วันพุธ 1 ตุลาคม 2557 อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ข้าราชการครูท่านหนึ่งอาศัยบ้านแม่ยายเป็นที่พักอาศัยในการทำงานที่โรงเรียนแถวนั้น

และทำเรื่องเบิกจ่ายค่าเช่าบ้านตามสิทธิประโยชน์ของทางราชการ

วันดีคืนดีมีข้อกล่าวหาว่าข้าราชการครูท่านนี้กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงฐานทุจริตในการเบิกค่าเช่าบ้าน บ้านแม่ยายนั่นแหละขอรับ

เนื่องจากคุณแม่ท่านเมตตายกกรรมสิทธิ์ในที่ดินพร้อมทั้งสิ่งปลูกสร้างให้คุณครูและภรรยาทั้งหมด

ตามกฎ ระเบียบว่าด้วยสิทธิประโยชน์ค่าเช่าบ้าน คุณครูย่อมไม่มีสิทธิเบิกค่าเช่าบ้านอีกต่อไปเนื่องจากมีบ้านพักอาศัยเป็นของตนเองในท้องที่ที่ตนปฏิบัติราชการประจำ

แต่คุณครูท่านก็ยังก้มหน้าก้มตาเบิกค่าเช่าบ้านตลอดมา แบบว่าของมันเคยน่ะ อีกประการหนึ่งโอนกันเงียบ ๆ ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร

เบิกค่าเช่าบ้านมาอีกร่วมสิบปี หน้าต่างมีรู ประตูมีช่อง ความจึงแตกถึงหน่วยงานต้นสังกัดถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนด้วย

เหตุนี้แล

เบิกมาสิบปีก็หลายเงินอยู่ สองแสนห้าหมื่นกว่าบาทเศษ โดนโทษทางวินัยข้อหาปกปิดข้อความจริงที่ควรแจ้งแก่ทางราชการเรื่องที่ตนได้กรรมสิทธิ์ในบ้านหลังที่ตนใช้สิทธิเบิกค่าเช่าบ้านและยังคงฝ่าฝืนขอเบิกโดยยื่นเอกสารก่อนโอนกรรมสิทธิ์เป็นหลักฐานขอเบิกทำให้ทางราชการเสียหาย

เป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต แบบนี้ต้องเดินไปให้สุดซอย

ซอยนี้ข้าราชการเขารู้จักกันดีครับว่าต้องเหมาเข่งสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดด้วย ละเมิดที่เอาเงินหลวงไปใช้โดยไม่มีสิทธินั่นแหละครับ

ใช้คณะกรรมการสอบสวนทางวินัยชุดเดิมนั่นแหละมาสอบข้อเท็จจริงทางละเมิด ง่ายดี

ท่านปฏิบัติกันอย่างนี้กันเป็นกิจวัตร เพื่อความสะดวกไม่ยุ่งยากไม่ต้องมานับหนึ่งใหม่ ข้อเท็จจริงข้อกฎหมายชัดเจนเพราะสอบมาแล้ว ข้อมูลแน่นหนาเพียงพอไม่ต้องเสียเวลามาตั้งคนใหม่ สอบใหม่

คณะกรรมการเหล้าเก่าในขวดใหม่พิจารณาแล้วเห็นควรให้คุณครูชดใช้เงินห้าแสนกว่าบาทดังกล่าว และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาท้องที่จึงมีคำสั่งเรียกให้คุณครูชดใช้ตามจำนวนเงินห้าแสนกว่านั้นพร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดจุดห้าต่อปีนับแต่วันผิดนัด

ถ้าอยู่เฉยคุณครูต้องควักกระเป๋าตั้งกว่าครึ่งล้านบาท แบบนี้ต้องเป่านกหวีด

คุณครูจึงยื่นฟ้องแบบเหมาเข่งมั่งทั้งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานที่ออกคำสั่งให้ผู้ฟ้องคดีชดใช้เงินคืนโดยไม่ชอบ ขอให้เพิกถอนคำสั่งดังกล่าว

กรณีที่ตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยแล้วตั้งคณะกรรมการชุดนั้นเป็นคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดด้วยเหมือนอย่างในคดีนี้ ท่านว่าหาได้ผิดกติกาอันใดไม่

แต่คณะกรรมการที่ตั้งขึ้นมาแนวนี้โปรดทราบ ท่านต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙

