วันศุกร์ 22 สิงหาคม 2557 อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ครบ 1 ปีเหตุการณ์ประชาชนในซีเรียลุกฮือขับไล่ประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด จนทำให้ผู้คนล้มตายใกล้หลักหมื่นเข้าไปทุกที เพราะการปราบปรามกลุ่มผู้ประท้วงอย่างรุนแรงของกองกำลังฝ่ายความมั่นคงซีเรีย และไม่มีท่าทีว่าการประท้วงจะจบลงง่าย ๆ

บรรดาผู้สันทัดกรณีกล่าวว่า การปกครองซีเรียของประธานาธิบดีอัสซาดกำลังเข้าใกล้จุดสิ้นสุดแล้ว แต่ซีเรียมีความเสี่ยงที่จะแตกหรือไม่ก็เผชิญสงครามกลางเมือง หลังจากประท้วงใหญ่และการปราบปรามถึงขั้นนองเลือดกันมาแล้ว 1 ปี ซัลมาน เชค  นักวิเคราะห์แห่งสถาบันบรูคกิ้งส์ในกรุงโดฮาของกาตาร์บอกว่า หากคุณถามว่า 1 ปีผ่านไป  ประธานาธิบดีอัสซาดจะพบทางออกของปัญหาหรือไม่ หลายคนคงตอบว่าไม่  แต่ ณ ขณะนี้ เขาเชื่อว่า รัฐบาลอัสซาดกำลังจะพ่ายแพ้ และเวลากำลังหมดลงไป

ครบ 1 ปี การลุกฮือต่อต้านอัสซาดยังคงดำเนินต่อไป และน่าจะนำไปสู่จุดจบของรัฐบาลซีเรีย หลังจากการลุกฮือที่เขย่ารัฐบาลเผด็จการภายใต้การนำของอัสซาดปะทุขึ้นเมื่อวันที่ 15 มีนาคม ปี 2554 มาจากกลุ่มเยาวชนในจังหวัดดาราทางตอนใต้ของประเทศ ที่เขียนข้อความบนกำแพงต่าง ๆ ว่า ประชาชนต้องการโค่นล้มรัฐบาลอัสซาด ภายหลังเกิดการประท้วงต่อต้านเผด็จการในตูนิเซียกับอียิปต์ 

ทางการซีเรียตอบโต้ด้วยความรุนแรง จับกลุ่มเยาวชนเข้าคุก นำไปสู่การประท้วงจากกลุ่มญาติของพวกเขา จนเกิดการปะทะผู้คนล้มตาย  เหตุจลาจลจึงลุกลามไปหลายเมืองทั่วซีเรีย ประชาชนจำนวนมากเดินลงสู่ท้องถนน เพื่อต้องการความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในซีเรีย ประธานาธิบดีอัสซาดเห็นท่าไม่ดี ให้คำมั่นปฏิรูป รวมทั้งยกเลิกประกาศฉุกเฉินที่ใช้ครอบงำซีเรียมานานหลายทศวรรษ และยอมให้มีพรรคการเมืองหลายพรรค ตลอดจนร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ไม่ให้พรรคบาธของอัสซาดผูกขาดอำนาจ

คัทตาร์ อาบู ดิอับ อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยปารีส-ซุดบอกว่า การปฏิวัติซีเรียแตกต่างจากกระแสอาหรับ สปริงของประเทศอื่น เนื่องจากว่า ประชาชนสังเวยชีพเป็นจำนวนมากและการปราบปรามอย่างรุนแรง อีกทั้งกองกำลังของตูนิเซียและอียิปต์อยู่ใต้อิทธิพลของประเทศตะวันตก รายงานของกลุ่มสิทธิมนุษยชนในซีเรียบอกว่า ตั้งแต่เดือนมีนาคมปีที่แล้ว กองกำลังฝ่ายความมั่นคงของซีเรีย ล้อมปราบและเข่นฆ่าผู้คนไปแล้วไม่ต่ำกว่า 8,500 ศพ

อย่างไรก็ตาม บรรดานักวิเคราะห์กล่าวเตือนเกี่ยวกับความเสี่ยงของสงครามกลางเมืองในซีเรีย และการแตกแยกระหว่างชนกลุ่มใหญ่ของประเทศคือ ชาวมุสลิมนิกายสุหนี่ กับชนกลุ่มน้อย ชาวมุสลิมนิกายอลาวิทของประธานาธิบดีอัสซาด ที่ปกครองซีเรียมานาน ซัลมาน เชคบอกว่า การติดอาวุธให้ฝ่ายค้านจะยิ่งกระตุ้นให้เกิดสงครามกลางเมืองต่างนิกายสถานการณ์จะนำไปสู่การสังหารหมู่ในอนาคต

อาบู ดิอับ ก็มีความเห็นพ้องกันในเรื่องนี้ พร้อมเตือนถึงการปรากฏของรัฐอลาวิทที่อาจเกี่ยวข้องกับกองกำลังของเฮซบอลเลาะห์ กลุ่มติดอาวุธในเลบานอน และภูมิภาคจะลุกเป็นไฟ จากการปฏิวัติรัฐประหารในเลบานอนหรืออิรัก หรืออาจกลายเป็นภูมิภาคที่ทำสงครามกับอิสราเอล ไม่ว่าจะเป็นเช่นไรก็ตาม เพื่อให้รัฐบาลของประธานาธิบดีอัสซาดคงอยู่ในอำนาจต่อไป.


Tags:

บทความที่เกี่ยวข้อง


แบ่งปัน

จำนวนคนดู 20,411 ครั้ง

แสดงความคิดเห็น