วันพุธ 23 เมษายน 2557 อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

วันที่ ๒๕ พฤศจิกายน ของทุกปี  เป็นอภิลักขิตสมัยคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งทางราชการได้กำหนดถวายบังคมพระบรมราชานุสรณ์ ณ สวนลุมพินี กรุงเทพมหานคร เพื่อระลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์    ในหนังสือ ใต้ร่มพระบารมี  จักรีนฤบดินทร์  สยามินทราธิราช  ซึ่งราชบัณฑิตยสถานจัดพิมพ์ในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมพรรษา ๗๕ พรรษา รองศาสตราจารย์วุฒิชัย มูลศิลป์ ภาคีสมาชิก สำนักธรรมศาสตร์และการเมือง ได้เรียบเรียงพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจต่าง ๆ ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวไว้ สรุปสาระสำคัญได้ดังนี้  พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวเป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี(สมเด็จพระศรีพัชรินทรา บรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนี พันปีหลวง)  พระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์แรกที่เสด็จไปศึกษา ณ ประเทศอังกฤษ  และระหว่างที่ทรงศึกษาเป็นเวลา ๙ ปีเศษ ได้เสด็จประพาสประเทศต่าง ๆ หลายประเทศ   รัชสมัยของพระองค์มีความสำคัญในประวัติศาสตร์ไทยสมัยใหม่ โดยทรงใช้บทพระราชนิพนธ์ปลุกจิตสำนึกของคนไทยให้มีความสำนึกในเรื่องชาตินิยม ทรงตั้งกองเสือป่าเพื่อเป็นกองหนุนให้ทหารและตำรวจในเวลาบ้านเมืองอยู่ในภาวะคับขัน  พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงนำประเทศเข้าสู่สังคมนานาชาติในทางวัฒนธรรม โดยให้คนไทยมีนามสกุล การใช้คำนำหน้าเด็ก สตรี บุรุษ การนับเวลาตามนาฬิกา การใช้พุทธศักราช การทดลองปกครองระบอบประชาธิปไตยที่ ดุสิตธานี การให้เยาวชนทั้งชายหญิงได้รับการศึกษาภาคบังคับ  พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระปรีชาญาณด้านอักษรศาสตร์อย่างยิ่ง จนทรงได้รับการถวายพระราชสมัญญาว่า พระมหาธีรราชเจ้า  และใน พ.ศ. ๒๕๒๘ องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมของสหประชาชาติ หรือยูเนสโก ได้ยกย่องความเป็นปราชญ์ของพระองค์ โดยขนานพระนามว่า King Vajiravudh, Thailand’s Prolific Writer–พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงมีบทพระราชนิพนธ์มากมายของเมืองไทย

แสงจันทร์  แสนสุภา

บทความที่เกี่ยวข้อง


แบ่งปัน

จำนวนคนดู 6,844 ครั้ง

แสดงความคิดเห็น