วันพุธ 23 เมษายน 2557 อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

นับแต่กลางยุคทศวรรษ 1990 เราได้เห็นการกำเนิดขึ้นของเอสยูวีพันธุ์หรูที่ค่ายรถทั้งหลายทยอยกันเผยโฉมออกมา และหนึ่งในนั้นก็มี เรนจ์ โรเวอร์ อยู่ในฐานะจุดสูงสุดของพีระมิดในกลุ่มรถเอสยูวีด้วย โดยขนาดสัดส่วน พละกำลัง ความหรูหราที่สื่อสารผ่านทางเส้นสายที่เน้นความเป็นเหลี่ยมสัน เรียบง่ายแต่สง่างาม และการออกแบบภายในที่ได้แรงบันดาลใจจากความหรูหราที่เป็นเสมือนสิ่งแสดงสถานะของความมั่งคั่งแห่งยุคทศวรรษ 1990 ไปโดยปริยาย อย่างไรก็ตาม ตลาดเอสยูวีหรูก็พบกับการเปลี่ยนแปลง เมื่อแบรนด์รถสปอร์ต อย่างปอร์เช่ ได้ตัดสินใจสร้างรถเอสยูวีสมรรถนะสูง รุ่นคาเยนน์ ที่ได้เปลี่ยนแนวความคิดเกี่ยวกับรถเอสยูวีไปอย่างสิ้นเชิง เพราะเอสยูวีของปอร์เช่นั้นนอกจากจะหรูหราแล้วยังขับคล่อง  ขับง่าย และรวดเร็วกว่ารถประเภทเดียวกันอย่างเทียบไม่ได้ ทำให้ตลอดยุคปี ค.ศ. 2000 นี้ เรนจ์ โรเวอร์ต้องถูกเบียดบังตำแหน่งรถเอสยูวีระดับหรูที่ดีที่สุดออกไป แม้จะออกรถรุ่น “เรนจ์ โรเวอร์ สปอร์ต” ออกมาในช่วงปลายของทศวรรษที่ผ่านมาก็ยังไม่สามารถต่อกรกับคาเยนน์ได้

แต่ในเดือนกันยายนปี ค.ศ. 2012 นี้ เรนจ์ โรเวอร์ รุ่นที่ 4 ก็จะเปิดตัวขึ้นอย่างเป็นทางการในงานปารีส มอเตอร์โชว์ โดยรถในรุ่นที่ 4 นี้ได้รับแรงบันดาลใจจากการออกแบบของรถสุดล้ำรุ่นเล็กของแบรนด์อย่าง “อีโวค” ในหลาย ๆ ส่วน โดยในรุ่นที่ 4 นี้ยังคงไว้ซึ่งความเป็นเหลี่ยมสันและสัดส่วนคลาสสิกซึ่งมองปราดเดียวก็รู้ได้ทันทีว่านี่คือเรนจ์ โรเวอร์ แต่มีความเฉียบคมขึ้น เห็นได้ชัดจากการออกแบบกระจังหน้าให้ลู่ลม จากเดิมที่ตั้งฉากกับพื้นดิน บึกบึนแต่ต้านลม ส่วนของไฟหน้าและไฟท้ายที่มี “หางตา” ยาวเรียว ช่วยทำให้รถดูปราดเปรียว และอีกจุดหนึ่งที่มีความแตกต่างจากรุ่นที่ผ่านมาอย่างชัดเจนก็คือช่องระบายอากาศด้านข้างตัวรถ หรือที่เรียกกันเล่น ๆ ว่า “เหงือกฉลาม” อันได้รับมรดกตกทอดมาจากเรนจ์ โรเวอร์รุ่นปัจจุบันนั้นขยายใหญ่ขึ้นมาก แต่เป็นที่น่าแปลกใจว่าไฉนเลยเหงือกฉลามนั้นถึงได้มาอยู่บนประตูหน้า แล้วเช่นนี้ก็คงไม่ได้มีหน้าที่ระบายอากาศอะไร แต่เป็นแค่เพียงการประดับประดาเท่านั้น อย่างไรก็ดี หากคิดว่าเรนจ์ โรเวอร์รุ่นที่ 4 นี้ไม่ต่างจากรุ่นที่ผ่าน ๆ มามากนัก เนื่องจากไวยากรณ์ทางการออกแบบไม่ต่างกันมาก คงต้องจอดเปรียบเทียบดูกันชัด ๆ แล้วจะเห็นได้ชัดเจนว่า เส้นสายของรถรุ่นปัจจุบันที่เพิ่งจะโดนแทนที่ไปนั้น มันก็ดูไม่ต่างจากแทร็กเตอร์ดี ๆ นี่เอง

ส่วนของการออกแบบภายในยังคงไว้ซึ่งแรงบันดาลใจจากห้องโดยสารของ “เรือยอชท์” ที่เรียบง่าย แต่เปี่ยมรสนิยมเหมือนกับรุ่นที่ผ่านมา แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปก็คือการหายไปของปุ่มกด ลูกบิด และคันเกียร์ หรือจะเรียกรวม ๆ ว่า “อนาล็อก” ก็ได้ ด้วยการเข้ามาแทนที่ของหน้าปัดและระบบสัมผัสในสไตล์ “ดิจิทัล” ตามยุคสมัยของไอโฟนและไอแพดที่ช่วยทำให้การออกแบบห้องโดยสารทำได้เรียบง่าย ไม่รุงรังเต็มไปด้วยปุ่มเหมือนรถรุ่นที่ผ่าน ๆ มา และนอกจากจะดูไฮเทคแล้วยังมีราคาประหยัดกว่าพวกอนาล็อกแบบดั้งเดิมอีกเสียด้วยซ้ำไป

แต่จุดที่เรียกว่า “แตกต่าง” และ “พัฒนา” ขึ้นอย่างมากจริง ๆ ของรถคันนี้หาใช่รูปโฉมผิวเผิน แต่กลับเป็นการลดน้ำหนักรวมของรถลง โดยทำการลดน้ำหนักของตัวถังและช่วงล่างลงด้วยการใช้โครงสร้างอะลูมิเนียมอัลลอย ทำให้เรนจ์ โรเวอร์ใหม่นี้ทั้งที่ยาวขึ้น แต่กลับเบาลงกว่ารุ่นที่ผ่านมาถึง 39% หรือเกือบ 400 กิโลกรัม! ซึ่งน้ำหนักที่ลดลงได้นี้แน่นอนว่านอกจากจะช่วยให้ประหยัดพลังงานมากขึ้น ยังช่วยเพิ่มสมรรถนะและเสริมการทรงตัวให้ดีขึ้นอย่างที่รถรุ่นที่ผ่านมาได้แต่ฝันถึงอีกด้วย

นอกจากนี้ยังพร้อมท้าดวลกับคู่แข่งได้อย่างไม่ต้องเกรงใจ เป็นรถที่สง่างาม หรูหรา น่าเกรงขาม เปี่ยมไปด้วยสมรรถนะที่เหนือกว่าใคร ๆ และพร้อมที่จะทวงตำแหน่ง “ราชันย์” คืนได้อย่างสมภาคภูมิ.

ภัทรกิติ์ โกมลกิติ

บทความที่เกี่ยวข้อง


แบ่งปัน

จำนวนคนดู 23,651 ครั้ง

แสดงความคิดเห็น