วันพฤหัสบดี 2 ตุลาคม 2557 อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ในบ่ายร้อนระอุด้วยอุณหภูมิแข่งขันรอบคัดเลือกคณะสิงโตเพื่อค้นหา 8 ทีมสุดท้าย เข้ารอบไปแข่งนัดชิงชนะเลิศวันที่ 24 ม.ค.นี้ที่ถนนเยาวราช เด็กหนุ่มบางคนจ้องเขม็งไปบนยอดเสาดอกเหมย จับจังหวะการย่ำเท้าของรุ่นพี่ มันไม่ใช่การเล่นสนุกของเด็ก ๆ เพราะเมื่อใดก้าวพลาดมีแต่เจ็บตัว ขณะเด็กบางคนได้โอกาสเชิดหัวสิงโต กระโดดและทรงตัวอย่างร่าเริงในอากัปกิริยาของเจ้าป่า พลันกระโดดไปคาบดอกไม้ที่โคนเสา ร่างเล็ก ๆ กลับร่วงหล่นทั้งหัวและตัวไม่มีแม้แต่เวลาให้กับน้ำตาความเจ็บปวด กลองยังคงรัวให้จังหวะเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เสียงปรบมือจากคนดูดังลั่นฉุดให้ลุกขึ้นมาแสดงต่อจนจบ

“คนเชิดหัวสิงโตคุณสมบัติแรกต้องมีคือ ใจรักในการแสดง อย่างอื่นมาฝึกทีหลังได้” อ.ดำ วังแดง วัย 76 ปี กล่าวอย่างไม่ลังเล เพราะจากประสบการณ์เชิดสิงโตตั้งแต่ พ.ศ.2498 ให้กับคณะวังแดง ย่านพระนคร ก่อนผันตัวเองมาเป็นครูสอนลีลาการเชิดหัวสิงโตให้กับคณะลูกหลวงพ่อแพ วัดบุคโล กว่า 42 ปี เป็นอีกคณะระดับหัวแถวของการเชิดสิงโตบนเสาดอกเหมย

อ.ดำ เล่าว่า เดิมการเชิดสิงโตสมัยก่อนจะเชิดบนพื้นเสียส่วนใหญ่ จนมาถึงยุคหนึ่งคณะสิงโตในไทยเริ่มเห็นการแสดงของคณะสิงโตจากมาเลเซีย ที่มีการปีนป่ายออกลวดลายบนเสาดอกเหมย ระยะแรกผู้ใหญ่ในแวดวงสิงโตไทย มาคุยกันเพื่อปรึกษาและหาแนวทางในการเล่น ช่วงแรกฝึกซ้อมจากการจำท่ามาแล้วดัดแปลงเล่นเอง คนที่ฝึกซ้อมกระโดดบนเสา ตกกันเป็นว่าเล่น เพราะไม่มีใครมานั่งบอกเทคนิคเหมือนสมัยนี้ ต้องลองผิดลองถูกกันไปตามแต่ละคณะจะฝึกให้เชี่ยวชาญ

“เสน่ห์ของการเชิดสิงโตบนเสาดอกเหมยคือ ลีลาที่เหมือนสัตว์จริง ๆ และมีการกระโดดบนเสาให้คนดูได้หวาดเสียว ขณะที่คนเชิดเป็นหัวและตัว ต้องมีความแข็งแรง ฝึกไหวพริบออกท่าทางตามจินตนาการ เพราะเมื่ออยู่บนเสา ขณะแสดงความคิดและทุกอย่างต้องเร็ว ปัจจุบันการเชิดสิงโตบนเสาดอกเหมยของไทยได้รับการยอมรับจากต่างประเทศมากขึ้น ขณะมาเลเซียเจ้าตำรับยังกลัวเรา เพราะเรามีการดัดแปลงท่าให้หวาดเสียวกว่าเขา”

