วันเสาร์ 20 ธันวาคม 2557 อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

บันทึกอาเซียน | ASEAN DIARY : ห้องเรียนอาเซียน

ห้องเรียนอาเซียน
โรงเรียนวัดหาดสองแคว, แก่งคอย, สระบุรี

เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2556 ผมได้มีโอกาสไปเยี่ยมโรงเรียนวัดหาดสองแคว “สมบูรณ์วิทยาคาร” อ.แก่งคอย จังหวัดสระบุรี ด้วยเหตุที่ไปร่วมทำกิจกรรมเพื่อสังคมกับคณะพนักงานและผู้บริหารสถานีโทรทัศน์ข่าว Spring News กิจกรรมที่ไปทำที่โรงเรียนนั้นเป็นเพียงการช่วยทาสีอุปกรณ์สนามเด็กเล่น, มอบอุปกรณ์กีฬา, เล่นฟุตบอลกับเด็ก ๆ และพูดคุยกับครู แต่เมื่อไปถึงและเริ่มทำกิจกรรม ผมก็สังเกตุเห็นความทรุดโทรมของโรงเรียน ผมได้พูดคุยกับครูใหญ่ (ผู้อำนวยการโรงเรียน) ถึงสภาพและปัญหาที่โรงเรียนเผชิญอยู่ หลังจากนั้นก็เดินดูสภาพทั่วไปของโรงเรียนด้วยความรู้สึกสะท้อนใจ คิดในใจว่าโรงเรียนนี้ไม่ได้มาตรฐานที่อาเซียนคาดหวัง ไม่ได้มาตรฐานที่ผมเองคาดหวังว่าเด็กไทยควรจะแข่งขันกับใครได้ในอาเซียน เดินไประยะหนึ่งก็เห็นป้ายหน้าอาคารเล็กหลังหนึ่งบอกว่าเป็น “ห้องเรียนอาเซียน”

เมื่อเห็นว่าโรงเรียนเก่าที่อาคารเรียนอายุ 40 ปี กำลังจะพัง แต่ยังมีห้องเรียนอาเซียน แสดงว่าโรงเรียนยืนหยัดที่จะเกาะติดกระแสอาเซียนอย่างมุ่งมั่น เพียงเท่าที่เห็นป้ายหน้าห้องผมก็เห็นว่าเป็นเรื่องน่าสบายใจขึ้นบ้างแล้ว

ห้องเรียนอาเซียนของโรงเรียนวัดหาดสองแคว “สมบูรณ์วิทยาคาร” เป็นห้องเรียนขนาดเล็ก มีเนื้อที่ประมาณ 25 ตารางเมตร มีธงชาติสมาชิกอาเซียนประดับอยู่พร้อมกับแผ่นภาพติดผนังห้องให้ความรู้เกี่ยวกับรัฐสมาชิกอาเซียน ส่วนหนังสือและแผ่นภาพยนตร์สารคดีในตู้ส่วนใหญ่ก็ไม่เกี่ยวข้องกับอาเซียนโดยตรง มีไม่กี่รายการที่เห็นเป็นประโยชน์เรื่องอาเซียนโดยตรงกับเด็ก ๆ ประเมินแล้วก็มั่นใจว่า “ห้องเรียนอาเซียน” เป็นผลงานของครูที่พยายามทำเท่าที่จะทำกันเองได้ตามมีตามเกิด มีบ้าง ดีกว่าไม่มี เพียงแค่มีป้ายบอกหน้าห้องก็ได้ความรู้แล้วว่ามีอาเซียนอยู่ในโลกด้วย!

