วันศุกร์ 29 สิงหาคม 2557 อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

สัปดาห์ที่ผ่านมาผมเลือกคัดเน้น ๆ “เดินสาย” ไปดูงานเปิดตัวของสโมสร และบริษัทต่าง ๆ ต้อนรับฤดูกาลใหม่ ฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีก 2012

เริ่มจากได้ไปดู บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เปิดตัวแบบ “เซาะกราว” สุด ๆ ตามภาษาของคุณเนวิน ชิดชอบ ที่ลานหน้าเซ็นทรัล เวิลด์ วันอาทิตย์ที่ 11 มี.ค. 2555

เรียกได้ว่า หาก “เซาะกราว” ที่ขออนุญาตแปลตรง ๆ ว่า “บ้านนอก” เปิดตัวอลังการยิ่งใหญ่ทั้งแสง สี เสียง บนจอ LED ขนาดใหญ่ที่ขนาดงานกลางแจ้งยังฉายภาพได้คมชัดขนาดนี้

สโมสรอื่น ๆ หรือบริษัทห้างร้านอื่น ๆ คงต้องกลับบ้านเก่า หรือไปให้คุณโน้ส อุดม หาคำใหม่ ๆ ที่แรงกว่า “เซาะกราว” ให้แล้วกัน

เท่านั้นยังไม่พอ หลังเปิดตัวหน้าห้างเซ็นทรัล เวิลด์ พร้อมโชว์ถ้วย 4 ใบเสร็จแล้ว กองเชียร์ และทีมงานที่ไปร่วมเปิดตัวยังทำการเดินพาเหรดจากเซ็นทรัลเวิลด์ไปสู่สนามศุภชลาศัยร่วมกันเพื่อสู้ศึกชิงถ้วยพระราชทาน ประเภท ก กับสโมสรชลบุรี เอฟซี

หากไม่โชคร้ายโดนยิงท้ายเกมก่อนจะแพ้จุดโทษ ทีมปราสาทสายฟ้า คงได้แชมป์ถ้วย ก ไปครองอีกใบอย่างแน่นอน

แต่ก็ดีครับ ในแง่ฟุตบอล อะไรที่ “ผูกขาด” มาก ๆ หรือคาดเดาได้ง่าย ๆ จะเป็นสิ่งไม่ดีนัก เพราะคอบอลทั่วไปอาจจะเบื่อ (คอบอลบุรีรัมย์ ไม่เบื่อแน่นอน!)

ถัดจากงานดังกล่าว ก็เป็นงานเปิดตัวการถ่ายทอดสดฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีก 2012 อย่างเป็นทางการของทรูวิชั่นส์ที่สนามฟุตบอลคริสตัล ปาร์ค วันพุธที่ 14 มี.ค. 2555

ตามด้วยวันรุ่งขึ้น 15 มี.ค.ซึ่งถือเป็น “โค้งสุดท้าย” จริง ๆ ก่อนจะเปิดฤดูกาล 17 มี.ค. (เพราะหากช้ากว่านี้ ข่าวจะออกไม่ทันวันเปิดสนามแล้ว) ของสายการบินแอร์เอเชีย ที่โรงแรมโฟร์ซีซันส์ โรงแรมที่ท่าน  นายกฯของเราตกเป็นข่าวนั่นแหละครับ

โดยที่น่าสนใจ คือ การพยายามเชื่อมโยงโปรดักท์สายการบินเข้ากับโปรดักท์ฟุตบอล และครั้งนี้ไม่ใช่การเปิดตัวกับสโมสรฟุตบอลธรรมดา

แต่เป็นการเปิดตัวในฐานะ “สายการบินผู้สนับสนุนผู้ตัดสินไทยพรีเมียร์ลีก 2012 อย่างเป็นทางการ” ซึ่งจะทำหน้าที่พาเชิ้ตดำ และทีมงานบินขึ้นเครื่องไปตัดสินตามสนามต่าง ๆ

แน่นอนว่า ในแง่ความเหนื่อยล้าจากการเดินทาง หรือแม้กระทั่งความ “ปลอดภัย” (เพราะกรรมการเคยตกเป็นข่าวถูกลอบยิงมาแล้ว) จะช่วยให้ผู้ตัดสินมีพลังเหลือไปทำหน้าที่ได้มากขึ้น

และควรจะช่วย “พัฒนา” วงการฟุตบอลไทยโดยรวมได้เหมือนกันในเวลาที่ประเด็นเรื่อง “กรรมการตัดสิน” จัดเป็นหัวข้อสำคัญที่สุดเรื่องหนึ่งทีเดียวตลอดเวลา 3 ซีซั่นที่ผ่านมา

ท่านนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย คุณวรวีร์ มะกูดี และประธานประเมินผู้ตัดสินสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย พล.ต.ชินเสณ ทองโกมล ก็ได้กล่าวไว้เช่นกันว่า จะมีส่วนช่วยกรรมการ และยกระดับมาตรฐานฟุตบอล และการตัดสินได้แน่

