วันจันทร์ 28 กรกฎาคม 2557 อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

“วันวิสาขบูชา” ถือเป็นวันสำคัญทางพุทธศาสนาสากลของชาวพุทธทั่วโลก เนื่องด้วยเป็นวันแห่งการเกิดเหตุการณ์สำคัญขึ้นในพุทธศาสนาถึง 3 เหตุการณ์ด้วยกัน นั่นคือ เป็นวันที่พระพุทธเจ้าทรงประสูติ ตรัสรู้ และเสด็จดับขันธปรินิพพาน โดยในปี พ.ศ. 2555 นี้ถือเป็นวาระสำคัญยิ่งแห่งการฉลองพุทธ สมัยที่พระองค์ทรงตรัสรู้ครบ 2,600 ปี

เมื่อครั้งสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงมีพระชนมายุ 35 พรรษา ได้ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณเผยแผ่พระพุทธศาสนาแก่ชาวโลกเป็นระยะเวลายาวนานถึง 45 ปี โดยหลังจากที่พระองค์ได้ทรงเสด็จดับขันธปรินิพพานขณะมีพระชนมายุ 80 พรรษาแล้ว จึงเริ่มต้นนับปีพุทธศักราชที่ พ.ศ. 1 จวบจนบัดนี้ปี พ.ศ. 2555 บวกกับอีก 45 ปีที่ทรง
สั่งสอนเผยแผ่พระพุทธศาสนาแก่พุทธ ศาสนิกชนหลังตรัสรู้ จึงรวมเป็นระยะเวลา  2,600 ปี แห่งการตรัสรู้ เกิดพระพุทธศาสนา มีพระรัตนตรัยครบทั้งพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์

เนื่องด้วยปีนี้เป็นปีมหามงคล เป็นปีที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ครบ 2,600 ปี จึงถือเป็นโอกาสดีอย่างยิ่งที่พุทธศาสนิกชนชาวไทยทุกคนจะได้ร่วม  “ฉลองชัยชนะ” หรือ “ชยันตี” อย่างพุทธะ คือ “ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน” ตามแบบอย่างของพระพุทธเจ้าที่ทรงเอาชนะต่อหมู่มารกิเลสทั้งปวงอย่างสิ้นเชิง เมื่อพระองค์ทรงตรัสรู้ในวันวิสาขบูชาเมื่อ 2,600 ปี ล่วงมาแล้วทำให้พระนามว่า “สัมมาสัมพุทธะ” ปรากฏขึ้นในโลก เป็นจุดเริ่มต้นแห่งคำสอนของพุทธศาสนา อันเกิดจากปัญญาตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า ทำให้พุทธศาสนิกชนได้มีพระธรรมเป็นหลักแห่งการดำเนินชีวิตจวบจนปัจจุบัน

การร่วมฉลองชัยชนะอันยิ่งใหญ่ขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าสามารถทำได้โดยการน้อมนำแบบอย่างแห่งการตรัสรู้ของพระองค์มาปฏิบัติบูชาด้วยการเจริญในทาน ศีล สมาธิภาวนา และปัญญา เพื่อเอาชนะกิเลสและมารทั้งปวงทั้งจากภายในตนเองและที่รบกวนจากภายนอก พร้อมกันนั้นควรร่วมแรงร่วมใจสืบสานประเพณีสำคัญซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับวันวิสาขบูชา วันสำคัญยิ่งทางพุทธศาสนานี้ ซึ่งได้แก่ ประเพณีกวนข้าวมธุปายาส (ข้าวทิพย์)