การที่โรงเรียนวัดหาดสองแคว “สมบูรณ์วิทยาคาร” มีชื่อยาวก็เพราะต้องเติมชื่อในเครื่องหมายคำพูดเพื่อเป็นการรำลึกถึงผู้บริจาคเงินส่วนหนึ่งสร้างโรงเรียน ที่อีกอาคารหนึ่งติดป้าย “SCG” ก็เพราะต้องขอบคุณเครือซิเมนต์ไทยที่ช่วยบริจาคเงินสร้างอาคารหลังเล็กให้โรงเรียน เครือซิเมนต์ไทย หรือที่ปัจจุบันเรียกตัวเองว่า SCG ก็จะต้องช่วยเหลือโรงเรียนด้วยเหตุที่โรงงานซิเมนต์ของ SCG อยู่ใกล้ชุมชนวัดหาดสองแควในอำเภอแก่งคอย การพึ่งพาอาศัยกันและกันจึงเป็นเรื่องที่ SCG ต้องใส่ใจดูแลเป็นหลักธรรมดาของกิจการที่มีบรรษัทภิบาล

โรงเรียนวัดหาดสองแควฯเป็นโรงเรียนระดับประถมศึกษาขนาดกลางมีนักเรียน 140 คน จากพื้นที่ใกล้เคียง ปัญหาของโรงเรียนมีสารพัด:

อาคารเรียนกำลังถูกมอดกินใกล้พังหลังจากผ่านกาลเวลามาสี่สิบปี ครูใหญ่ยังไม่มีหนทางที่จะได้เงินจากที่ไหนมาสร้างใหม่แทนได้ แต่ถึงอย่างไรอาคารก็จะต้องถูกรื้อก่อนจะพังแน่นอน มิฉะนั้นจะเป็นอันตรายต่อเด็ก ๆ อย่างที่มิมีวันทราบว่าจะเกิดโศกนาฏกรรมนี้ขึ้นเมื่อใด ครูใหญ่คิดว่าต้องการเงินสร้างอาคารใหม่ให้พออยู่กันได้ในวงเงินไม่เกิน 10 ล้านบาท เพื่อนผมผู้ซึ่งเคยเป็นอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์มาร่วมกิจกรรมที่โรงเรียนนี้ด้วยก็บอกว่าน่าจะต้องให้ถึง 20 ล้านบาท หากโรงเรียนจะมีอาคารที่สมบูรณ์จริง ๆ

ในห้องเรียน พบว่าโต๊ะเก้าอี้กำลังทรุดโทรมแต่ก็พอนั่งได้ กระดานดำหน้าห้องทำด้วยไม้อัดกำลังเปื่อยพองตามขอบมองเห็นชัด หนังสือเรียนที่ได้ฟรีจากระบบเรียนฟรีของรัฐบาลเป็นสิ่งเดียวที่ทันสมัยเท่ากับโรงเรียนอื่น ๆ ในประเทศ

เด็ก ป. 1 มี 12 คน ทุกคนได้รับเครื่องคอมพิวเตอร์แบบแผ่นพกพาขนาดเล็กที่เรียกว่า tablet คนละหนึ่งเครื่องประจำตัว แต่ผู้ปกครองจะต้องมาทำความตกลงว่าจะเอาเครื่องกลับไปใช้ที่บ้านก่อน จึงจะให้เด็กเอากลับไปบ้านได้ แต่ทุกวันนี้ทั้ง 12 เครื่องยังอยู่ในกล่องในตู้ที่โรงเรียน โดยครูเองก็ไม่มีเครื่องสำหรับตัวครูเองเพราะกระทรวงศึกษาธิการไม่มีนโยบายให้เครื่อง tablet กับครู ครูจึงไม่มีใช้ และใช้ไม่เป็น จะต้องไปยืมเครื่องของเด็กมาเรียนรู้วิธีใช้ก่อน เครื่อง tablet ทั้งหมดใช้กับระบบสัญญาณไร้สายที่เรียกว่า Wi-Fi ไม่ได้ เพราะโรงเรียนไม่มีระบบ Wi-Fi เด็กจึงไม่มีโอกาสเข้าใช้ internet เลย หากจะใช้ tablet ก็จะใช้ได้เพียงโปรแกรมบทเรียนที่ใส่ไว้ในเครื่องซึ่งหากใช้เครื่องจริง ๆ แบตเตอร์รี่จะหมดภายใน 2 ชั่วโมง ครูบอกว่าต้องต่อสายไฟเสียบเครื่องชาร์จเติมไฟในแบตเตอร์รี่ค้างไว้ตลอดเวลา เป็นเรื่องยุ่งยากวุ่นวายมาก

