วันพุธ 23 เมษายน 2557 อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล จะพกพาคำเตือนไปกรอกหูทำเนียบขาว ให้รู้ซึ้งถึงอันตรายจากโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านถึงทำเนียบขาวในสัปดาห์นี้ ท่ามกลางกระแสคาดการณ์ครั้งใหม่ว่า อิสราเอลจะเปิดฉากโจมตีอิหร่าน โดยผู้นำอิสราเอลแสดงท่าทีอย่างชัดเจนแล้วว่า ยังไงเสีย โครงการนิวเคลียร์อิหร่าน ซึ่งอิสราเอลหวาดหวั่นเหลือเกินว่าสาธารณรัฐอิสลามแห่งนี้ จะใช้บังหน้าเพื่อแอบผลิตอาวุธนิวเคลียร์ จะเป็นประเด็นอันดับแรก ๆ ในวาระการหารือกับบรรดาผู้นำสหรัฐในกรุงวอชิงตัน

บรรดาผู้เชี่ยวชาญในอิสราเอล กล่าวว่า การหารือของนายเนทันยาฮูกับประธานาธิบดีบารัค โอบามา จะเป็นโอกาสในการแสดงจุดยืนที่แตกต่างกันในเรื่องโครงการนิวเคลียร์ของเตหะรานสำหรับ 2 พันธมิตร เนื่องจากยังมีความคิดเห็นที่ยังไม่ลงรอยกันระหว่างรัฐบาลสหรัฐและอิสราเอล เกี่ยวกับแนวทางในการแก้ปัญหาโครงการนิวเคลียร์อิหร่าน ซึ่งที่ผ่านมาความสัมพันธ์ระหว่าง 2 พันธมิตรต้องมีอันย่ำแย่ลง เนื่องจากสหรัฐพยายามขัดขวางแผนโจมตีอิหร่าน

ล่าสุดทำเนียบขาวยังออกมาเตือนอยู่ว่า การใช้ปฏิบัติการทหารใด ๆ กับอิหร่านจะยิ่งทำให้เกิดภาวะไร้เสถียรภาพมากขึ้น ซึ่งเป็นภัยคุกคามความปลอดภัยชาวอเมริกันในอัฟกานิสถานและอิรัก ปฏิบัติการทหารในภูมิภาคจะเป็นภัยต่อความมั่นคงในภูมิภาคนั้นเอง และอิหร่านมีพรมแดนติดกับอัฟกานิสถานและอิรัก ซึ่งสหรัฐก็มีพลเรือนและทหารอเมริกันในทั้ง  2 ประเทศ ก่อนหน้านี้ อิสราเอลแสดงท่าทีเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาถึงแนวโน้มว่าอาจชิงโจมตีอิหร่านเพื่อทำลายโครงการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์

ส่วนคำประกาศเตือนของสหรัฐมีขึ้นก่อนกำหนดการหารือระหว่างโอบามา กับผู้นำในวันจันทร์ที่ 5 มีนาคมนี้ ซึ่งแน่นอนว่า ประเด็นหลักที่ถูกหยิบยกขึ้นมาหารือ คือปัญหานิวเคลียร์อิหร่าน และนายกรัฐมนตรีอิสราเอลจะไปกล่าวสุนทรพจน์ต่อที่ประชุมคณะกรรมการความสัมพันธ์สาธารณะอเมริกัน-อิสราเอล หรือเอไอพีเอซี ในช่วงเย็นวันเดียวกัน ซึ่งมันจะเป็นครั้งแรกของเนทันยาฮูในการเยือนสหรัฐตั้งแต่เดือนกันยายน ที่เขาได้พบหารือกับโอบามาในการประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ

ทั้งนี้ รัฐบาลโอบามา สนับสนุนให้ใช้วิธีทางการเมืองแก้ไขปัญหาอิหร่าน รวมถึงการส่งผู้แทนจากทบวงการปรมาณูระหว่างประเทศ หรือไอเออีเอ เข้าไปตรวจสอบโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านด้วย

รัฐบาลอิหร่านยืนยันว่า การพัฒนาด้านนิวเคลียร์นั้นมีจุดประสงค์ในเชิงสันติ เช่น ผลิตพลังงานไฟฟ้า และรักษาโรคมะเร็ง เป็นต้น และไม่เคยมีแผนผลิตอาวุธตามที่ถูกกล่าวหา

คนในทำเนียบขาวยังชี้ว่า เมื่อไม่มีหลักฐานว่าอิหร่านลักลอบผลิตอาวุธนิวเคลียร์ สหรัฐก็ยังมีเวลาพอที่จะดำเนินนโยบายเดิม ซึ่งใช้มาตั้งแต่ประธานาธิบดีโอบามา เข้ารับตำแหน่ง นั่นก็คือ มาตรการโดดเดี่ยวทางเศรษฐกิจเพื่อกดดันให้เตหะรานล้มเลิกโครงการนิวเคลียร์ไปเอง เช่นเดียวกับ มาร์ติน เดมป์ซีย์ ผู้บัญชาการกองทัพสหรัฐ ให้สัมภาษณ์ซีเอ็นเอ็นเมื่อต้นเดือนนี้ เตือนว่า มันยังเร็วเกินไปที่จะใช้ปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน ขณะที่ นายวิลเลียม เฮก รัฐมนตรีต่างประเทศอังกฤษ กล่าวว่า ไม่น่าจะเป็นเรื่อง “ฉลาด” สำหรับอิสราเอลในการใช้กำลังทหารต่ออิหร่าน ซึ่งสะท้อนถ้อยแถลงเมื่อต้นเดือนนี้ของประธานาธิบดีนิโกลาส์ ซาร์โกซี ผู้นำฝรั่งเศส ที่เห็นในทิศทางเดียวกัน

แต่เมื่อฟังจากน้ำเสียงของประธา นาธิบดีชิมอน เปเรส ของอิสราเอล ที่กล่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า อิสราเอลเป็นประเทศอธิปไตย มีสิทธิและสามารถป้องกันตนเองจากภัยคุกคาม ทุกทางเลือกยังกางอยู่บนโต๊ะ ซึ่งมีแนวโน้มว่า อิสราเอลอาจไม่ฟังเสียงพันธมิตร  และจัดการกับอิหร่านก่อน อย่างอื่นค่อยว่ากันทีหลัง ตามสไตล์ที่อิสราเอลชอบใช้.

เลนซ์ซูม

บทความที่เกี่ยวข้อง


แบ่งปัน

จำนวนคนดู 13,131 ครั้ง

แสดงความคิดเห็น