วันศุกร์ 25 กรกฎาคม 2557 อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เพ็ญมาฆปุรณมี ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 วัน ’มาฆบูชา“ วันจาตุรงคสันนิบาต วันที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงโอวาทปาติโมกข์ท่ามกลางที่ประชุมมหาสังฆสันนิบาต เวียนมาบรรจบอีกครั้ง โดยในปีนี้ตรงกับวันที่ 25 ก.พ. ซึ่งสำหรับพุทธศาสนิกชน วันมาฆบูชาก็ถือเป็นฤกษ์งามยามดีที่จะระลึกและปฏิบัติตามพระพุทธพจน์คาถาอันเป็นหัวใจสำคัญเพื่อเข้าถึงจุดมุ่งหมายของพระพุทธศาสนา คือ...ไม่ทำความชั่วทั้งปวง บำเพ็ญแต่ความดี
   
ทำจิตให้ผ่องใสเป็นอิสระจากกิเลสทั้งปวง
   
“มาฆบูชา” ก็เป็นวันสำคัญในทางพระพุทธศาสนาอีกหนึ่งวัน ที่พุทธศาสนิกชนนิยมประกอบพิธี ’เวียนเทียน“ มาแต่ครั้งโบราณกาล ตราบจนปัจจุบันนี้ ซึ่งก็จะยิ่งดี หากทำอย่างถูกต้อง และตระหนักถึงประโยชน์
   
ทั้งนี้ การ “เวียนเทียน” นั้น ข้อมูลใน วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี ระบุไว้ว่า...ไทยได้รับคติมาจากอินเดียพร้อมศาสนาพุทธ โดยปรากฏหลักฐานการ เวียนประทักษิณาวัตร เวียนขวา 3 รอบ อยู่ในพระไตรปิฎก การเวียนเทียนคือการเดินเวียนรอบปูชนียสถาน หรือปูชนียวัตถุ เพื่อระลึกถึงคุณพระรัตนตรัย โดยถือเทียน ธูป และดอกไม้ เป็นเครื่องสักการบูชา แล้วเดินเวียน 3 รอบ ขณะที่เดินนั้นก็พึงตั้งจิตให้สงบ พร้อมกับสวดมนต์
   
สำหรับบทสวดระลึกถึงคุณพระรัตนตรัย ในการเวียนเทียนนั้นส่วนใหญ่จะมีการแนะนำให้สวดบท อิติปิโสฯ เป็นการระลึกถึงพระพุทธคุณ ในการเวียนรอบที่หนึ่ง สวด สวากขาโตฯ ระลึกถึงพระธรรมคุณ ในการเวียนรอบที่สอง และสวด สุปะฏิปันโนฯ ระลึกถึงพระสังฆคุณ ในการเวียนรอบที่สาม เมื่อเดินเวียนครบ 3 รอบแล้ว ก็นำเครื่องสักการบูชา เทียน ธูป ดอกไม้ ไปวางบูชาไว้ ณ ปูชนียสถานนั้น ๆ จึงเป็นอันเสร็จพิธี
   
แต่ก่อนจะเวียนเทียนก็ควรมีการเตรียมตัวด้วย
   
การเตรียมตัวเพื่อจะเวียนเทียนนั้น ในเว็บไซต์ พุทธะดอทคอม แนะนำไว้ว่า...ควรต้องอาบน้ำชำระร่างกายให้สะอาด และทำจิตใจให้เบิกบาน ควรต้องแต่งกายให้สุภาพ เรียบร้อย เหมาะสมกับสถานที่ เตรียมเครื่องสักการบูชา เทียน ธูป ดอกไม้ ให้พร้อม ควรเดินทางถึงสถานที่ที่มีการประกอบพิธีก่อนเวลาเริ่มเวียนเทียน และเมื่อเดินทางไปถึงแล้ว ก็ควรบูชาพระรัตนตรัยเพื่อร่วมศาสนพิธีตามลำดับขั้นตอนที่เหมาะสมเป็นอันดับแรก จากนั้นจึงเตรียมตัวด้านหน้าสถานที่ประกอบพิธี เพื่อรอเวียนเทียนตามเวลาที่สถานที่นั้น ๆ กำหนด
   
