วันอังคาร 2 กันยายน 2557 อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

หลังจากที่นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ออกไปตรวจตลาดดูราคาสินค้า และให้กระทรวงพาณิชย์ ดูโครงสร้างต้นทุนสินค้า ว่ามีการค้ากำไรในแต่ละช่วงมากน้อยเพียงใด

เบื้องต้นมีสินค้าประมาณกว่า 10 ชนิด เริ่มจากสินค้าเกษตรที่ผันผวน ราคาขึ้นลงรวดเร็ว และเป็นที่นิยมในการใช้และบริโภคของประชาชนจำนวนมาก   
เพราะกลุ่มนี้หากเกิดวิกฤติ จะกระทบเป็นลูกโซ่ทำให้สินค้าอื่นที่เกี่ยวข้อง ราคาแพงขึ้นได้อีก เช่น ไข่ไก่ เนื้อหมูแพง ส่งผลให้อาหารสำเร็จรูปแพงไปด้วย ผู้บริโภคเดือดร้อน เป็น 2 เท่า

ต้องยอมรับว่ากระทรวงพาณิชย์มีข้อมูลไม่เพียงพอ บางครั้งรู้ว่าของราคาแพง แต่ไม่รู้สาเหตุ ทำให้การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุไม่ได้

การทำข้อมูลครั้งนี้ เพื่อต้องการให้มีข้อมูลรอบด้าน ตั้งแต่ปลายน้ำ กลางน้ำ ต้นน้ำ หากเกิดวิกฤติจะได้ดูแลราคาสินค้าได้ง่ายขึ้น

เช่น หากเนื้อหมูแพงจากปัญหากลางน้ำ เพราะพ่อค้าคนกลางโขกราคา ต่อไปรัฐแก้ไขที่การค้ากำไรเกินควรในช่วงพ่อค้าคนกลางได้

หรือ หากเป็นปัญหาตั้งแต่ต้นทางการผลิต สมัยน้ำมันปาล์มขาดแคลน รัฐก็ต้องเข้าไปแก้ไขตั้งแต่การผลิต ในสวนปาล์ม หรือนำเข้าเพื่อให้มีปริมาณปาล์มดิบเพียงพอ

สิ่งสำคัญต่อไป คือ ขั้นตอนปฏิบัติ และมาตรการติดตามดูแล รวมทั้ง ความกล้าหาญของภาครัฐ การเข้มงวดในการใช้มาตรการดูแลแก้ปัญหา

ตรงนี้สำคัญมาก ไม่ใช่ว่าศึกษาโครงสร้างต้นทุนราคาสินค้ามาแล้ว เก็บไว้ในลิ้นชักไม่กล้านำมาปฏิบัติ ให้เป็นประโยชน์กับผู้บริโภค และในที่สุดก็เหมือนเดิม ต้องมาแก้กันแบบซ้ำ ๆ ซาก ๆ

และบ่อยครั้งต้นตอของปัญหาสินค้าแพง พอตรวจสอบไปมา ก็พบเป็นกลุ่มนายทุน พ่อค้ารายใหญ่ที่มีอิทธิพล บางครั้งมีความเกี่ยวพันกับการเมือง ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถเข้าไปแตะต้องได้

ตรงนี้อยากให้ภาครัฐดำเนินการให้เกิดขึ้นจริง อย่าเป็นแค่เขียนเสือให้วัวกลัว แล้วเงียบหายไป!!.


Tags:

บทความที่เกี่ยวข้อง


แบ่งปัน

จำนวนคนดู 9,037 ครั้ง

แสดงความคิดเห็น