เด็กที่เชิดสมัยนี้ดีกว่าแต่ก่อน เพราะมีซีดีดูการแสดงของต่างประเทศแล้วมาดัดแปลงได้ คนที่เชิดเป็นตัวต้องมีสรีระที่ใหญ่กว่าคนเชิดเป็นหัว เนื่องจากเมื่ออยู่บนเสาคนเป็นตัวจะต้องรับน้ำหนักคนเป็นหัวทั้งท่าเหวี่ยงตัวหรือต่อตัวแล้วกระโดดไปบนเสา ถ้าคนเล่นเป็นตัวร่างเล็กกว่าหัวก็จะไม่ไหว

การจะดูว่าเด็กคนไหนมีแววเล่นเป็นหัวและตัวสิงโต ดูจากทุกเย็นที่ซ้อม เด็กพวกนี้มาซ้อมตั้งแต่ยังเล็ก อาจให้เริ่มดูก่อนพอเห็นเริ่มสนใจก็เริ่มอยากจับหัวสิงโตเอามาเชิด พอเราเห็นแววว่าชอบจริงก็เริ่มฝึกจากการเดินบนพื้นข้างล่างก่อน โดยฝึกเดินให้เข้ากับจังหวะการตีกลอง แล้วค่อยให้ขึ้นไปลองฝึกบนเสา

อุปกรณ์ใช้แสดง อ.ดำ มองว่ามีความสวยงามกว่าแต่ก่อนมาก สมัยนี้หัวสิงโตจากจีนมีชีวิตชีวาสวยงาม แต่ก่อนเคยทำหัวสิงโตเองอยู่พักหนึ่ง เนื่องจากหัวสิงโตราคาแพง อาศัยดูเอาจากหัวที่นำเข้า ค่อย ๆ ใช้ไม้ผูกเป็นโครง จนได้หัวปากเป็ดกว่าจะเสร็จก็ร่วมปีเพราะไม่มีใครสอน หน้าสิงโตที่ออกมาจะดุ ๆ แต่ข้อดีของหัวทำเองค่อนข้างทน เมื่อเทียบกับหัวสิงโตที่นำเข้าราคากว่า 20,000 บาท รวมทั้งชุดที่ใช้แสดง จะชำรุดง่ายโดยเฉพาะบริเวณช่วงปากไม่ถึงปีเริ่มเสีย ที่คณะมีหัวสิงโตกว่า 26 หัว เอาไว้ใช้ซ้อมและเปลี่ยน แต่ ถ้าหัวสิงโตที่ชำรุดหนักจะนำไปลอยน้ำเพราะเชื่อว่าในหัวสิงโตมีครูจะไปทิ้งเป็นเศษขยะไม่ได้

“ถ้าใครยึดการเชิดสิงโตเป็นอาชีพ ค่อนข้างยากเพราะงานไม่ได้มีตลอด ช่วงตรุษจีนนี้มีงานมาก พอเข้าพรรษางานเริ่มไม่มี มาโผล่มีงานอีกทีช่วงกฐินและงานแห่เจ้าตามศาลต่าง ๆ เด็กที่มาแสดงส่วนมากส่งเสริมให้เรียนหรือมีงานก็ไปทำงาน พอตกเย็นมาซ้อมกันที่วัดหรือมีงานก็ไปแสดงตามงาน”

สำหรับคนที่อยากเชิดสิงโตจริงจังต้องฝึกซ้อมมาก ๆ เวลาเป็นเรื่องสำคัญอย่ามัวไปยุ่งกับยาเสพติด พ่อแม่เองต้องดูแลลูกด้วยว่าคณะสิงโตที่ลูกไปฝึกซ้อมเป็นอย่างไร เชื่อถือได้หรือไม่ เพราะบางคณะมีเรื่องยาเสพติดเข้ามาเกี่ยวข้อง

