วันอังคาร 23 ธันวาคม 2557 อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

หากเอ่ยถึง “อำเภอสวนผึ้ง” นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มักรู้จักคุ้นเคยเป็นอย่างดี โดยเฉพาะในเรื่องของความงดงามทางธรรมชาติที่เชื่อว่าไม่เป็นสองรองใคร อีกทั้งยังเป็นศูนย์รวมพันธุ์ไม้ที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจนานาชนิด เป็นแหล่งท่องเที่ยวศึกษาธรรมชาติที่ดีเยี่ยม จนได้รับการบรรจุให้เป็น 1 ใน 10 เส้นทางท่องเที่ยวในโครงการด้วยเพราะรักจากพระราชินี ที่นอกจากจะสามารถท่องเที่ยวและพักผ่อนอย่างเพลิดเพลินแล้ว ยังมีเรื่องราวความรักจากพระราชินีให้ได้สัมผัสกันอีกด้วย

เนื่องในโอกาสปีมหามงคล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้จัดทำโครงการ “ด้วยเพราะรัก...จากพระราชินี” เพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติ พร้อมเชิญชวนให้พสกนิกรชาวไทยร่วมสัมผัส ซาบซึ้ง และเข้าถึง “ความรักจากพระราชินี” ที่ทรงพระวิริยะอุตสาหะเพื่อความผาสุกและความเป็นอยู่ที่ดีของราษฎรตลอดระยะเวลาอันยาวนานผ่านการเดินทางท่องเที่ยวโครงการพระราชดำริใน 10 เส้นทางทั่วประเทศไทย โดย ’เส้นทางด้วยเพราะรัก...สร้างบ้านเล็กในป่าใหญ่“ ถือเป็นหนึ่งในเส้นทางที่น่าสนใจ เพราะอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ สามารถท่องเที่ยวแบบเช้าไปเย็นกลับได้อย่างสบาย ๆ

เมื่อไม่นานมานี้ ทีมวาไรตี้ได้มีโอกาสร่วมทริป “สื่อมวลชนสัญจรเดินทางตามรอยพระราชดำริ” เส้นทางด้วยเพราะรัก...สร้างบ้านเล็กในป่าใหญ่ เยี่ยมชมฟาร์มตัวอย่างตามแนวพระราชดำริบ้านบ่อหวีและศูนย์ศิลปาชีพ-สวนป่าเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ โดยเริ่มจากการเดินทางผ่านทิวเขาจนกระทั่งถึงอำเภอสวนผึ้ง แวะชิมกาแฟกันที่ ร้านโมอายคอฟฟี่ (Moai Coffee) แหล่งท่องเที่ยวใหม่ของอำเภอสวนผึ้ง บริเวณด้านนอกและด้านในของร้านตกแต่งด้วยรูปแบบสถาปัตยกรรมเชิงประวัติศาสตร์ที่แปลกใหม่ในอีกซีกโลกหนึ่ง เพิ่มสีสันความน่ารักด้วยโมอายแต่ละตัวที่มีคาแรกเตอร์แตกต่างกัน นอกจากนี้ยังมีฟาร์มแกะไว้ให้ชมเพื่อความเพลินเพลินอีกด้วย

หลังจากถ่ายภาพกันจนจุใจแล้วก็ออกเดินทางต่อไปยัง “ฟาร์มตัวอย่างตามแนวพระราชดำริบ้านบ่อหวี” สถานที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่สำคัญแห่งหนึ่งในอำเภอสวนผึ้ง โดยเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2545 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระราชเสาวนีย์เกี่ยวกับการจัดตั้งฟาร์มตัวอย่างไว้ตอนหนึ่งว่า ’ตอนนี้พยายามจะเริ่มทำฟาร์มตัวอย่าง ที่อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี หวังให้เป็นแหล่งผลิตอาหารเป็นคลังอาหารหล่อเลี้ยงคนไทย จะเป็นที่น่าหวาดเกรงว่าต่อไปอาหารจะแพงมากและคนที่ยากจนจะลำบาก ถ้าตั้งคลังอาหารขึ้นตามที่ต่าง ๆ คนงาน ประชาชนก็จะดีใจ ได้มารับจ้างทำงานจำนวนมาก แต่ละฟาร์มตัวอย่างเราก็จ่ายค่าแรงให้ เพื่อเขาจะได้เลี้ยงครอบครัว ขออย่ามาพูดกับฉันเรื่องกำไรขาดทุน ถ้ามูลนิธิจะขาดทุน แต่แผ่นดินไทยมีกำไรแผ่นดิน คนมีงานทำ ประชาชนมีความสุข มีความเป็นอยู่ เป็นของที่เราต้องการกัน...“

