วันอังคาร 29 กรกฎาคม 2557 อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ปืนลูกโม่ มีข้อดีคือใช้งานง่าย ไม่ต้องดึงลำเลื่อนขึ้นลำ ไม่ต้องกังวลเรื่องปืนขัดข้องจากความบกพร่องของกระสุน ถ้าเหนี่ยวไกแล้วไม่ลั่นก็เหนี่ยวซ้ำ ปืนกระบอกเดียวสามารถใช้กระสุนแรงสูงแรงต่ำได้ไม่ต้องปรับแต่ง ส่วนปืนกึ่งอัตโนมัติมีข้อดีคือ ตัวปืนแบนบาง พกพาสะดวกกว่า จุกระสุนมากกว่า ยิงซ้ำและบรรจุกระสุนเพิ่มได้เร็วกว่า ในด้านข้อด้อย ปืนลูกโม่บรรจุกระสุนได้จำกัด ตัวโม่หนา พกพาไม่ค่อยแนบเนียน ส่วนปืนกึ่งอัตโนมัติมีชิ้นส่วนควบคุมการทำงานที่ยุ่งยากซับซ้อนกว่า กระสุนที่ใช้ต้องได้มาตรฐาน ทั้งลักษณะภายนอกและความแรง ปืนจึงจะทำงานได้เรียบร้อย

กระสุนที่ออกแบบสำหรับปืนลูกโม่ โดยทั่วไปมีลักษณะเฉพาะคือ ปลอกตรง จานท้ายยื่นพ้นปลอก อาศัยขอบจานท้ายส่วนที่ยื่นพ้นนี้เป็นตัวกำหนดตำแหน่งกระสุนในรังเพลิง (Headspace) และเป็นจุดที่แป้นคัดปลอกเกาะเกี่ยว เพื่อดันปลอกกระสุนออกจากโม่ ตัวปลอกทำเผื่อไว้ค่อนข้างยาว ให้หยิบจับกระสุนบรรจุเข้าโม่ได้สะดวก ส่วนกระสุนสำหรับปืนอัตโนมัติ มักออกแบบให้ปลอกสอบเข้าทางปลาย ช่วยในการป้อนกระสุนเข้ารังเพลิง จานท้ายไม่ยื่นพ้นปลอก เพื่อให้การจัดเรียงตัวซ้อนกันในซองกระสุนทำได้ง่าย การคัดปลอกอาศัยร่องที่ขอบจานท้าย ตัวปลอกค่อนข้างสั้นเพื่อจำกัดระยะเดินหน้าหลังของลำเลื่อน

เมื่อมีความพยายามออกแบบปืนกึ่งออโตฯ ให้ใช้กระสุนแรงสูงสำหรับปืนลูกโม่ เราจะได้ตัวปืนค่อนข้างใหญ่ เช่น คูแนน .357 (25 พ.ค. 56) จนถึงใหญ่มาก เช่น เดสเสิร์ท อีเกิล .44 แม็กนั่ม (14 ก.ย. 56) กระสุนทั้งสองขนาดนี้ เมื่อใช้กับปืนลูกโม่ เช่น สมิธฯ โครงใหญ่ (N-Frame) ตัวปืนไม่ใหญ่จนเกินไป รุ่นที่ลำกล้องสี่นิ้วหรือสั้นกว่าสามารถใช้เป็นปืนพกซองนอกของตำรวจได้ รุ่นที่ได้รับความนิยมต่อเนื่องคือ โมเดล 25 ขนาดกระสุน .45, โมเดล 27 ขนาด .357 และโมเดล 29 ขนาด .44 แม็กนั่ม

ในทางกลับกัน กระสุน .45 ออโตฯ ในปืนลูกโม่ กลายเป็นกระสุนที่แรงดันในรังเพลิงต่ำสุดเทียบกับ .357 และ .44 แม็กนั่ม ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ขนาดตัวปืนจะรับได้หรือไม่ แต่ไปอยู่ที่การคัดปลอก เนื่องจากกระสุน .45 ไม่มีขอบจานท้าย สมิธฯ ออกแบบตับกระสุนเป็นเหล็กแผ่นครึ่งวงกลม จับกระสุนได้ครั้งละสามนัด เรียกกว่าตับกระสุน “จันทร์เสี้ยว” (half-moon clip) และต่อมาในระยะหลัง มีแบบจับสองนัด หรือจับหกนัดรวม (full-moon clip) ซึ่งนอกจากจะช่วยให้ปืนคัดปลอกได้ด้วยแป้นคัดปลอกแบบเดิมๆ แล้ว ยังทำให้การบรรจุเพิ่มทำได้รวดเร็วมาก ด้วยปืนสมิธฯ ลูกโม่ใช้กระสุน .45 ใส่ตับหกนัดเช่นนี้ เจอรี มิชเลค (Jerry Miculek) สามารถยิงหมดโม่ 6 นัด คัดปลอกบรรจุใหม่ ยิงอีก 6 นัด รวม 12 นัด ในเวลาเพียง 2.99 วินาที กระสุนทั้งหมดเข้าเป้าขนาดครึ่งแผ่นกระดาษพิมพ์ดีดที่ระยะ 7 หลา

