วันพฤหัสบดี 2 ตุลาคม 2557 อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

การปรับคณะรัฐมนตรีครั้งล่าสุดนี้ ไม่ต่างกับครั้งอื่น ๆ คือมุ่งจะแก้ปัญหาทาง การเมืองของรัฐบาลเป็นสำคัญ

การคาดหวังเอาการบริหารบ้านเมืองให้รุ่งเรืองเจริญเลิศ ก็จะเสียใจ เสียเวลา เสียเปล่า ๆ

นัยดังว่านี้ เชื่อว่ารัฐบาล โดยเฉพาะ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และผู้อยู่เบื้องหลังทั้งปวงก็คงทราบ และคงไม่ชอบใจ ไม่อยากให้ออกมาในแนวนี้ เพราะมีแต่จะเสียหน้า เสียราคาและอาจถึงขั้นเสียความนิยม

งั้นลองตั้งหลักใหม่ หาวิธีนำปัญญาคือความรู้ที่แท้จริงมาจัดการบ้านเมืองกันปัญญาที่ว่า จะมีต้นคิดจากคนในรัฐบาล หรือโดยมันสมองของคนที่แอบอยู่ตรงไหนก็ไม่ว่า เพียงแต่อย่ารีบร้อน เร่งทำ โดยไม่ตรวจสอบจุดเด่น ข้อด้อยให้รอบคอบ

อยากได้อะไร อยากทำเรื่องไหน หวังให้เกิดผลอย่างไร ตั้งเป็นโจทย์ไว้ แล้วมอบให้หน่วยวิชาการไปศึกษาวิจัย ว่าควรทำอย่างไร ต้องปรับหรือเสริมอะไร

วิธีนี้ไม่ใช่ของใหม่ ประเทศที่พัฒนาแล้วทั้งหลาย รวมถึงจีน ที่ปกครองด้วยระบอบคอมมิวนิสต์ คำบัญชาจากรัฐบาล

เป็นอำนาจสูงสุดที่ทุกฝ่ายต้องสนอง ก็ยังใช้สถาบันวิจัย ศึกษาหาข้อมูลเสนอแนวทาง อย่างเช่น การมุ่งพัฒนาในทางตะวันตก และขยายฐานการลงทุนลงมาทางเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ก็มีงานวิจัยรองรับสารพัด

ถ้ายังคิดอะไรไม่ออก แทนที่จะปั๊มนโยบายประชานิยมชุดใหม่ ลองค้นหาผลงานการศึกษาวิจัยที่นักวิชาการคิดค้น ต่อยอดอยู่มากมาย เอามาพัฒนาเพื่อทำให้เกิดประโยชน์กับบ้านเมือง หรือชุมชน
การใช้ความรู้ มาพัฒนาความคิด สิ่งที่ได้คือความรอบคอบก่อนการตัดสินใจ

ที่ผ่านมา รัฐบาลพลาดหลายต่อหลายเรื่อง ก็เพราะนโยบายที่ขาดการตรวจสอบความถูกต้อง แม่นยำ ว่าทำแล้วจะเกิดประโยชน์ ได้ผลจริงหรือไม่ขนาดไหน

การอยากรับจำนำข้าวตันละ 15,000 บาท ไม่ใช่เรื่องผิด แต่ถ้าได้มอบหมายให้นักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ ที่รู้เรื่องการค้าข้าวทั้งระบบเข้ามาช่วยกันขบคิด ยอมรับฟังเสียงคัดค้าน เพื่อการหาทางออกที่สวยหรู มุ่งสู่เป้าหมายที่รัฐบาลต้องการ น่าจะทำให้การบาดเจ็บเบื้องปลายไม่แรงเท่านี้

การรับจำนำที่ทำให้ราคาข้าวสูง อาจทำให้ตลาดส่งออกดั้งเดิมที่เคยซื้อ รับไม่ได้ แต่ถ้าได้ศึกษาลู่ทางตลาดอื่นไปพร้อมกัน ก็คงไม่ถูกทิ้งกองเป็นเหยื่อมอดในโกดังมีกรณีที่น่าสนใจ ซึ่งยังไม่เป็นที่เปิดเผยว่า ได้มีการพยายามศึกษาหาข้อมูลของผู้แทนการค้า จนทราบว่า ประเทศจีนทางตอนใต้ ยังมีความต้องการข้าวจากไทย แต่ระบบโลจิสติกส์และระบบโควตานำเข้าไม่เอื้ออำนวย

ถ้าได้มีการปรับปรุง เจรจา หาทางปรับปรุงข้อจำกัดบางด้านที่มี โอกาสจะได้แหล่งรองรับใหม่ก็ไม่ไกลเกินฝัน

ถ้ากระทรวงพาณิชย์ ร่วมรับรู้และเข้ามาร่วมกระบวนการอีกแรงก็จะช่วยให้เปอร์เซ็นต์ความสำเร็จสูงขึ้น

แต่ถ้าทุกอย่างยังเหมือนเดิม จู่ ๆ จะเพิ่มราคา ก็เท่ากับหาเรื่องสร้างปัญหาให้ตัวเอง เพราะจะหาหลงมาซื้อก็เป็นเรื่องยาก

เมืองไทยมีของดี คนเก่ง ภูมิปัญญามากมาย ถ้ารู้จักใช้ จะพัฒนาบ้านเมืองให้รุดหน้าไปอีกไกล โดยไม่ต้องงมงายกับการหว่านประชานิยมอย่างเดียว

วันที่ 23–27 สิงหาคมนี้ มีงานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2556 (Thailand Research Expo 2013) ซึ่งหน่วยงานระบบวิจัยทั่วประเทศ รวมถึงสภาวิจัยจะนำผลงานที่คิดค้น พัฒนามาตลอดทั้งปีไปแสดงกัน ที่ศูนย์ประชุม บางกอกคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์

รัฐบาลและนักการเมืองไม่ควรพลาดงานนี้ เพราะมันสมองของประเทศจะไปรวมอยู่ด้วยกันอยากได้อะไรไปเป็นผลงานก็เลือกได้.

ai2885@hotmail.com


Tags:

บทความที่เกี่ยวข้อง


แบ่งปัน

จำนวนคนดู 8,757 ครั้ง

แสดงความคิดเห็น