ปัจจุบันฟาร์มตัวอย่างแห่งนี้จึงได้กลายเป็นแหล่งผลิตอาหารและธนาคารอาหารชุมชนที่ผลิตอาหารปลอดภัย ราคาถูก หาซื้อได้ในท้องถิ่น และขยายไปสู่การค้าโดยไม่มุ่งเน้นกำไร เป็นแหล่งจ้างแรงงานช่วยให้ราษฎรมีรายได้จากการรับจ้างและฝึกอาชีพภายในฟาร์มจนสามารถนำไปประกอบอาชีพได้ นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งเรียนรู้เชิงปฏิบัติการด้านการเกษตรและปศุสัตว์ให้มีผลผลิตจำนวนมากถูกหลักวิชาการและปลอดภัยต่อสุขภาพ

สุรัตน์ แก่นคลองใหม่ เจ้าหน้าที่ประจำโครงการฟาร์มตัวอย่างตามพระราชดำริ บ้านบ่อหวี แนะนำกิจกรรมภายในโครงการฯ ว่าเริ่มจากกิจกรรมด้านปศุสัตว์ที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดรับประทานเมนูเด็ดๆ จาก “หมูสุกรจินหัว” ที่มีลักษณะประจำตัวคือหัวและท้ายมีสีดำ ลำตัวสีขาว เนื้อน้อยแต่มันหนา เป็นหมูพื้นเมืองของประเทศจีนนิยมนำไปทำแฮมหรือต้มซุปรับประทานในช่วงฤดูหนาวเพื่อให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย “เป็ดอี้เหลี้ยง” ลักษณะเด่นคือลำตัวสีขาว ปากและเท้าสีส้ม เจริญเติบโตเร็วมากประมาณ 5-6 สัปดาห์ก็มีน้ำหนักถึง 2 กิโลกรัม และ “แพะพันธุ์เหล่าซาน” เป็นพันธุ์กึ่งเนื้อกึ่งนม ซึ่งใช้ประโยชน์ด้านนมมากกว่า

กิจกรรมต่อมาเป็นด้านการเกษตร ชมแปลงปลูกพืชผักตามฤดูกาล ได้แก่ ผักกาดขาว กวางตุ้งใบ กวางตุ้งฮ่องเต้ กวางตุ้งดอก ผักบุ้งจีนและผักสลัดชนิดต่าง ๆ ส่วนผักชนิดกินผล ได้แก่ ฟักข้าว มะเขือเปราะ มะเขือม่วง ส่วนพืชไร่ ได้แก่ อ้อยคั้นน้ำ ข้าวโพดหวาน ข้าวโพดข้าวเหนียว ถั่วเขียว ถั่วแดง ข้าว และพืชผล ได้แก่ ลำไย มะขามเปรี้ยว ส้มโอ ฝรั่ง เราสามารถเก็บและซื้อไปรับประทานแบบสด ๆ ได้เลยรับรองปลอดสารพิษ

ระหว่างที่ฟังบรรยายเราเดินลัดเลาะชมแปลงผักขึ้นไปยังจุดชมวิวด้านบนสามารถมองเห็นโครงการฟาร์มตัวอย่างบ้านบ่อหวี ได้ทั้งหมด ซึ่งสีเขียวขจีของต้นไม้และพันธุ์พืชสร้างความสดชื่นหายเหนื่อยจากการเดินทาง อีกทั้งยังสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์แบบพาโนรามาได้อีกด้วย โดยมีเทือกเขาตะนาวศรีสูงยาวตั้งเด่นตระหง่านอยู่เบื้องหน้า ได้เห็นแบบนี้ยิ่งทำให้มีพลังในการตักตวงความรู้และเก็บภาพมาถ่ายทอดให้นักเดินทางได้ไปสัมผัสกัน