งานนี้จึงจัดว่าเป็นการสนับสนุนด้านการตลาดที่น่าสนใจในช่วงเวลาเดียวกันที่เห็นผ่าน ๆ ตาก็มีการเปิดตัว SCG เมืองทอง ยูไนเต็ด, โอสถสภา เอ็ม 150 สระบุรี, ชลบุรี เอฟซี, วัวชน ยูไนเต็ด (สงขลา เอฟซี เดิม), ขอนแก่น เอฟซี และความวุ่นวายของศรีสะเกษ เอฟซี หรือในชื่อปัจจุบัน อีสาน ยูไนเต็ด ที่ย้ายถิ่นฐานไปเตะที่อุบลราชธานี

ผมเองมีโอกาสได้ยกหูหา ดร.วิชิต แย้มบุญเรือง ประธานไทยพรีเมียร์ลีก และก็ตามคาดที่พบว่า คิวงานของท่านยิ่งกว่า “คิวทอง” แน่นเอี๊ยดทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด

วกมาที่งานแถลงข่าว เฉพาะทีมฟุตบอลกันอีกที นอกจากวัตถุประสงค์ในสนามแล้ว อีกหลายทีมเลือกที่จะวาง “โพสิชั่น” แบบชัดเจนในแง่มุมต่าง ๆ อย่างเช่น บางกอกกล๊าส ที่คุณปวิณ ภิรมย์ภักดี ยืนยันในเรื่อง “สไตล์การเล่น” ว่าต้องสนุก เร้าใจ และสร้างความประทับใจให้แฟนบอล

จริง ๆ แล้วประโยคนี้ ผมได้ยินครั้งแรกในเมืองไทยจาก SCG เมืองทอง ยูไนเต็ด เมื่อหลายปีก่อนจากผู้อำนวยการสโมสร รณฤทธิ์ ซื่อวาจา

อย่างไรก็ดีครับ พอเอาจริง ๆ “สไตล์การเล่น” ก็ไม่มีทางเอาชนะ “ผลการแข่งขัน” ได้ดังเช่น หลังความพ่ายแพ้ 3 ติดต่อกันในลีกของลิเวอร์พูล กุนซือเคนนี ดัลกลิช จึงต้องออกมาประกาศว่า ลูกทีมของเค้าต้องรู้จักคำว่า “Winning Ugly” หรือชนะแบบน่าเกลียดบ้าง

“Winning Ugly” คือ การเล่นที่อาจจะไม่ต้องสวย หรือสนุกสนานเร้าใจ ทว่าสามารถ “ชนะ” และเก็บ 3 แต้มได้ หาใช่ยิงทิ้ง ยิงขว้าง ชนเสา ชนคาน เยอะที่สุดในลีกแบบลิเวอร์พูล แต่ยังมีแต้มตามหลังทีมอันดับ 4 อย่างอาร์เซนอล อยู่ถึง 10 คะแนนด้วยกัน

นอกจากนี้ สิ่งที่ผมพูดเสมอคือ “ความมั่นใจ” เพราะฟุตบอลเป็นกีฬาที่แปลก ซึ่งจริง ๆ ก็เหมือนกีฬาทั่ว ๆ ไปนั่นแหละครับที่หากนักกีฬามีความมั่นใจ จะให้ทำอะไรก็จะดีไปหมดรวมถึงผลการแข่งขันก็จะดีด้วย

เขียนถึงตรงนี้ก็นึกถึงทีมอย่าง ซันเดอร์แลนด์ ในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่ตัวนักเตะของทีมก็ออกมายอมรับนะครับว่า มาร์ติน โอนีล จริง ๆ แล้วไม่ได้เข้ามาสร้าง “แทคติก” หรือ “วิธีการเล่น” หรือการซ้อมใหม่ ๆ อะไรแบบแตกต่างจากเดิมราวฟ้ากับเหวเลย

ทว่าสิ่งที่โอนีล กุนซือชาวไอร์แลนด์เหนือประสบความสำเร็จก็คือ การเติม “ความมั่นใจ” ให้กับลูกทีมดังที่เห็นนะครับพวกเค้าชนะได้แม้กระทั่ง ลิเวอร์พูล

ดังนั้นเวลาพูด “ภาษาฟุตบอล” จึงไม่เหมือน “ภาษาอื่น ๆ” เนื่องจากฟุตบอลไม่มี “ถูก/ผิด” และไม่มี “คำตอบตายตัว” แต่ผลของสิ่งหนึ่งจะมีอิทธิพลต่ออีกสิ่งหนึ่งเสมอ

เอาล่ะครับเนื้อที่หมดแล้วสำหรับสัปดาห์นี้ ไว้เสาร์หน้าผมน่าจะมี “ควันหลง” จากแมตช์แรกฟุตบอลไทยซีซั่นใหม่จากทั้งหมด 306 แมตช์มาฝากกันครับ.


Tags:

บทความที่เกี่ยวข้อง


แบ่งปัน

จำนวนคนดู 38,488 ครั้ง

แสดงความคิดเห็น