วันจันทร์ 21 เมษายน 2557 อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ภาพนางอัปสราที่ถูกสลักอยู่บนแผ่นหินรอบ ๆ มหาปราสาทนครวัดที่มีมากถึง 1,636 องค์นั้น ตามความเชื่อในยุคขอมนี่อาจเป็นเทพที่คอยดูแลศาสนสถานของนครวัด แต่สำหรับความสำคัญในทางประวัติศาสตร์นี่คือภาพสลักที่เปรียบเสมือนเป็นตัวแทนของสตรีขอมในวันนั้น

นางอัปสราที่นครวัดนั้นดูปราดเปรียว ใส่เสื้อผ้าอาภรณ์แนบเนื้อ เหน็บผ้าลอยชายห้อยลงมาจากเอวยืดยาว เป็นลักษณะเด่นของศิลปะสมัยนครวัด ขณะที่สมัยบายนมีความงดงามทางเครื่องแต่งกายที่ดูเป็นผู้ดีอยู่มากลักษณะท่าทางอ่อนหวาน และรอยยิ้มบนใบหน้านั้นมีความละมุนละไมกว่าสมัยใด ๆ

แต่นอกจากจะเป็นส่วนหนึ่งของโบราณสถานระดับมรดกโลกแล้ว นางอัปสราเหล่านั้นยังทำหน้าที่ในการสืบทอดวัฒนธรรมขอมโดยไม่รู้ตัวอีกด้วย

ข้อมือและนิ้วที่โค้งงอ กับเสื้อผ้าอาภรณ์ที่ดูสะอาดเอี่ยมของนางรำที่กำลังฟ้อนอยู่นั้น เป็นส่วนหนึ่งของประเพณีโบราณที่ฟ้อนรำเพื่อนำพาความปรารถนาของกษัตริย์แขมร์ไปสู่สรวงสวรรค์

ทั้งที่ต้องแบกเครื่องศีรษะทำจากทองแสนวิจิตรอันหนักอึ้ง แต่นางรำเหล่านั้นก็ยังเคลื่อนไหวอย่างเชื่องช้าแต่หนักแน่นด้วยการเหยียดตัวไปด้านหลัง พร้อมกับยืนอยู่ด้วยขาเพียงข้างเดียว ขณะที่มือนั้นก็ร่ายรำด้วยท่าทางที่สื่อสารถึงการถวายดอกไม้และผลไม้แด่พระเจ้า

ความจริงแล้วการรำของอัปสรานั้นเป็นรูปแบบการฟ้อนรำสุดคลาสสิกตั้งแต่ยุคนครวัด แต่กลับหายไปไม่มีการสืบทอดในยุคที่เขมรแดงปกครองกัมพูชาด้วยระบบคอมมิวนิสต์ราวปี ค.ศ.1970 ครั้งนั้นไม่เพียงศิลปวัฒนธรรมรวมถึงโบราณสถานที่ถูกทำลาย หากแต่ผู้คนกว่า 2 ล้านคนก็ต้องสังเวยชีวิตไปพร้อมกันด้วย

แต่การร่ายรำของนางอัปสราก็มีโอกาสได้หวนคืนมาอีกครั้ง ด้วยความอุตสาหะพยายามแกะท่าร่ายรำจากภาพสลักนางอัปสราที่มีอยู่มากกว่าพันรอบ ๆ นครวัด มหาปราสาทขอมอายุนับพันปี

วันนี้การร่ายรำอัปสรากลายเป็นศิลปวัฒนธรรมที่สามารถหาดูได้ไม่ยากตามโรงแรมที่จัดมาเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะในเมืองเสียมเรียบ ที่ตั้งของมหาปราสาทนครวัด

องค์การสหประชาชาติได้บรรจุการร่ายรำอัปสรานี้ ให้เป็นหนึ่งศิลปะโบราณตามอนุสัญญาว่าด้วยการอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรมที่จับต้อง
ไม่ได้

ขณะที่เด็กหญิงที่ดูเหมือนจะมีแววและพรสวรรค์จะถูกนำมาเข้าโรงเรียนเพื่อเรียนรู้ถึงศาสตร์แห่งการรำอัปสรานี้ตั้งแต่ 7 ขวบ เพื่อให้พวกเธอสามารถเข้าถึงจิตวิญญาณและ
ความสวยงามได้อย่างถึงแก่น โดยเฉพาะเทคนิคการทำอย่างไรให้ข้อมือที่ดูเหมือนหักงอเวลาร่ายรำนั้นมีความยืดหยุ่นและสวยงามโรงเรียนสอนศิลปวัฒนธรรมในพนมเปญกำลังเริ่มอบรมเด็กหญิงที่มีแววเหล่านั้น แม้จะไม่รู้ว่าจะมีเด็กหญิงมากน้อยเพียงใดที่จะสนใจสืบทอดศิลปะแขนงนี้ของชาติ แต่เจ้าหน้าที่และครูผู้สอนก็เชื่อว่าเด็กที่มีอยู่หลายร้อยคนวันนี้จะเป็นกำลังสำคัญที่จะขับเคลื่อนรำอัปสราให้เดินหน้าต่อไป.

เจอร์นีแมน

บทความที่เกี่ยวข้อง


แบ่งปัน

จำนวนคนดู 10,304 ครั้ง

แสดงความคิดเห็น