สำหรับอาหารมื้อเที่ยงเราแวะรับประทานกันที่ร้านตะนาวศรี คอฟฟี่ แอนด์ แคมป์ บรรยากาศน่ารักสุดโรแมนติกมีมุมถ่ายรูปสวย ๆ ให้นักท่องเที่ยวแชะภาพเล่นเป็นการเรียกน้ำย่อย ส่วนอาหารที่ร้านเป็นอาหารเพื่อสุขภาพปลอดสารพิษโดยแท้ เพราะรับซื้อผักปลอดสารพิษต่าง ๆ มาจากโครงการฯ รสชาติหอมหวาน จากปกติเป็นคนไม่ค่อยทานผักยังติดใจในรสชาติจนถึงทุกวันนี้ ที่สำคัญยังได้ลิ้มลองสุกรจินหัวทอดกระเทียม ส่วนแกงเผ็ดเป็ดอี้เหลี้ยงไม่กล้าชิม แต่เพื่อนร่วมทริปบอกว่ารสเด็ดมาก…!!

หลังจากอิ่มท้องแล้วเดินทางต่อไปยัง “ศูนย์ศิลปาชีพ-สวนป่าเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ” โดยทรงมีพระราชปณิธาน “ขอให้สร้างป่า โดยมีคนอาศัยอยู่ด้วยโดยไม่ทำลายป่า คือต้องช่วยเขาเหล่านั้นจริง ๆ ให้มีความเป็นอยู่ที่ดีพอสมควร เช่น มีที่ดินทำกิน มีน้ำ ให้การศึกษา ส่งเสริมงานศิลปาชีพต่าง ๆ ให้มีรายได้เพิ่มขึ้น เมื่อเขาอยู่ได้แล้วเขาจะช่วยเราดูแลป่า” จึงเป็นที่มาของโครงการสวนป่าเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ที่ถูกจัดสร้างขึ้นเพื่อถวายในโอกาสที่ทรงเจริญพระชนมพรรษา 5 รอบในปี 2535

ปัจจุบันที่แห่งนี้พัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงาม เป็นศูนย์รวมพันธุ์ไม้มีค่าทางเศรษฐกิจและเป็นแหล่งศึกษาธรรมชาติ ซึ่งที่แก่งส้มแมวเป็นโขดหินน้อยใหญ่สลับซับซ้อนอยู่กลางแม่น้ำภาชีมีน้ำใสไหลเย็นผ่านโขดหิน รู้สึกสดชื่นเย็นสบายจนไม่อยากกลับ นอกจากนี้ยังได้เข้าไปเยี่ยมชมศูนย์ศิลปาชีพที่สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ทรงจัดตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือราษฎรซึ่งเป็นคนไทยเชื้อสายกะเหรี่ยงให้มีอาชีพเสริมหลังการเก็บเกี่ยว เช่น การทำเครื่องปั้นดินเผา ปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ทอผ้า ปักผ้า และสอนวาดรูป หากใครมาเที่ยวที่นี่ต้องไม่พลาดซื้อของฝากฝีมือชาวบ้านติดมือกลับไปด้วย เพราะชาวบ้านทำอย่างตั้งใจและประณีตทุกชิ้น