ครูบอกว่า “คิดแล้วใช้หนังสือเรียนจะสะดวกดีกว่ามาก”  หลังจากที่ได้เครื่องคอมพิวเคอร์แบบแผ่น tablet มา 12 เครื่องตั้งแต่ปลายปีที่แล้วจนบัดนี้ทุกเครื่องยังคงอยู่ในกล่องนอนเรียงเป็นสองแถวตั้ง สงบแน่นิ่งในตู้ในห้องเรียนโดยไม่เกิดประโยชน์อันใดทางภูมิปัญญา เด็ก ๆ ใช้คอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะให้ห้องเรียนโดยไม่เห็นว่าจอแบนแผ่นเล็กจะมาสู้เครื่องจอแก้วจอใหญ่ตั้งโต๊ะได้อย่างไร ไม่ว่าจะแบบไหนเด็กก็เข้าอินเตอร์เน็ตไม่ได้เช่นเดียวกัน อะไรที่ใช้อ่านใช้เรียนจากจอคอมพิวเตอร์เป็นเพียงบทเรียนที่เปลืองไฟไม่มีคุณค่าทางวิชาความรู้เท่าบทเรียนจากหนังสือกระดาษธรรมดา ๆ ที่มีอยู่แล้วในโรงเรียน

ปัญหาใหญ่ของตัวครูเองคือต้องใช้เวลาส่วนหนึ่ง-และบ่อยครั้งเป็นเวลาส่วนมาก-ไปกับการทำงานเอกสารส่งกระทรวงศึกษาธิการ ไม่ว่าเป็นเรื่องการบริหารโรงเรียน การจัดการต่าง ๆ ที่ต้องตอบเป็นหนังสือไปยังกระทรวง การเฝ้าระวังระบบการประเมินคุณภาพการศึกษาที่สำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐานตามมารบกวนชีวิตการสอนของครูจนแทบไม่เหลือเวลาสำหรับการสอนเด็ก ๆ อย่างมืออาชีพ ครูบอกว่าสมัยนี้ไม่เหมือนสมัยก่อนที่ครูอยู่กับเด็กได้ทั้งวัน แต่สมัยนี้ครูอยู่กับคำสั่งและการตรวจจี้ของกระทรวงศึกษาธิการมากว่าจะมีเวลาให้กับเด็ก

ครูมีเจ้านายมากเหลือเกิน
ทั้งเจ้านายในเขตพื้นที่การศึกษา
และเจ้านายในกระทรวงฯที่กรุงเทพฯ
ส่วนเด็กเกือบจะไม่มีครูดูแลเต็มเวลา

ประเมินตามมาตรฐานอาเซียน โรงเรียนวัดหาดสองแคว”สมบูรณ์วิทยาคาร” ต่ำกว่ามาตรฐานอาเซียนมาก

เด็กโรงเรียนวัดหาดสองแควไม่มีทางที่จะนำไทยไปสู่อาเซียนที่ไหนตามคำขวัญวันเด็กได้เลย เพราะรัฐบาลมิได้ใส่ใจสร้างมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐานให้มีทั่วถึงเท่าเทียมกันทั่วประเทศ

แก่งคอย ซึ่งอยู่ห่างจากกระทรวงศึกษาธิการเพียงชั่วโมงครึ่งโดยรถยนต์ ยังมองไม่เห็นอนาคตของเยาวชนในประชาคมอาเซียนว่าจะไปอยู่ตรงจุดไหนที่พอจะเทียบเคียงกับเด็กชาติอื่นได้บ้าง

เด็กแก่งคอย...ต้องคอยต่อไป...คอยจนอาคารเรียนพังในสามปีข้างหน้า.

สมเกียรติ อ่อนวิมล


Tags:

บทความที่เกี่ยวข้อง


แบ่งปัน

แสดงความคิดเห็น