วันพุธ 1 ตุลาคม 2557 อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ในยุคที่บ้านเมืองเกิดความแตกแยก ผู้มีอำนาจคิดแบ่งแยกประชาชน ใครสนับสนุนฝ่ายบริหาร จะได้รับการปรนเปรอในรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นงบประมาณหรือตำแหน่งสำคัญฝ่ายบริหาร คงเหลือเพียง “กีฬา” เท่านั้นมั้งครับ ที่ สามารถหล่อหลอมหัวใจคนไทย ให้เป็นหนึ่งเดียวได้

เหมือนอย่างความสำเร็จ ที่เกิดขึ้น ทีมวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย ซึ่งสร้างชื่อเสียงให้กับบ้านเรา มีชัยเหนือมหาประเทศมหาอำนาจ ทั้งจีนและญี่ปุ่น จนชนะเลิศในรายการชิงแชมป์เอเชีย 2013 ทำให้คนไทยมีความสุขอยู่ในขณะนี้ จนถูกยกให้ เป็น “สมาร์ทเลดี้” ตัวจริงเสียงจริง โดยไม่จำเป็นต้องสร้างภาพ หรือทำ “เรียลิตี้” เพื่อรอเรียกเรตติ้งจากใคร ๆ

ความสำเร็จครั้งนี้ คงต้องยกความดีความชอบ ให้กับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น นักกีฬา ผู้ฝึกสอน และสมาคมวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย เพราะต่างร่วมใจ ช่วยกันผลักดันให้ประเทศไทยประสบความสำเร็จ ในระดับสุดยอดของทวีปเอเชีย และไม่ใช่เรื่องแปลก วันนี้หลายคนเริ่มคิดไปถึงกีฬาโอลิมปิกและแชมป์โลกแล้วครับ

ด้วยเหตุที่เห็นนักกีฬาวอลเลย์บอลสาวไทย มีความพร้อมทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นจิตใจที่เข้มแข็ง ความเป็นนักสู้ ยึดระเบียบวินัย ที่สำคัญคือการรู้จักให้อภัย มีความสามัคคี ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมาก อย่าลืมว่าไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันกีฬา หรือทำอะไรก็ตาม หากไร้ซึ่งเอกภาพ ต่างฝ่ายต่างทำ ยากที่จะประสบความสำเร็จได้

อดีตที่ผ่านมา ผมมักได้ยินเสียงคนพูดอยู่ว่า กีฬาประเภททีมของบ้านเรา ยากที่จะประสบความสำเร็จ เนื่องจากมีปัญหาเรื่องประสานงาน และข้อจำกัดหลายด้าน แตกต่างจากประเภทเดี่ยว ที่ใช้ความสามารถและทักษะ ของผู้เข้าแข่งจนมีการพูดกันว่า ประเทศไทย มีจุดอ่อนการทำงานเป็นทีม ซึ่งรวมถึงฝ่ายบริหารในอดีต และมาถึงปัจจุบันด้วย

แม้กระทั่งฟุตบอล ซึ่งเป็นกีฬายอดฮิตของบ้านเรา ไม่ว่าจะเป็นลีกในประเทศหรือต่างประเทศ คนติดตามดูชนิดที่เรียกว่าอุ่นหนาฝาคั่ง แต่ทีมฟุตบอลไทยก็ยังไม่เคยประสบความสำเร็จในระดับเอเชีย ไม่ต้องไปฝันถึงระดับโลก

ได้แต่หวังว่าความสำเร็จของ ทีมวอลเลย์บอลสาวไทย จะทำให้นักกีฬาอีกหลายประเภท ได้ยึดถือเป็นแบบอย่าง ทั้ง ๆ ที่เราด้อยกว่าคู่แข่งอีกหลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็นด้านสรีระ การสนับสนุนของภาครัฐ แต่ถ้าหากมีความมุ่งมั่น ไม่ย่อท้อกับอุปสรรคต่าง ๆ นานา ความสำเร็จจะวิ่งเข้าหาเราได้ไม่ยาก แต่กว่าจะถึงจุดนั้น ต้องมีความอดทน เชื่อมั่นในคำฝึกสอนของสตาฟฟ์โค้ช

ยิ่งผมได้อ่านบทสัมภาษณ์ของ “นายสมพร ใช้บางยาง” นายกสมาคมวอลเลย์บอลฯ ที่ให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่อง “เงินอัดฉีด”  ยิ่งรู้สึกชื่นชม และไม่แปลกใจเลยว่า ทำไมทีมวอลเลย์บอลหญิง จึงประสบความสำเร็จ จนกลายเป็นขวัญใจของคนไทยทั้งชาติอยู่ในเวลานี้

ขอนำมาเผยแพร่อีกครั้ง เพราะอยากให้เป็นแบบอย่างของอีกหลายสมาคม ยิ่งปัจจุบันนี้ มีบุคคลหลายอาชีพที่ยึดถือ “เงินตรา” เป็นพระเจ้า ไม่คำนึงถึงความถูกต้อง และศักดิ์ศรีของตนเอง

“สำหรับเรื่องเงินอัดฉีดนั้น สมาคมวอลเลย์บอลฯ มีวัฒนธรรมของเราว่าจะไม่เคยพูดถึงเรื่องการจะให้รางวัลกับนักกีฬาก่อนแข่ง ถ้าชนะจะให้เงินเท่านั้นเท่านี้ แต่เราก็มีวัฒน
ธรรมของเราว่า ถ้านักกีฬาของเราประสบความสำเร็จในการแข่งขัน ได้อันดับใดก็แล้วแต่ เราก็พร้อมจะให้รางวัลกับนักกีฬาตามสมควร และตามศักยภาพที่ทางสมาคมจะทำได้ เพราะสมาคมไม่ได้เป็นสมาคมร่ำรวยอะไร ก็อาศัยผู้สนับสนุน อาศัยจากกรรมการบริหารฯ บ้าง อาศัยจากโน่นนี่มาช่วยสนับสนุนบ้าง เรื่องนี้เรายืนยันได้ว่าเป็นวัฒนธรรมของเรา เราไม่เคยประกาศว่าจะให้รางวัลอะไร แต่เรายืนยันว่ามีแน่”

ครับ ...จำได้ว่าอดีตนายกรัฐมนตรีบางท่าน ชอบนำผลการเลือกตั้ง ไปเทียบกับการแข่งขันกีฬาทำนองว่า ต้องรู้แพ้ชนะ ซึ่งผมเห็นด้วยร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ต้องหมายความว่า คนที่ชนะต้องเคารพกฎกติกา ไม่เอาเปรียบคู่แข่งด้วยวิธีสกปรก ไม่เช่นนั้นก็ยากที่เกิดการยอมรับได้

ท้ายนี้ต้องขอขอบคุณสมาคมวอลเลย์บอลฯ ที่ ช่วยทำให้คนไทยมีความสุข และหวังว่าจะเป็นแรงกระตุ้น ช่วยทำให้เด็กและเยาวชน หันมาสนใจกับการเป็นนักกีฬามากขึ้น เพราะมีส่วนช่วยสร้างคนให้เป็น “มนุษย์ที่มีคุณภาพ” ได้จริง ๆ.

“เขื่อนขันธ์”


Tags:

บทความที่เกี่ยวข้อง


แบ่งปัน

จำนวนคนดู 7,757 ครั้ง

แสดงความคิดเห็น