“รอบชิงชนะเลิศวันที่ 24 ม.ค.ที่เยาวราชอยากให้มาร่วมเชียร์กันมาก ๆ เพราะคณะที่เหลือมีแต่ระดับประเทศทั้งนั้น แต่ละท่าในการแสดงแทบพลาดไม่ได้ตั้งแต่กลองเริ่มเชิด คนที่ไปดูอยากให้จินตนาการตาม เมื่อแสดงท่าทางคล้ายแมว เพราะจะยิ่งเพิ่มความสุขในการดูมากขึ้น” อ.ดำ ทิ้งท้าย

ด้านคนเชิดเป็นลำตัวอย่าง วิทเวช หิ้งเพชร (ตั้ม) อายุ 20 ปี แห่งคณะลูกหลวงพ่อแพ วัดบุคโล ซึ่งก่อนหน้านั้นได้มีโอกาสเชิดเป็นหัวสิงโตมาก่อนผันตัวเองเป็นตัวโดยให้น้องชาย วิทวัฒน์ หิ้งเพชร (เติ้ล) อายุ 17 ปีมาเชิดเป็นหัว ทั้งคู่ถือเป็นมือหนึ่งในการแสดงประกวดของคณะ

ทั้งคู่เล่าว่าเริ่มเข้ามาดูเชิดสิงโตตั้งแต่ 6 ขวบ เพราะบ้านอยู่แถวนี้ทุกเย็นจะเข้ามาดูการซ้อม โดยตั้มเริ่มเชิดหัวสิงโตกับคนอื่นที่เป็นลำตัวมาก่อน แต่ไม่ค่อยเข้าขากันมากนัก ก่อนที่จะเห็นแววน้องชายที่สนใจในการเชิด พี่จึงค่อย ๆ สอนน้องจากเดินก้าวขาบนพื้นล่างไปจนปีนเสาและแข่งขันในที่ต่าง ๆ

“หลายครั้งเวลาพลาดคนเชิดหัวกับตัวถ้าไม่คุยกันมัวแต่ใส่อารมณ์กันงานออกมาไม่ดี ซึ่งการเป็นพี่น้องกันถือว่าได้เปรียบเพราะเราสามารถคุยกันได้ ถ้าอยากเพิ่มท่าไหนตรงส่วนใดเราก็คุยกัน การเชิดเป็นลำตัวกำลังขาและแขนสำคัญมาก อย่างน้อยต้องมีกำลังที่จะแสดงซัก 3-4 ก๊อก ต้องยืนอยู่ให้ได้ตลอดการแสดง 13-14 นาที ส่วนคนเป็นหัวกำลังแขนกับขาสำคัญมากเช่นกัน” 

คนที่จะมาแสดง ก่อนอื่นต้องมีจิตวิญญาณต่อมาส่วนอื่น ๆ ก็ค่อยมาเสริมและฝึก การเชิดเป็นตัวยากกว่าคนเล่นเป็นหัว เพราะคนเชิดหัวยังมองเห็นแต่คนเป็นตัวมองไม่เห็น ต้องอาศัยการกะระยะจากคนเป็นหัวเมื่อปีนอยู่บนเสา ขณะเดียวกันคนเป็นตัวต้องสื่อสารกับคนเป็นหัวด้วยการสะกิด เพื่อให้เดินหรือทำท่าอย่างอื่นต่อไป ท่าต่อตัวแล้วกระโดดไปบนเสาเป็นท่าที่ยากที่สุด คนเล่นต้องมีความเข้าใจและฝึกซ้อมด้วยกันมานาน

อายุของผู้แสดงถ้าอยู่ในช่วง 20–21 ปี ถือว่ากำลังดี แต่ก็มีหลายคนที่อายุมากแต่ออกกำลังกายเป็นประจำยังเล่นได้ ทุกเย็นที่ซ้อมก่อนจะเชิดต้องออกวิ่งและยกลูกเหล็กเพื่อเพิ่มกำลังแขนก่อนจะไปเชิดจริง