เมื่อถึงเวลาเวียนเทียนตามเวลาที่สถานที่นั้น ๆ กำหนด โดยทั่วไปก็จะมีการให้สัญญาณ เช่น ตีระฆัง ในการเดินเวียนเทียน พระภิกษุสงฆ์จะอยู่แถวหน้า ตามด้วยสามเณร อุบาสกอุบาสิกาพุทธศาสนิกชน ซึ่งอาจจะมีการจัดให้ชายอยู่กลุ่มชาย หญิงอยู่กลุ่มหญิง หรืออาจปล่อยให้คละกันได้ ก็แล้วแต่จะมีการกำหนด
   
การ “เวียนเทียน” ก็มิใช่แค่เดิน ๆ ให้ครบ 3 รอบ
   
กับการปฏิบัติตนขณะเดินเวียนเทียนนั้น ในเว็บไซต์ พุทธะดอทคอม ระบุไว้ว่า...เมื่อเริ่มเวียนเทียน ต้องสำรวมทั้งกาย วาจา ใจ ให้สงบเรียบร้อย ควรรักษาระยะการเดินให้ห่างจากคนข้างหน้าพอสมควร เพื่อไม่ให้เทียน ธูป ไปโดนผู้อื่น เพราะจะทำให้เสื้อผ้าผู้อื่นเสียหายหรือทำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ ควรเดินเวียนเทียนอย่างเป็นระเบียบ ไม่เร็วหรือช้าเกินไปหรือเดินแซงกัน ที่สำคัญคือต้องสวดเจริญภาวนาระลึกถึงพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ และพระสังฆคุณ ไม่ควรหยอกล้อหรือพูดคุยกันในขณะเวียนเทียน เพราะอาจเกิดอุบัติเหตุ ทำให้ผู้อื่นรำคาญ และยังเป็นการไม่เคารพต่อคุณพระรัตนตรัยอันเป็นวัตถุประสงค์สำคัญของการ “เวียนเทียน”
   
เมื่อไม่เคารพคุณพระรัตนตรัยก็ไม่เกิดประโยชน์
   
การประกอบพิธีเวียนเทียน การระลึกและเคารพต่อคุณพระรัตนตรัยนั้น ไม่เพียงเป็นการร่วมสืบสานพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนา ร่วมสืบสานพระพุทธศาสนา แต่ยังถือเป็นการ สร้างบุญสร้างกุศล รูปแบบหนึ่ง และนอกจากนี้ บางแหล่งข้อมูลยังระบุถึงประโยชน์ของการเวียนเทียนไว้ว่า การเดินเวียน 3 รอบนั้นก็ เพื่อให้รู้ถึงสังสารวัฏที่มีเวียนว่ายตายเกิด เหมือนวงล้อที่หมุนไปแล้วก็กลับมาที่เดิม หาเบื้องต้นและเบื้องปลายไม่ได้ ซึ่งผู้เวียนเทียนควรจะได้นึกถึงสังสารวัฏ เพื่อที่จะได้มีใจในการปฏิบัติตนเพื่อที่จะหลุดพ้นจากสังสารวัฏ
   
การรู้-การนึกถึงสังสารวัฏที่มีเวียนว่ายตายเกิด สามารถจะ ช่วยให้ละกิเลส สามารถจะ ช่วยให้มีสติ ซึ่งการมีสติก็ ช่วยให้พ้นทุกข์ ได้ ในหลายกรณี เช่น เมื่อโกรธ แล้วมีสติกำหนดให้ตนเองหายโกรธ เมื่อโลภ แล้วมีสติกำหนดให้ตนเองหายโลภ เมื่อหลง แล้วมีสติกำหนดให้ตนเองหายหลง หากกำหนดได้เช่นนี้ก็จะไม่ทุกข์
   
ช่วยให้พ้นทุกข์จากความโกรธ-โลภ-หลง
   
ทั้งนี้ การประกอบพิธี “เวียนเทียน” นี้ มีประวัติว่ามีมาตั้งแต่สมัยทวารวดี และมีข้อความปรากฏเป็นหลักฐานในพงศาวดารว่ามีการทำกันในวันสำคัญ ๆ ทางศาสนา นับแต่อดีตสืบมาจนถึงยุคปัจจุบัน
   
หากมิใช่ ’สิ่งดี“ ก็คงจะไม่มีการสืบต่อมาจนวันนี้
   
แต่ที่สำคัญก็คือ...ควรจะต้อง ’รู้ และตระหนัก“
   
’การเวียนเทียน“ จึงจะมีคุณประโยชน์ต่อชีวิต.


Tags:

บทความที่เกี่ยวข้อง


แบ่งปัน

จำนวนคนดู 11,392 ครั้ง

แสดงความคิดเห็น