วันศุกร์ 1 สิงหาคม 2557 อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

“การเรียนแพทย์จำเป็นต้องใช้ค่าใช้จ่ายจำนวนมาก ถือว่าเป็นภาระหนักมากสำหรับครอบครัว ทุนการศึกษาจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยลดภาระด้านค่าใช้จ่ายได้มาก อีกทั้งแพทย์เป็นอาชีพที่ตลาดต้องการ ในปี2558 ที่ประเทศไทยจะร่วมเป็นหนึ่งในประชาคมเศรษฐกิจอาเซยี น ซึ่งจะมีการเคลื่อนย้ายแรงงานจากประเทศสมาชิกเข้ามาในไทย การดูแลด้านสุขภาพจึงเป็นเรื่องสำคัญ”

น.ส.กุลธิดา กุลบุตร ปริญญาเอก สาขาชีวเคมีทางการแพทย์ ปี 6, นายมารุต เลาหวิโรจน์ ปริญญาเอก สาขาพยาธิชีววิทยา ปี 4และ น.ส.วรรณวิภา ทองสองชั้น นักศึกษาแพทย์
ปี 6 มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวภายหลังการได้รับทุนสนับสนุนการศึกษาแพทย์ ซึ่งทั้ง 3 เป็นนักศึกษาที่ได้รับทุนใน โครงการสนับสนุนนักศึกษาแพทย์ และ โครงการสนับสนุนการฝึกอบรมแพทย์ต่อยอดสำหรับแพทย์ลาว ที่จัดเป็นปีที่ 2 ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง มูลนิธิไฟเซอร์ประเทศไทย, คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น, มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์สุขภาพสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และองค์กรเฮลธ์ ฟรอนเทียร์ โดยมีนายคริสเตียน มัลเฮอร์บี กรรมการมูลนิธิไฟเซอร์ ประเทศไทยรศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศรีนครินทร์ คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่น รศ.ดร.วันเลี่ยม บัวระวงรองอธิการบดี มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์สุขภาพและ ดร.บันซา อุปะถานา รองหัวหน้าห้องการฝ่ายบริหารและร่วมมือต่างประเทศ มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์สุขภาพ และตัวแทนองค์กรเฮลธ์ฟรอนเทียร์ ร่วมส่งมอบข้อตกลงในโครงการดังกล่าว

นายคริสเตียน กล่าวว่า มูลนิธิไฟเซอร์ประเทศไทยเล็งเห็นความสำคัญของการส่งเสริมและพัฒนาบุคลากรด้านสาธารณสุขทั้งของประเทศไทยและอินโดจีน ในการสนับสนุนทุนการ
ศึกษาแก่แพทย์ลาวและนักศึกษาไทย ผู้รับทุนได้ผ่านการเลือกสรรคุณสมบัติที่เหมาะสม ทั้งผลการเรียนและจิตอาสาร่วมทำกิจกรรมเพื่อสังคมเพื่อให้ผู้รับทุนมีทัศนคติและจิตใจที่มุ่งมั่นในการแสวงหาความรู้จนเกิดความเชี่ยวชาญ และสามารถทำประโยชน์ให้กับสังคมและประเทศชาติของตนได้ต่อไปในอนาคต สำหรับประเทศลาวยังขาดแคลนแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในการรักษาโรคเฉพาะทาง โดยเฉพาะโรคมะเร็งและโรคติดเชื้อในเด็ก จึงให้การสนับสนุนกุมารแพทย์ลาวได้ศึกษาแพทย์ต่อยอด เพื่อให้เป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

3 นักศึกษาแพทย์จากมหาวิทยาลัยขอนแก่นที่ได้รับทุน ยังกล่าวอีกว่า การได้เข้ามามีส่วนร่วมในโครงการนี้ นอกจากจะช่วยลดค่าใช้จ่ายของครอบครัวแล้ว ยังได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้
ซึ่งกันและกันระหว่างนักศึกษาแพทย์ไทยและนักศึกษาต่อยอดจากประเทศลาว ได้เห็นถึงความมุ่งมั่น ขยันขันแข็งของนักศึกษาลาวเพราะพวกเขาคือความหวังของแพทย์เฉพาะทางของประเทศทำให้นักศึกษาไทยเกิดความมุ่งมั่นที่จะศึกษาเพื่อนำความรู้มาช่วยพัฒนาด้านสุขภาพของประเทศไทยเช่นกัน นอกจากนี้โครงการนี้ยังปลูกฝังเรื่องการช่วยเหลือและทำกิจกรรมเพื่อสังคม เนื่องจากทุนนี้เป็นทุนให้เปล่า แต่ระบุว่านักศึกษาทุนทุกคนจะต้องทำกิจกรรมสาธารณประโยชน์ และพวกเราก็มักจะใช้เวลาว่างนำความรู้ไปช่วยเหลือสังคมรอบข้างเสมอ