ถ้ารุ่นน้อง ๆ สนใจอยากเชิดแนะนำให้ไปฝึกกับคณะที่มีความรู้ เพราะถ้ามาเล่นเองอาจเกิดอันตราย ในส่วนของการแข่งขันที่เยาวราชอยากให้ทุกคนมาดูถ้าชอบท่าไหนหรือไม่ชอบท่าไหนก็ให้ปรบมือถือเป็นสีสันหนึ่งในการแสดง

ช่วงตรุษจีนการแสดงสิงโตนอกจากจะได้รับความนิยมเป็นมงคลแล้ว การเชิดสิงโตถือเป็นศิลปะการแสดงที่ต้องอนุรักษ์ รวมทั้งส่งเสริมให้มีเวทีประกวดเพื่อเผยแพร่ภาพลักษณ์อันดีของสิงโตไทยต่อไป.

การแสดงโชว์ 9 มังกรทองมหามงคล ฉลองตรุษจีน

ตรุษจีนปีนี้ ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ จัดงานเฉลิมฉลองยิ่งใหญ่ภายใต้ชื่อ “THE MALL 2012 CHINESES NEW YEAR CELEBRATION” ระหว่างวันที่  21-29 มกราคม 2555 ณ ห้องเอ็มซีซี ฮอลล์ ชั้น 4  เดอะมอลล์ บางแค ชมไฮไลต์สุดยอดแห่งปี “การแสดงโชว์ 9 มังกรทองมหามงคล” ตามความเชื่อที่ว่า “มังกรทอง” เป็นสัญลักษณ์ของจักรพรรดิ สัญลักษณ์ความอุดมสมบูรณ์  ความเจริญรุ่งเรือง และความมีอำนาจ  เริ่มจัดแสดงตั้งแต่ วันที่  21-24 มกราคม 2555 ตั้งแต่เวลา 18.30-20.00 น. ที่บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์  เริ่มแสดงวันแรกในวันเสาร์ที่  21 มกราคม 2555 ที่หน้าเดอะมอลล์ สาขาท่าพระ  วันอาทิตย์ที่ 22 มกราคม 2555 หน้าเดอะมอลล์สาขาบางกะปิ  และวันจันทร์ที่ 23 มกราคม 2555 ซึ่งเป็นวันตรุษจีนจัดแสดงที่หน้าเดอะมอลล์สาขาบางแค รวมถึงการแสดงอื่น ๆ สลับสับเปลี่ยน  ส่วนวันอังคารที่ 24 มกราคม 2555 ที่หน้าเดอะมอลล์ทุกสาขา ชมการแสดงเชิดสิงโต การแสดงเปลี่ยนหน้ากาก การแจกส้มมงคล ฯลฯ

และ เพื่อความเป็นสิริมงคลต่อเนื่อง  ยังได้จัดให้มีการสักการะพระโพธิสัตว์กวนอิม และ 3 องค์มหาเทพ อันได้แก่ องค์มหาเทพตั่วเหล่าเอี้ย, องค์เทพไท้ส่วยเอี้ย, องค์เทพไฉ่สิ่งเอี้ย  ที่ได้เคยอัญเชิญและทำพิธีจากสาธารณรัฐประชาชนจีนมาให้ประชาชนสักการะขอพรเพื่อความโชคดีตลอดปีตามความเชื่อของชาวจีน และชาวไทยเชื้อสายจีน ณ ห้องเอ็มซีซี ฮอลล์ ชั้น 4 เดอะมอลล์ บางแค ตลอด 9 วัน ตั้งแต่เวลา 11.00–20.00 น. โดยบนห้องเอ็มซีซี ฮอลล์ นี้ ได้จัดเตรียมชุดสักการะเทพทั้ง 4 ไว้บริการทุกท่าน  พร้อมซุ้มแก้ชง เสริมดวงชะตา ซึ่งปีที่ชงในปีนี้ ได้แก่ ปีจอ, ปีมะโรง, ปีฉลู และปีมะแม  โดยผู้ที่เกิดในปีเหล่านี้สามารถมาแก้ชงได้ด้วยการฝากดวงชะตาต่อองค์เทพไท้ส่วยเอี้ย กำหนดรายชื่อละ 20 บาท ซึ่งใบรายชื่อจะนำไปสวดทำพิธีในวันที่ 29 มกราคม  2555 เวลา 11.00–20.00 น. รวมถึงการทำบุญพะเก่งเพื่อขอให้เทพเจ้าคุ้มครอง เสริมโชคลาภ ดวงชะตา และสุขภาพด้วย