ปืนที่ มิชเลค ใช้ เป็นสมิธฯ โมเดล 625 ซึ่งตัวเลข 6 ที่เพิ่มขึ้น เป็นรหัสบ่งว่าวัสดุโครงปืนเป็นเหล็กปลอดสนิม ต่อมาเมื่อสมิธฯ ค้นคว้าสร้างโครงปืนด้วยโลหะผสมสมัยใหม่น้ำหนักเบาพิเศษ คือ สแกนเดียม (Scandium) ได้ผลิตโมเดล 325 ออกมาสองรุ่น คือ 325 Thunder Ranch ลำกล้อง 4 นิ้ว กับ 235 Night Guard ลำกล้อง 2.75 นิ้ว ซึ่งเป็นปืนนายแบบของสัปดาห์นี้

สมิธฯ 325 NG การทำงานเป็นลูกโม่ไกดับเบิล/ซิงเกิล มาตรฐาน ยิงแบบง้างนกหรือไม่ง้างนกได้ เปิดโม่ออกข้างบรรจุได้ 6 นัด โดยใส่ในตับกระสุน 2, 3 หรือ 6 นัดได้ ถ้าไม่มีตับกระสุนสามารถบรรจุได้ ยิงได้ เนื่องจากรังเพลิงมีไหล่ยันปลายปลอกกระสุนเป็นตัวกำหนดระยะแทนขอบจานท้าย แต่คัดปลอกไม่สะดวกเท่าใส่ตับกระสุน การแต่งผิวเป็นสีดำด้าน ศูนย์หน้าฝังสารเรืองแสง (Tritium sight) ศูนย์หลังตายตัว เข็มแทงชนวนฝังในโครงปืนตามมาตรฐานใหม่ของสมิธฯ มีกุญแจล็อกการทำงาน เพิ่มความปลอดภัยในการเก็บปืนไว้ที่บ้าน ที่สำคัญคือ น้ำหนักตัวปืนเพียง 795 กรัม เทียบได้กับปืน 1911 ลำกล้อง 4 นิ้วโครงอัลลอยด์ แม้ว่าตัวเลขความยาวลำกล้องของ 325 จะเพียง 2.75 นิ้ว แต่เป็นการวัดเฉพาะลำกล้อง ไม่รวมส่วนโม่ที่เป็นรังเพลิง แต่ปืนกึ่งอัตโนมัติวัดรวมส่วนรังเพลิงด้วย ยิงได้ความเร็วกระสุนใกล้เคียงกัน

ดร.ผณิศวร ชำนาญเวช
............................................................................................................................

ข้อมูลสรุป Smith & Wesson 327 Night Guard
ขนาดกระสุน .45 Auto จุ 6 นัด
มิติ ยาวxสูงxหนา : 194x140x43 มิลลิเมตร
ลำกล้อง 70 มม. (2.75 นิ้ว)
น้ำหนัก 795 กรัม
แรงเหนี่ยวไก ดับเบิล 5,500 กรัม (12 ปอนด์) ซิงเกิล 1,600 กรัม (3.5 ปอนด์)
วัสดุ โครงสแกนเดียม, โม่เหล็กสเตนเลสส์
อื่นๆ มีโมเดล 325 Thunder Ranch ลำกล้อง 4 นิ้ว
ลักษณะใช้งาน เฝ้าบ้าน, พกซองนอก/พกซ่อน, ต่อสู้ระยะปานกลาง
ตัวเลือกอื่น Taurus 455 Tracker (โครงกลาง, จุ 5 นัด)


Tags:

บทความที่เกี่ยวข้อง


แบ่งปัน

จำนวนคนดู 27,043 ครั้ง

แสดงความคิดเห็น