อันไหนเห็นว่าได้ทำตามกฎหมายแล้วขณะสอบข้อเท็จจริงทางวินัย หยวน ๆ ไม่ต้องทำใหม่อาจมีพลิกล็อกสนั่นดังคดีนี้

ศาลปกครองชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งเรียกให้ชดใช้เงิน

อ้าว เฮ้ย เข้าสุดซอยแต่ดันผิดซอยซะแล้ว ผู้ถูกฟ้องคดีต้องอุทธรณ์กันอย่างรีบด่วน

ศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยว่า การแต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดประกอบด้วยบุคคลเดียวกับคณะกรรมการสอบสวนทางวินัย การสอบข้อเท็จจริงจึงรวบรวมพยานหลักฐานที่ปรากฏในสำนวนการสอบสวนทางวินัยและได้สอบสวนหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม

แต่ไม่ได้แจ้งถึงการสอบสวนเพื่อหาผู้ที่ต้องรับผิดทางละเมิดให้ผู้ฟ้องคดีทราบและไม่ได้แจ้งให้ผู้ฟ้องคดีได้ชี้แจงและโต้แย้งแสดงพยานหลักฐานของตนเอง

เห็นว่า การสอบสวนทางวินัยและการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดมีวัตถุประสงค์แตกต่างกันและมีขั้นตอนรวมทั้งวิธีการสอบสวนตามที่กฎหมายกำหนดไว้แตกต่างกันด้วย การสอบสวนทางวินัยเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงว่าข้าราชการผู้นั้นกระทำผิดทางวินัยหรือไม่และต้องได้รับการลงโทษอย่างไร ส่วนการสอบข้อเท็จจริงทางละเมิดเพื่อให้ทราบว่ามีการกระทำที่เกิดความเสียหายแก่หน่วยงานของรัฐและมีผู้ที่ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายหรือไม่

หากคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดจะนำพยานหลักฐานและผลการสอบสวนทางวินัยมาใช้ประกอบการพิจารณาทางละเมิดก็ สามารถนำมาใช้ได้แต่ต้องปฏิบัติให้ถูกต้องตามรูปแบบ ขั้นตอนหรือวิธีการอันเป็นสาระสำคัญที่กำหนดไว้สำหรับการสอบสวนเพื่อหาผู้รับผิดทางละเมิดด้วย

ในรายงานการสอบสวนความรับผิดทางละเมิดปรากฏว่าไม่ได้นำสืบผู้ถูกกล่าวหาและไม่เคยแจ้งให้ผู้ฟ้องคดีทราบว่าจะนำข้อเท็จจริงที่เคยให้ถ้อยคำในการสอบสวนทางวินัยมาใช้ในการสอบสวนทางละเมิดด้วยจึงไม่เป็นการปฏิบัติตามข้อ ๑๕ แห่งระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยหลักเกณฑ์การปฏิบัติเกี่ยวกับความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. ๒๕๓๙ และมาตรา ๓๐ แห่ง พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙

เป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้องตามรูปแบบ ขั้นตอนหรือวิธีการอันเป็นสาระสำคัญ ที่กำหนดไว้สำหรับการออกคำสั่ง คำสั่งของผู้ถูกฟ้องคดีจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย พิพากษาให้ เพิกถอนคำสั่งดังกล่าวให้มีผลย้อนหลังไปถึงวันออกคำสั่ง (คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ. ๗๙๑/๒๕๕๕)

ขอขอบคุณสำนักประชาสัมพันธ์ สำนักงานศาลปกครองที่จัดส่งคดีมาให้เผยแพร่ครับ และขอเรียนท่านผู้อ่านที่กรุณาติดตามกฎหมายข้างตัวมาโดยตลอดและสนใจขอรายละเอียดทั้งหมดของคดีมาหลายท่าน เพื่อความสะดวกและประโยชน์ของท่านที่สนใจอื่น ๆต่อไป กระผมขอนำรายละเอียดของคำพิพากษาทั้งหมดลงในเว็บไซต์ข้างล่างนี้ครับผม.

พิสิษฐ์ พลรักษ์เขตต์

www.naipisit.com/อีเมล : praepim@yahoo.com


Tags:

บทความที่เกี่ยวข้อง


แบ่งปัน

จำนวนคนดู 1,084 ครั้ง

แสดงความคิดเห็น