ด้าน นายบัณฑิต ชุมพลภักดี กุมารแพทย์ต่อยอด สาขาโรคติดเชื้อในเด็ก หนึ่งในผู้ได้รับทุนต่อยอดแพทย์ลาว กล่าวว่า ในแต่ละปีจะมีเด็กลาวที่เสียชีวิตจากโรคติดเชื้อเป็นจำนวนมาก และโรคติดเชื้อในเด็ก เช่น วัณโรค มาลาเรีย ก็จัดอยู่ใน10 อันดับโรคที่ทำให้เด็กเสียชีวิต การได้ทุนต่อยอดเพื่อศึกษาแพทย์เฉพาะทางจะทำให้สามารถนำความรู้ไปช่วยพัฒนา ยกระดับคุณภาพชีวิตยกระดับด้านสุขภาพ และลดจำนวนผู้เสียชีวิตได้มาก

นอกจากนี้ยังได้จัดกิจกรรมสนับสนุนเงินทุนเพื่อปรับปรุงโครงการบ้านพักชั่วคราวของผู้ป่วยเด็กโรคเรื้อรังและครอบครัว ณ โรงพยาบาลศรีนครินทร์ ภายในมหาวิทยาลัยขอนแก่น พร้อมจัดกิจกรรมตกแต่งทาสีบ้านพัก โดยมีศิลปินนักสร้างสรรค์ชื่อดัง ชลิต นาคพะวัน มาร่วมเนรมิตบ้านพักให้มีบรรยากาศสวยงามเหมาะแก่การฟื้นฟูร่างกายและจิตใจของผู้ป่วย

รศ.นพ.สุรพล เวียงนนท์ ประธานโครงการบ้านพักชั่วคราวของผู้ป่วยเด็กโรคเรื้อรังและครอบครัว กล่าวว่า ขณะนี้ปัญหาการครองเตียงในหอผู้ป่วยเด็กของโรงพยาบาลศรีนครินทร์ มี
อัตราสูงมากทำให้ในแต่ละวันมีผู้ป่วยประมาณร้อยละ 5 ที่ทางโรงพยาบาลไม่สามารถรับเป็นผู้ป่วยในได้ เนื่องจากโรงพยาบาลศรีนครินทร์เป็นศูนย์รับการส่งต่อผู้ป่วยโรคซับซ้อน โดยเฉพาะมะเร็งในเด็ก ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีโรงพยาบาลศูนย์ไม่กี่แห่งที่รับรักษา ดังนั้น เราจึงมีผู้ป่วยเด็กส่งต่อมาจากหลาย ๆ จังหวัดที่ห่างไกล ได้แก่ นครพนม มุกดาหาร และหนองคาย รวมถึงจังหวัดใกล้เคียง ผู้ป่วยส่วนใหญ่ประสบปัญหาในการเดินทาง ไม่สามารถเดินทางไปกลับในวันเดียวได้ การที่เราสามารถหาที่พักที่ปลอดภัยและเหมาะสม จึงเป็นการลดความยากลำบากได้อย่างมากและส่งผลให้ผู้ป่วยสามารถรับการรักษาที่ต่อเนื่อง ได้รับยาสม่ำเสมอ ส่งผลให้การรักษาดีขึ้น

โดยโครงการนี้ได้เริ่มเปิดให้บริการเมื่อเดือนมกราคม 2556 มีผู้ป่วยเด็กและครอบครัวเข้ามาพักอาศัยแล้วประมาณ 50 ครอบครัว และคาดว่าจะสามารถช่วยเหลือผู้ป่วยเด็กและครอบครัวที่มีที่พำนักห่างไกลจากโรงพยาบาลได้วันละประมาณ 10ครอบครัว หรือ 20 คน นอกเหนือจากที่พำนักรักษาตัวแล้ว ยังมีกลุ่มจิตอาสาโดยนักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่นช่วยกันจัดกิจกรรมให้ความรู้แก่ผู้ป่วยและครอบครัวอีกด้วย

ผู้สนใจสามารถบริจาคเงินสนับสนุน“โครงการบ้านพักชั่วคราวของผู้ป่วยเด็กโรคเรื้อรังและครอบครัว” โรงพยาบาลศรีนครินทร์มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้ที่ บัญชี “กองทุนโรค
มะเร็งในเด็กโรงพยาบาลศรีนครินทร์” ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขามหาวิทยาลัยขอนแก่น เลขที่บัญชี 551-2-19943.

สาวสายเดี่ยว


Tags:

บทความที่เกี่ยวข้อง


แบ่งปัน

จำนวนคนดู 7,961 ครั้ง

แสดงความคิดเห็น