วันเสาร์ 29 พฤศจิกายน 2557 อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

มหาอำนาจในเอเชียอย่างพญามังกร “จีน” ยังต้องซื้อเครื่องบินขับไล่ 24 ลำ และ เรือดำน้ำอีก 4 ลำจาก “รัสเซีย” นับเป็นการซื้อเทคโนโลยีอาวุธจำนวนมากครั้งแรกจากจีนในรอบ 10 ปี

การทำข้อตกลงซื้ออาวุธ ประกอบด้วยเครื่องบินขับไล่ ซู-35 จำนวน 24 ลำ และ เรือดำน้ำชั้นลาดาจำนวน 4 ลำของรัสเซีย มีขึ้นก่อนการเดินทางไปเยือนรัสเซียครั้งแรกของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีคนใหม่ของจีน เมื่อวันที่ 22-24 มี.ค.ที่ผ่านมา ตามรายงานของหนังสือพิมพ์พีเพิ้ล เดลี่ กระบอกเสียงของรัฐบาลจีน แต่ข่าวไม่ได้บอกว่า มูลค่าการซื้อขายอาวุธลอตใหญ่นี้เป็นเงินเท่าใด แต่ก็ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปีที่จีนควักกระเป๋าซื้ออุปกรณ์เทคโนโลยีอาวุธขนาดใหญ่จากรัสเซีย

เมื่อต้นเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา มีการเปิดเผยว่า จีนได้เพิ่มงบประมาณด้านการทหารร้อยละ 10.7 เป็น 720,200 ล้านหยวน หรือ 116,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2556

การทำข้อตกลงครั้งนี้ก็เพราะจีนกำลังขยายแสนยานุภาพทางทหาร โดยเฉพาะการขึ้นประจำการเรือบรรทุกเครื่องบินลำแรกของจีนในปีนี้ นอกจากนั้นแล้วก็ยังมีเรื่องบาดหมางกับเพื่อนบ้านอย่าง “ญี่ปุ่น” โดยเฉพาะข้อพิพาทดินแดนเรื่องหมู่เกาะในเขตทะเลจีนตะวันออก

สำหรับเรือดำน้ำ 4 ลำนั้น จะผลิตในรัสเซีย 2 ลำ และอีก 2 ลำผลิตในจีน ส่วนเครื่องบินขับไล่ ซู-35 ก็สามารถนำมาใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพในกองทัพจีน เพื่อลดแรงกดดันแสนยานุภาพทางอากาศของกองทัพจีน ก่อนที่จีนจะนำเครื่องบินขับไล่ “สเตลธ์” ที่จีนผลิตเองเข้ามาประจำการ

นอกจากนั้นแล้วจีนกับรัสเซียก็ยังจะร่วมมือกันต่อไปในด้านการพัฒนาอาวุธ ไม่ว่าจะเป็นขีปนาวุธพิสัยไกล เอส-400 เครื่องยนต์ขนาดใหญ่ เครื่องบินขนส่งขนาดใหญ่ อิล-476 และเครื่องบินบรรทุกน้ำมันของรัสเซีย อิล-78

นอกเหนือจากอาวุธดังกล่าวแล้ว รัสเซียก็ยังมีระบบป้องกันทางอากาศที่มีศักยภาพ มีใช้แล้วในหลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็นระบบขีปนาวุธบุค ซึ่งอยู่ในตระกูลขีปนาวุธขับเคลื่อนด้วยตนเอง เป็นขีปนาวุธพิสัยปานกลาง ยิงจากพื้นสู่อากาศ ได้รับการพัฒนามาตั้งแต่สมัยสหภาพโซเวียตและรัสเซียในปัจจุบัน ออกแบบมาเพื่อต่อกรกับขีปนาวุธครุยส์ สมาร์ทบอมบ์ และอากาศยานหมุน รวมไปถึงอากาศไร้คนขับตามมาด้วยแพนท์เซอร์ เอส 1 ระบบปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานและอาวุธปล่อยจากพื้นสู่อากาศ ซึ่งใช้เรดาร์กำหนดเป้าหมายและติดตาม ซึ่งถ้าเทียบกันแล้วน่าจะนำสมัยกว่า ขีปนาวุธแอลวาย-60 ของกองทัพจีนซะด้วย

ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับเสริมกำลังป้องกันภัยทางอากาศประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เยือนมอสโกและได้หารือกับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซียด้วย และ นายดมิทรี เมดเวเดฟ นายกรัฐมนตรีรัสเซีย ถือเป็นการเยือนต่างประเทศครั้งแรกของเขานับตั้งแต่ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีคนใหม่ของจีนเมื่อต้นเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา มีการลงนามในข้อตกลงด้านการพลังงานและอื่น ๆ ร่วม 30 ฉบับ ซึ่งประธานาธิบดีจีนกล่าวด้วยว่า ประสบผลสำเร็จเกินคาดมอสโกกับปักกิ่ง แม้ครั้งหนึ่งอาจเคยอยู่กันคนละฝั่งช่วงสงครามเย็น แต่ไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ ได้กระชับความสัมพันธ์กันอย่างแน่นแฟ้น ซึ่งอาจเป็นการถ่วงดุลอำนาจมหาอำนาจซีกตะวันตกอย่าง “สหรัฐอเมริกา” ก็เป็นได้การขยับตัวแต่ละครั้งของพญามังกร “จีน” น่าสนใจในทุกกรณี.

เลนซ์ซูม


Tags:

บทความที่เกี่ยวข้อง


แบ่งปัน

จำนวนคนดู 10,208 ครั้ง

แสดงความคิดเห็น