พิธีกวนข้าวมธุปายาส เป็นประเพณีที่มีมาแต่โบราณตามความเชื่อในสมัยพุทธกาล ในวันเพ็ญ 15 ค่ำ เดือน 6 เป็นวันที่นางสุชาดาหุงข้าวด้วยน้ำนมโค เรียกว่า “มธุปายาส” เพื่อจะนำไปถวายพลีกรรมแก้บวงสรวงเทวดา จากการบนบานไว้กับต้นไทร เพื่อขอเทวดาช่วยให้ได้แต่งงานกับชายที่ตระกูลเสมอกัน และขอบุตรคนแรกเป็นชาย เมื่อนางสมประสงค์แล้วจึงกำหนดวันแก้บน เป็นเวลาเดียวกับที่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ทรงรู้แล้วว่าวันนี้จักต้องตรัสรู้แน่ ทรงตื่นตอนใกล้รุ่ง ชำระสรีรกิจแล้วเสด็จไปประทับนั่งยังโคนต้นไทร ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับนางทาสีมา หญิงรับใช้มาเห็นแล้วคิดว่าเทวดามารอพลีกรรม จึงรีบกลับไปรายงานนายหญิง ผู้เป็นนายหญิงจึงนำข้าวมธุปายาสใส่ถาดทองไปถวายแก้บน หลังพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสวยจนหมด พระองค์จึงได้ตรัสรู้ “พิธีกวนข้าวมธุปายาส” จึงได้รับการสืบสานยาวนานนับแต่นั้นเป็นต้นมา

ในประเทศไทยมีหลักฐานปรากฏการกวนข้าวมธุปายาสตั้งแต่สมัยสุโขทัย สมัยกรุงศรีอยุธยา สืบเนื่องมาจนสมัยต้นรัตนโกสินทร์ เช่น ในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช โปรดฯ ให้มีการถวายข้าวยาคูในพระราชพิธีเดือนสิบ แม้ในปัจจุบันพระราชพิธีกวนข้าวมธุปายาสจะได้ยกเลิกไปแล้ว แต่ในหมู่ประชาชนยังคงมีการกวนข้าวมธุปายาสอยู่ โดยทำเป็นพิธีที่ชาวบ้านจะร่วมแรงร่วมใจกัน เป็นการสร้างความสามัคคีในชุมชน มักนิยมทำพร้อมพิธีพุทธาภิเษก เช่น ชาวบ้านภาคกลางทำถวายพระในฤดูก่อนเดือน 12 ชาวภาคใต้สมัยก่อนทำกันในเดือน 6 บ้างเดือน 10 บ้าง

การกวนข้าวมธุปายาสจะใช้ข้าวที่เก็บจากรวงอ่อน กำลังตั้งท้องหรือเรียกว่า พอตั้งน้ำนม ฝานแล้วตำให้ละเอียด คั้นเอาแต่น้ำนมพร้อมด้วยเครื่องปรุงอื่นตามสภาพท้องถิ่นและฤดูกาลแตกต่างกันไป ซึ่งเครื่องปรุงข้าวทิพย์มี 108 อย่าง อาทิ น้ำตาล, มะพร้าว, แป้งข้าวเจ้า, เนย, แปแซ, นมแมว, ใบเตย, หัวมันเทศ, หัวเผือก, หัวสาคู, ฟักทอง, ฟักแฟง, ฟักเขียว, เมล็ดถั่วลิสง, งา, เกลือ, น้ำนมข้าว (และแป้งข้าวสาลี), ข้าวเม่า (ใช้โรยขณะใกล้สุก), อ้อย, กล้วยสุก และผลไม้ทุกชนิดที่มี เช่น ส้มเขียวหวาน, เงาะกระป๋อง, ลิ้นจี่กระป๋อง, องุ่น, พุทรา, ละมุด, ขนุน, น้อยหน่า, ฝรั่ง, ส้มเช้ง, แอปเปิล ฯลฯ โดยนำน้ำนมข้าวและเครื่องปรุงผสมลงไป จากนั้นคลุกให้เข้ากันเพื่อนำไปกวนในกระทะจนได้ความหนืดตามต้องการ ตัดแบ่งส่วนหนึ่งถวายพระที่วัด ส่วนที่เหลือนำไปแจกจ่ายผู้มาร่วมพิธีและญาติมิตร ซึ่งการกวนข้าวมธุปายาสนี้บางแห่งจะมีหมอไสยศาสตร์มาร่ายเวทมนต์คาถา มีพระสงฆ์ 9 รูป สวดชัยมงคลคาถา 3 จบ และผู้ที่กวนข้าวมธุปายาสจะต้องเป็นผู้ซึ่งไม่เคยเสียความบริสุทธิ์มาก่อน บางแห่งจะใช้ผู้กวน 4 คน เป็นชาย 2 คน หญิง 2 คน บางแห่งจะใช้หญิงพรหมจารีโดยมีหญิงวัยหมดประจำเดือนผู้ถือศีล 5 หรือศีล 8 เป็นผู้ช่วย