นอกเหนือจากกิจกรรมต่าง ๆ แล้ว ภายในงานยังได้จัดแสดง “นิทรรศการมังกร 9” แสดงความเป็นมาของสัญลักษณ์มังกรในรูปแบบและความหมายต่าง ๆ อันได้แก่
 
1. ปี้ซี่ เป็นลูกมังกรตัวแรก หรือเป็นองค์ชายใหญ่ มีลักษณะห้าวหาญ ทรงพลัง รูปลักษณ์ภายนอกคล้ายเต่า มีความสามารถแบกรับน้ำหนักได้ดี ถือเป็นสัญลักษณ์แห่งการมีอายุยืนและเป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็นสิริมงคล

2. ชือเหวิ่น เป็นลูกมังกรตัวที่สอง ลักษณะภายนอก หัวเป็นมังกร ปากกว้าง ลำตัวสั้น  มีความสามารถในการดับไฟ นิยมนำมาประดับที่จั่วหลังคาของพระอารามหลวง เป็นเคล็ดป้องกันไฟไหม้

3. ผูเหลา เป็นลูกมังกรตัวที่สาม มีลักษณะนิสัยชอบร้องเสียงดังกังวาน นิยมนำรูปแบบของผูเหลามาเป็นหูระฆัง เพื่อให้เสียงระฆังดังกังวาน 

4. ปี้อั้น เป็นลูกมังกรตัวที่สี่ มีรูปลักษณ์ภายนอกคล้ายเสือ มีนิสัยชอบออกมาพูดเพื่อความเป็นธรรม

5. เทาเที่ย เป็นลูกมังกรตัวที่ห้า มีรูปลักษณะภายนอกที่ดุร้าย ตาโต ปากกว้าง มีความโลภในทรัพย์สิน สมัยโบราณนิยมทำลวดลายส่วนหัวของเทาเที่ย ลงบนเครื่องสัมฤทธิ์

6. กงฟู่ เป็นลูกมังกรตัวที่หก มีลักษณะนิสัยที่ชอบน้ำ ในทางสถาปัตยกรรมนิยมนำมาทำเป็นปลายท่อระบายน้ำ

7. หยาจือ เป็นลูกมังกรตัวที่เจ็ด มีลักษณะนิสัยดุร้าย โกรธง่าย มีรัศมีแห่งการสังหาร ในสมัยโบราณ นิยมนำมาทำเป็นด้ามอาวุธ

8. ซวนหนี เป็นลูกมังกรตัวที่แปด มีรูปลักษณะภายนอกคล้ายสิงโต มีนิสัยชอบอยู่นิ่ง ชอบนั่งมองดูควันไฟ เปลวไฟ นิยมนำรูปมาประดับที่กระถางธูป

9. เจียวถู เป็นลูกมังกรตัวที่เก้า มีลักษณะนิสัยปิดตัวเอง ไม่ชอบให้ใครเข้ามาในถ้ำที่อยู่อาศัยของตน นิยมนำเจียวถูมาติดไว้ที่ประตูบ้าน

ทีมวาไรตี้


Tags:

บทความที่เกี่ยวข้อง


แบ่งปัน

จำนวนคนดู 45,807 ครั้ง

แสดงความคิดเห็น