วันพฤหัสบดี 24 เมษายน 2557 อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

"ยาง" เป็นส่วนสำคัญที่สุดของยานพาหนะ ไม่ว่ารถเล็ก รถใหญ่ รถหรู หรืออัครมหายานยนต์ทั้งหลายก็ต้องใช้ยางเพื่อรองรับการขับเคลื่อน ดังนั้นบริษัทผู้ผลิตยางรถยนต์จึงต้องคิดค้นและวิจัยนวัตกรรมยางรถยนต์ใหม่ ๆ ขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์การใช้งานในทุกรูปแบบ

ล่าสุด บริษัท สยามมิชลิน ได้แนะนำยางรถยนต์นั่งใหม่ล่าสุดชื่อว่า มิชลิน ไพรมาซี่ 3 เอสที ยางสำหรับรถยนต์นั่งขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ โดยได้พัฒนาให้มีสมรรถนะตรงกับความต้องการของผู้ใช้รถเก๋งกลุ่มเป้าหมาย จากเดิมคือมิชลิน ไพรมาซี่ แอลซีที่เน้นความนุ่มเงียบ แต่ไพรมาซี่ 3 เอสทีมีคุณสมบัติหลัก 3 ประการ ได้แก่ นุ่มเงียบ ปลอดภัย และใช้งานได้ยาวนานเพิ่มขึ้นอีก 25% เมื่อเปรียบเทียบกับยางไพรมาซี่ แอลซี

เทคโนโลยีที่เติมเข้ามาประกอบด้วยเทคโนโลยีอีเวนพีค ให้การขับขี่ที่เงียบ ด้วยการออกแบบดอกยางที่เป็นเอกลักษณ์บล็อกดอกยางที่มีความกว้างแตกต่างกันจะช่วยกระจายคลื่นเสียงออกให้อยู่ในความถี่
เท่า ๆ กันตลอดการขับขี่ ช่วยลดเสียงรบกวน, เทคโนโลยีคูชั่นการ์ดที่ผสมผสานสูตรเนื้อยางพิเศษ ให้ความยืดหยุ่นช่วยซึมซับแรงสั่นสะเทือน รวมทั้งเทคโนโลยีสเตบิลิกริปและเฟล็กซ์แม็กซ์ ช่วยให้ระยะเบรกบนถนนเปียกสั้นลง และหน้าสัมผัสของยางที่ใหญ่ขึ้นทำให้อายุการใช้งานยาวนานกว่ายางรุ่นเดิม 25%

สำหรับการทดสอบนั้น สยามมิชลินทำฐานทดสอบ 4 สถานี คือ ทดสอบสนามเปียก, ความนุ่มเงียบ, ทดสอบสนามแห้ง และการขับไปตามถนนจริง ซึ่งในการทดสอบมียางของคู่แข่งที่มีความโดดเด่นทั้งเรื่องของความนุ่มเงียบ เกาะถนน และความปลอดภัยมาให้ขับเปรียบเทียบกัน

ในฐานหลักคือสถานีเปียก เริ่มจากทางตรงและเข้าโค้งขณะที่ถนนเปียก โดยใช้ความเร็ว 65-70 กม./ชม. ในสถานีนี้ยางมิชลินไม่ออกอาการลื่นไถล ยึดเกาะถนนได้หนึบในระดับที่ดีน่าพอใจ และช่วงสุดท้ายของฐานนี้ คือ กดความเร็วไปที่ 80 กม./ชม. จากนั้นจึงเหยียบเบรกอย่างแรง พบว่าสามารถหยุดรถได้ระยะสั้นลง แต่ตัวเลขที่วัดออกมาในสนามอาจจะไม่เท่ากับระยะเฉลี่ยที่ประมาณ 1.6 เมตร เมื่อเปรียบเทียบกับยางไพรมาซี่ แอลซี 

