วันจันทร์ 21 เมษายน 2557 อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เมื่อ สัปดาห์ที่ผ่านมา อนุกรรมการข้าราชการตำรวจ  (ก.ตร.)ได้เห็นชอบให้หน่วยป้องกันการต่อต้านการก่อการร้ายสากล ภายใต้การดูแลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ได้รับเงินประจำตำแหน่งเทียบเคียงเหมือนกับกองทัพต่าง ๆ

ครับ...ข่าวดีชิ้นนี้คงทำให้นายตำรวจที่ต้องแบกรับภารกิจสำคัญ เพื่อชื่อเสียงและภาพลักษณ์ของประเทศชาติ คงมีกำลังใจขึ้นอีกมากโข แม้ว่าตามหลักการจะต้องส่งเรื่องให้ ก.ตร. ที่มี “ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง” รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานได้พิจารณาชี้ขาดในขั้นตอนสุดท้าย

แต่ด้วยพื้นฐานของ ร.ต.อ.เฉลิม ที่เคยรับราชการเป็นตำรวจมาก่อน คงเล็งเห็นความสำคัญของ หน่วยงานป้องกันภัยที่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย ทั้งในและนอกประเทศ เนื่องจากการก่อเหตุร้ายของพวกนอกกฎหมาย สร้างความสูญเสียให้กับหลายประเทศมาแล้ว ดังนั้นการสนับสนุนหน่วยงานต่อต้านการก่อการร้าย จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง

ปัจจุบันนี้หน่วยป้องกันการต่อต้านการก่อการร้ายสากล อยู่ในความรับผิดชอบของ กองทัพอากาศ กองทัพเรือ กองทัพบก ในส่วนของ สตช. มีหน่วย “อรินทราช 26” สังกัดอยู่ใน กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) และ นเรศวร 261 สังกัด กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (บก.ตชด.)

ที่ไม่น่าเชื่อคือ... มีเพียง สตช.เท่านั้นที่ ไม่ได้รับเงินประจำตำแหน่ง เลยลองไปตรวจสอบข้อมูล ทำให้ทราบว่า ก่อนหน้านี้เคยมีผู้เสนอเงินประจำตำแหน่ง ให้หน่วยป้องกันการต่อต้านการก่อการร้ายสากล แต่ ตำรวจหน่วยปฏิบัติการพิเศษ ซึ่งประจำอยู่ในจังหวัดต่าง ๆ อยากได้เงินก้อนนี้ด้วย เลยเสนอขอไปทาง “สำนักงบประมาณ”

พอสำนักงบประมาณเห็นตัวเลข ก็ปฏิเสธให้ความเห็นชอบทันที เพราะต้องใช้เงินมากพอสมควร ที่สำคัญในอนาคตคงเกรงว่า หากมีหน่วยงานอื่น ขอค่าตอบแทนในลักษณะนี้บ้าง คงสร้างความปั่นป่วนไม่ใช่น้อย

หากพูดถึงการทำงานของหน่วยปฏิบัติการพิเศษของ สตช. ที่ทำงานอยู่ในจังหวัดต่าง ๆ กับหน่วยต่อต้านการก่อการร้ายสากล ผมเห็นว่า ภารกิจแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

ท้ายที่สุดถ้า ก.ตร.ไม่เห็นชอบตามข้อเสนอของอนุ ก.ตร.ปฏิเสธที่จะให้เงินประจำตำแหน่ง  กับหน่วยป้องกันการต่อต้านการก่อการร้ายสากลของ สตช. แต่ด้วยความรับผิดชอบ รวมถึงการคำนึงถึงประโยชน์ของประเทศ นายตำรวจสังกัด อรินทราช 26 และนเรศวร 261 ก็คงพร้อมที่จะทำงานต่อไป

แต่พูดถึงขวัญและกำลังใจ มีผลกระทบแน่ และหากในอนาคตมีข้อเสนอให้นายตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ต่อต้านการก่อการร้าย ไปทำงานด้านอื่น หลายคนอาจยอมทิ้งภารกิจสำคัญ เพื่ออนาคตและผลตอบแทนที่ดีกว่า ผมอยากถามว่า จะเกิดปัญหาอะไรขึ้นกับประเทศชาติ เนื่องจากการฝึกบุคลากรให้มีความชำนาญด้านต่อต้านการก่อการร้ายต้องใช้เวลานานพอสมควร ไม่ใช่ฝึกกันได้ง่าย ๆ

ยิ่งปัจจุบันรูปแบบ ก่อการร้ายทั้งในและนอกประเทศ ได้พัฒนาวิธีก่อเหตุจนซับซ้อนมากยิ่งขึ้นเรื่อย ๆ ทางการก็ต้องพัฒนาบุคลากรให้ทันกับ บรรดาอาชญากรข้ามชาติ ไม่ใช่ต้องวิ่งไล่จับโจรผู้ร้ายเพียงอย่างเดียว

และในที่สุดหาก ก.ตร. ให้ความเห็นชอบเรื่องเงินประจำตำแหน่งให้หน่วยงานต่อต้านการก่อการร้าย ก็ต้องยกความดีความชอบ ส่วนหนึ่งให้ “พ.ต.อ.ภาณุรัตน์ หลักบุญ” รอง ผบก.สปพ. เนื่องจากผลักดันมาอย่างต่อเนื่อง เพราะต้องการอยากส่งเสริมให้ผู้ปฏิบัติงาน มีขวัญและกำลังใจ และทัดเทียมกับหน่วยงานอื่นที่มีภารกิจเช่นเดียวกัน

ยิ่งช่วงปลายปีนักวิเคราะห์ทางการเมืองหลายคนเห็นตรงกันว่า อาจเกิดการชุมนุมของกลุ่มสีเสื้อต่าง ๆ จนทำให้เกิดปัญหาแทรกซ้อน หาก สตช. ไม่เตรียมความพร้อมไว้ให้ดีคงเกิดปัญหาตามมาอีก แถมยังมีข่าวว่านายตำรวจหลายนายไม่อยากรับผิดชอบกับการดูแลการชุมนุมทางการเมือง ด้วยเกรงว่าจะมีข้อหาติดตัวตามมา

ถ้าต้องการประเมิน “วิสัยทัศน์” ของผู้คุมนโยบาย สตช. เรื่อง สนับสนุนหน่วยป้องกันการต่อต้านการก่อการร้ายสากล เป็นตัววัดได้เหมือนกันครับ.

บทความที่เกี่ยวข้อง


แบ่งปัน

จำนวนคนดู 69,116 ครั้ง

แสดงความคิดเห็น