ขากลับไม่ลืมที่จะแวะจิบกาแฟใต้แสงเทียนในบรรยากาศย้อนยุคสุดโรแมนติกที่ “บ้านหอมเทียน” สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของผู้มาเยือนสวนผึ้ง แม้จะมีฝนตกโปรยปรายลงมาบ้างแต่ก็รู้สึกเย็นสบายเข้ากับบรรยากาศดี เราเดินแวะร้านโน้นโผล่ร้านนี้อยู่นานจนตัดสินใจซื้อเชิงเทียนและเทียนหอมกลับมาประดับบ้านให้มีสีสันพร้อมกลิ่นหอม ๆ ชื่นใจ ที่สำคัญยืนอยู่บริเวณนี้ยังสามารถชมวิวสวนผึ้งในมุมสูงและสามารถมองเห็นประเทศเพื่อนบ้านอยู่ไกลสุดสายตา เพราะบ้านหอมเทียนตั้งอยู่สุดเขตประเทศไทยภาคตะวันตกติดกับประเทศพม่านั่นเอง

เส้นทางด้วยเพราะรัก...สร้างบ้านเล็กในป่าใหญ่ สายนี้จึงถือเป็นเส้นทางที่เราสามารถท่องเที่ยวได้แบบสบาย ๆ ท่ามกลางบรรยากาศของธรรมชาติที่สวยงามโอบล้อมทุกคนให้มีความสุขสนุกสนานยามมาพักผ่อน ที่สำคัญได้ซึมซับเรื่องราวความรักจากพระราชินีที่มีต่อปวงชนชาวไทยอย่างหาที่เปรียบไม่ได้อีกด้วย.

“ฟาร์มตัวอย่างตามแนวพระราชดำริบ้านบ่อหวี  ปัจจุบันได้กลายเป็นแหล่งผลิตอาหารและธนาคารอาหารชุมชนที่ผลิตอาหารปลอดภัย ราคาถูก หาซื้อได้ในท้องถิ่น และขยายไปสู่การค้าโดยไม่มุ่งเน้นกำไร เป็นแหล่งจ้างแรงงานช่วยให้ราษฎรมีรายได้ และฝึกอาชีพภายในฟาร์มจนสามารถนำไปประกอบอาชีพได้”

รู้ไว้ก่อนไปเที่ยว

การเดินทาง โดยรถยนต์ส่วนตัว ใช้ทางหลวงหมายเลข 4 (เส้นถนนเพชรเกษม) ผ่านพุทธมณฑลนครชัยศรี เมืองนครปฐมเมืองราชบุรี แล้วเลี้ยวขวาแถวเขางู ผ่าน อ.จอมบึง ขับไปตามทางหลวงหมายเลข 3087 มุ่งหน้าสู่ อ.สวนผึ้ง หรือทางหลวงหมายเลข 35 (เส้นถนนพระราม 2-ธนบุรี-ปากท่อ) ผ่านสมุทรสาคร สมุทรสงคราม เลี้ยวขวาเข้า อ.ปากท่อ ผ่านเมืองราชบุรี เขาแก่นจันทร์ แล้วแยกซ้ายไปตามทางหลวงหมายเลข 3208 มุ่งหน้าสู่ อ.สวนผึ้ง เดินทางโดยรถโดยสารประจำทางมีบริษัท ราชบุรี กลุ่ม 76 สาย 9915 กรุงเทพฯ-จอมบึง ป.1 วันละ 7 เที่ยว ลงที่อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี จากนั้นนั่งรถโดยสารต่อมายังอำเภอสวนผึ้ง โดยรถประจำทางสายจอมบึง-สวนผึ้ง (คันสีน้ำเงิน)

ฤดูกาลมาเยือน อ.สวนผึ้ง สามารถท่องเที่ยวได้ทุกฤดู เพราะมีอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี แต่ถ้าไปช่วงฤดูหนาวจะดีมากเพราะสามารถเห็นทะเลหมอกสวยงาม

สิ่งของที่ต้องเตรียม ยาแก้เมารถหรือยาดม เพราะเส้นทางคดเคี้ยวมาก รวมทั้งหมวก ร่ม เสื้อกันหนาว และกล้องถ่ายรูป

ของฝาก โอ่งมังกรราชบุรี ไชโป๊วหวาน เค้กมะพร้าวอ่อน นมสดหนองโพ เทียนหอม ฯลฯ

ทีมวาไรตี้


Tags:

บทความที่เกี่ยวข้อง


แบ่งปัน

แสดงความคิดเห็น