อย่างไรก็ตามประเพณีกวนข้าวทิพย์เป็นพิธีกรรมของศาสนาพราหมณ์ที่มีสอดแทรกเข้ามาปะปนในพิธีกรรมทางพุทธศาสนาเพื่อถวายแด่พระภิกษุสงฆ์และบูชาพระรัตนตรัยอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้ตาย เป็นพระราชพิธีที่กระทำกันในเดือน 10 แต่ในปัจจุบันนี้ส่วนใหญ่จะจัดกันในเดือน 12 บางแห่งก็เดือน 1 ซึ่งจะถือเอาระยะที่ข้าวกล้าในท้องนามีรวงข้าวเป็นน้ำนมของแต่ละปี และชาวบ้านก็ร่วมกันทำอย่างพร้อมเพรียง เช่น ในจังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นจังหวัดที่ยังคงรักษาประเพณีกวนข้าวทิพย์มีเหลืออยู่ไม่กี่หมู่บ้าน คือหมู่บ้านหัวงัว อำเภอยางตลาด ซึ่งมีความเชื่ออย่างมั่นคงเป็นแบบอย่างที่ดี เพราะแฝงไปด้วยจริย ธรรมและคติธรรม รวมทั้งความสามัคคีของชาวบ้านที่ไม่ได้ทำนาก็จะมาช่วยเหลือกันจัดพิธีกรรมกวนข้าวมธุปายาส

ปัจจุบันการจัดพิธีกรรมกวนข้าวทิพย์ยังคงรักษารูปเดิมไว้ โดยมีพราหมณ์เข้าพิธี มีสาวพรหมจารีซึ่งจะพิถีพิถันคัดเลือกจากหญิงสาวที่ยังไม่มีดอกไม้ (ระดู) เพราะต้องการความบริสุทธิ์ สำหรับสาวพรหมจารีที่จะเข้าร่วมพิธีต้องสมาทานศีล 8 และต้องถือปฏิบัติตามองค์ศีลอย่างมั่นคง เพราะการนำข้าวทิพย์มาถวายพระสงฆ์เป็นการนำข้าวทิพย์มาถวายในการตักบาตรเทโว คือ ตักบาตรและถวายพระพุทธเจ้าที่เปรียบเสมือนเทวดาเสด็จลงมาจากสวรรค์

ดังนั้นในวันวิสาขบูชานี้ เหล่าชาวพุทธทั้งหลายควรร่วมฉลองวาระอันสำคัญและร่วมกันสืบสานประเพณีที่ดีงาม “การกวนข้าวทิพย์” นี้ไว้ให้คงอยู่สืบไปตราบนานเท่านาน.

........................................

ขอเชิญร่วมงาน "วันวิสาขบูชา มหามงคล ฉลองพุทธชยันตี"

ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ ร่วมกับจังหวัดนนทบุรี กรมศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม บริษัทไทยประกันชีวิต จำกัด และบริษัทไทยน้ำทิพย์ จำกัด ขอเชิญร่วมงาน “วิสาขบูชา มหามงคล ฉลองพุทธชยันตี” ร่วมปรุงจิต สร้างปัญญา ในวาระ 2,600 ปี แห่งการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษา

กิจกรรมภายในงานเน้นการส่งเสริมให้พุทธศาสนิกชนน้อมนำแบบอย่างแห่งการตรัสรู้ขององค์สัมมาสัมพุทธเจ้ามาปฏิบัติบูชา อาทิ การสักการะพระบรมสารีริกธาตุ เสริมสิริมงคล โดยได้รับประทานมาจากสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ซึ่งให้ไว้แด่กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม และพระบรมสารีริกธาตุ จากประเทศศรีลังกา ประทานโดยพระพรหมวิชรญาณ กรรมการมหาเถรวาทสมาคม เจ้าอาวาสวัดยานนาวา โดยได้มีขบวนแห่อันยิ่งใหญ่จากศาลากลางจังหวัดนนทบุรีมายังประดิษฐาน ณ ห้อง เอ็มซีซี ฮอลล์ เดอะมอลล์งามวงศ์วาน

การสักการะพร้อมปิดทององค์พระพุทธเมตตา ขนาดหน้าตักกว้าง 30 นิ้ว พร้อมบูชาองค์พระพุทธเมตตาจำลอง ขนาดหน้าตักกว้าง 9 นิ้ว จำนวน 99 องค์ เพื่อถวายพุทธบูชาในราคา 9,999 บาท ชมนิทรรศการความรุ่งเรืองของพระพุทธศาสนา จากชมพูทวีปสู่สยามประเทศในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช ในปีพุทธศักราช 236 ได้ส่งพระสมณทูตหลังไปเผยแผ่พระพุทธศาสนาพร้อมทรงมอบพระบรมสารีริกธาตุให้ธรรมทูตทุกๆ สายอัญเชิญไปยังดินแดนต่างๆ 9 สาย และหนึ่งในสายที่ 8 นำโดยพระโสณเถระและพระอุตตรเถระ เดินทางมายังสุวรรณภูมิประเทศ คือดินแดนที่เป็นไทย พม่า และอินโดจีน นับจากการเดินทางมาของพุทธศาสนา โดยนับจากนั้นพระพุทธศาสนาบนแผ่นดินสยามจึงเจริญรุ่งเรืองมาตามลำดับ ตามยุคสมัยศรีวิชัย สุโขทัย อยุธยาและรัตนโกสินทร์ เรียงร้อยเรื่องราวแห่งพุทธศาสนาเข้ากับพุทธสำคัญรูปแห่งสมัย ประกอบธรรมบรรยายโดยพระธรรมทูตสายอินเดียและพระอาจารย์ชื่อดัง อาทิ พระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก, พระมหา ดร.อากร อุตฺตมปฺโญ, พระพะยอม กัลยาโณ พระครูปลัดสิทธิวัฒน์ (หลวงพี่น้ำฝน) เป็นต้น พร้อมร่วมกันสืบสานประเพณีสำคัญรับวันวิสาขบูชากับพิธีกวนข้าวมธุปายาส (ข้าวทิพย์) ซึ่งมีความเชื่อมาตั้งแต่ในสมัยพุทธกาลจนถึงปัจจุบัน

นอกจากนี้ภายในงานยังมีกิจกรรมบุญให้ร่วมปรุงจิตกันอีกมากมาย อาทิ ทำบุญห่มผ้าพระธาตุ 12 ราศี ทำบุญพระประจำวันเกิด ทำบุญทอดผ้าป่ามหากุศล ทำบุญสังฆทาน ทำบุญถวายโพธิ์ทอง เพื่อนำไปสร้างองค์พระพุทธรูป ทำบุญแผ่นกระเบื้อง ปูน และทำบุญตักบาตรข้าวสาร อาหารแห้งจำนวน 9 บาตร เป็นต้น

ร่วมกิจกรรมบุญเพื่อถวายเป็นพุทธบูชาด้วยการรำลึกถึงองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษา 12 สิงหาคม 2555 ในงานกิจกรรม “วิสาขบูชา มหามงคล ฉลองพุทธชยันตี” และร่วมปรุงจิต สร้างปัญญาในวาระครบ 2,600 ปี แห่งการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้าได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 4 มิถุนายน 2555 ณ เอ็มซีซี ฮอลล์ ชั้น 4 เดอะมอลล์ งามวงศ์วาน.

ทีมวาไรตี้


Tags:

บทความที่เกี่ยวข้อง


แบ่งปัน

จำนวนคนดู 39,051 ครั้ง

แสดงความคิดเห็น