สถานีนุ่มเงียบถือเป็นไฮไลต์หนึ่งในการทดสอบครั้งนี้ โดยวางสิ่งกีดขวางเป็นเส้นเคเบิลไว้บนเส้นทาง ห่างกันเป็นระยะเพื่อทดสอบเสียงของยาง การสั่นสะเทือน และความนุ่มนวล ซึ่งถ้าหากไม่สังเกตหรือตั้งใจจับผิดก็ถือว่าอยู่ในระดับที่ดี ส่วนสถานีพื้นถนนแห้งและการขับบนถนนจริงนั้น ถือว่ายางไพรมาซี่ 3 เอสทีตอบโจทย์ของผู้บริโภคได้ดี แต่การจะใช้งานได้ยาวนานเพียงใดก็ต้องอยู่ที่พฤติกรรมการขับ มีจำหน่ายขนาด 15-19 นิ้ว และอีก 5 รุ่นพิเศษสำหรับรถเก๋งหรู ราคาเริ่มต้นที่ 3,500 บาท ไปจนถึง 9,700 บาท

ส่วน บริษัท บริดจสโตนเซลส์ (ประเทศไทย) ได้เปิดตัวยางบริดจสโตน อีโคเปีย 2 รุ่น ได้แก่ อีโคเปีย อีพี200 สำหรับรถเก๋ง และ อีโคเปีย อีพี850 สำหรับรถเอสยูวี โดยทั้ง 2 รุ่นเป็นยางมาตรฐานใหม่เพื่อสิ่งแวดล้อม ผสานคุณสมบัติอันโดดเด่น คือ การประหยัดน้ำมัน การขับขี่ที่ปลอดภัย และมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน ด้วยส่วนผสมพิเศษ “อีโคเปีย คอมพาวด์” ช่วยลดความต้านทานการหมุนของยาง สามารถขับเคลื่อนระยะทางที่ยาวไกลได้โดยใช้พลังงานเท่าเดิม

ยางอีโคเปีย อีพี200 ได้นำเทคโนโลยีนาโน โปร-เทคที่ช่วยลดความร้อนที่เกิดขึ้นระหว่างโมเลกุลและลดการสูญเสียพลังงาน โดยช่วยให้ประหยัดน้ำมันได้มากกว่ารุ่นทูเรนซ่า เออาร์10 ถึง 8.1% นอกจากนี้การออกแบบดอกยางแบบใหม่ให้โครงสร้างบริเวณแก้มยางด้านนอกและด้านในแตกต่างกัน ช่วยตอบสนองการขับขี่ในทางตรงและลดแรงสั่นสะเทือนจากภายนอก ขณะเดียวกันยังช่วยลดการสึกหรอของยาง มีให้เลือกถึง 19 ขนาดขอบระหว่าง 14-17 นิ้ว ราคาระหว่าง 2,500-6,000 บาท

ส่วนรุ่นอีโคเปีย อีพี850 นั้นจับกลุ่มเป้าหมายรถเอสยูวีเป็นหลัก โดยมีจุดเด่นที่ความนุ่มสบายและประหยัดน้ำมันมากกว่ารุ่นดูลเลอร์ เอช/แอล683 ถึง 3.9% เพราะการออกแบบดอกยางใหม่ 3 มิติช่วยเพิ่มสมรรถนะการขับขี่ที่นุ่มนวล ร่องดอกยางช่วยกระจายน้ำหนัก นอกจากนี้การมีส่วนผสมที่ลงตัวของช่องว่างดอกยางที่สั้นและแคบช่วยลดเสียงที่เกิดจากการขับขี่ มีทั้งหมด 8 ขนาด ขอบยางระหว่าง 15-17 นิ้ว ราคาระหว่าง 5,000-7,500 บาท มีจำหน่ายในศูนย์บริการ ค็อกพิท, ออโต้บอย, แอค และผู้แทนจำหน่ายทั่วประเทศ.

เนตรนภางค์ บุญนายืน

บทความที่เกี่ยวข้อง


แบ่งปัน

จำนวนคนดู 29,233 ครั้ง

แสดงความคิดเห็น