้งกระทรวงพัฒนาการแห่งชาติขึ้นมา กล่าวกันว่า กระทรวงนี้เป็น “กระทรวงยักษ์ใหญ่” ก่อนหน้านี้ถือกันว่า กระทรวงกลาโหมกับกระทรวงมหาดไทยสำคัญมาก คุมสองกระทรวงนี้ก็คุมอำนาจในรัฐบาลได้เป็นอย่างดี

มาบัดนี้มีกระทรวงที่ยิ่งใหญ่คือกระทรวงพัฒนาการแห่งชาติ ที่วันนี้ไม่มีให้เห็นแล้ว มีคนตั้งข้อสังเกตว่ากระทรวงนี้ได้ไปเอากรมสำคัญ ๆ ของกระทรวงอื่นมาเป็นของตัวอย่างน้อย 3 กรมที่ว่าสำคัญมากก็คือ

1.กรมทางหลวง ที่เอามาจากกระทรวงคมนาคม

2.กรมชลประทาน ที่เอามาจากกระทรวงเกษตร

3. กรมทรัพยากรธรณี ที่เอามาจากกระทรวงอุตสาหกรรม

ทั้ง 3 กรมนี้ถือว่ามีทั้งงานใหญ่ และเงินงบประมาณที่มาก และมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาประเทศตั้งกระทรวงใหม่นี้ขึ้นมาแล้ว จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ นายกรัฐมนตรีก็มาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเสียเองเลย

แต่ที่น่าสังเกตและแสดงถึงความยิ่งใหญ่ของกระทรวงนี้ก็คือ การมีรัฐมนตรีช่วยว่าการอยู่ 4 คน

1. พลเอกประภาส จารุเสถียร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
   
2.นายสุนทร หงส์ลดารมณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังที่ดูแลรายได้ของประเทศ
    
3. นายถนัด คอมันตร์ ซึ่งตอนนั้นได้ยศเป็นพันเอก ที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
   
4. นายบุญชนะ อัตถากร
  
สามท่านแรกนั้นเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสำคัญ มายอมรับเป็นรัฐมนตรีช่วย เพื่อช่วยนายกรัฐมนตรี แต่ก็ไม่มีเวลานัก รัฐมนตรีช่วยที่ทำงานหนักช่วยนายกรัฐมนตรีคือ นายบุญชนะ อัตถากร

แต่จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ก็กำกับดูแลแบบรวมศูนย์เอาไว้ที่จริงก่อนหน้านี้นายกรัฐมนตรีที่เป็นจอมพลทหารก็ทำอย่างที่ไม่เคยมีนายกรัฐมนตรีคนไหนทำมาก่อน คือให้รัฐมนตรีมหาดไทยตั้งท่านคือ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ผู้เป็นนายกรัฐมนตรีให้เป็นผู้รักษาการและเป็นอธิบดีกรมตำรวจตั้งแต่ พ.ศ. 2502 หลังจากเป็นนายกรัฐมนตรีได้ไม่นาน โดยขอให้ พลเอกไสว ไสวแสนยากร ที่เป็น “พลตำรวจเอก”

อธิบดีกรมตำรวจ ซึ่งเป็นพวกเดียวกันย้ายไปเป็นผู้ว่าการรถไฟ และจอมสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ก็ดำรงทุกตำแหน่งที่เป็นอยู่นี้จนถึงวันที่ท่านสิ้นชีวิตในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2506ท่านจึงเป็นนายกรัฐมนตรีที่มีตำแหน่งและอำนาจมากที่สุดจนวาระสุดท้าย.

นรนิติ เศรษฐบุตร


Tags:

บทความที่เกี่ยวข้อง


แบ่งปัน

จำนวนคนดู 7,025 ครั้ง

แสดงความคิดเห็น