วันจันทร์ 22 ธันวาคม 2557 อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

บทจะไปก็ไปแบบ “ปาท่องโก๋” พอบทจะมาก็มาแบบ “ปาท่องโก๋” สำหรับ 2 ประเด็นร้อนทางการเมือง 2 เรื่อง อย่าง นิรโทษกรรม กับ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ

คราวที่แล้วบทจะมาก็มาในช่วงไล่เลี่ยกัน เริ่มที่การแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 291 มาก่อน จากนั้นก็นิรโทษกรรมฉบับ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ส.ส.มาตุภูมิ ก็ตามมา พอแก้ไขรัฐธรรมนูญ “สะดุด” จากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ กรณี นิรโทษกรรม หยุดลง กลายเป็นเรื่อง “คาสภา” อยู่อย่างที่เห็นในทุกวันนี้

ปัจจุบันกรณีนิรโทษกรรม แม้จะรับไม้ส่งไม้ เปลี่ยนหน้ากันเล่นไปมา แต่สุดท้ายก็วนอยู่ในอ่างไปไม่ถึงไหน กลับมาย่ำอยู่ที่เดิม นั่นก็คือ การให้ส.ส.พรรคเพื่อไทยเสนอร่างพ.ร.บ.เข้าไปในสภาอีกหนึ่งฉบับ

รวมแล้ววันนี้ สังคมไทยก็มีร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม อยู่ในระเบียบวาระการประชุมสภารวมแล้ว 5 ฉบับ

แต่ก็เชื่อขนมกินได้ว่า ยังไม่หมดแค่นั้น เพราะได้ยิน ขวัญชัย ไพรพนา ประธานชมรมคนรักอุดร ที่วันนี้ประกาศแล้วว่าจะ “ถอดเสื้อสีแดง” หันมาใส่สีอื่นดูบ้างเพื่อสร้างบรรยากาศ “ความปรองดอง” ออกปากว่า เอาด้วยกับร่างพ.ร.บ.ปรองดอง ฉบับที่ “คนบางบอน” อย่าง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ ดอกเตอร์กฎหมายจากรั้วรามคำแหง เขียนเองกับมือจำนวน 6 มาตรา

ขณะที่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก่อนหน้านี้ พงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกฯและรมว.ศึกษาธิการ หาทางออกด้วยส่งให้ 3 มหาวิทยาลัยชื่อดังไปศึกษา “แนวทาง” การแก้ไข ไม่ว่าจะรายมาตรา ทั้งฉบับ ทำประชามติหรือเดินหน้าโหวตวาระ 3

แต่จู่ ๆ “ทางออก” ที่มือกฎหมายอย่างรองนายกฯพงศ์เทพ ทำไว้ยังไม่ได้ข้อสรุปออกมา ส.ส.พรรคเพื่อไทยที่นำโดย สงวน พงษ์มณี ส.ส.ลำพูน กับส.ว.เลือกตั้งที่มี ดิเรก ถึงฝั่ง ส.ว.นนทบุรี เป็นโต้โผ ก็เตรียมจะผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญ “รายมาตรา”

แก้ไข “รายมาตรา” นั้นทำได้ เพราะที่ผ่านมาก็แก้ไขรายมาตรากันมาแล้ว

ความน่าสนใจของการแก้ไขรายมาตราครั้งนี้ อยู่ตรงที่จะมีการแก้ไขในมาตรา 68

มาตรานี้อยู่ในส่วนที่ 13 เรื่องสิทธิพิทักษ์รัฐธรรมนูญ เขียนไว้ช่วงหนึ่งว่า บุคคลจะใช้สิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญนี้หรือเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญนี้มิได้

ในกรณีที่บุคคลหรือพรรคการเมืองใดกระทำการตามวรรค 1 ผู้ทราบการกระทำดังกล่าวย่อมมีสิทธิเสนอเรื่องให้อัยการสูงสุดตรวจสอบข้อเท็จจริงและยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งการให้เลิกการกระทำดังกล่าว

มาตรา 68 นี้ เคยมีข้อโต้แย้งกันในการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 291 ว่า ตกลงเป็นเรื่องของ “อัยการสูงสุด” หรือ “ศาลรัฐธรรมนูญ” กันแน่

การแก้ไขมาตรานี้จึงเท่ากับมีเจตนาต้องการจะ “ตัด” ศาลรัฐธรรมนูญออกจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้

ที่น่าสงสัยไปกว่านั้น ที่ต้องเร่งกันในช่วงนี้เพราะส.ว.เลือกตั้งกลุ่มซึ่งเป็นแนวร่วมในการแก้ไขเหลือวาระไม่ถึง 1 ปีในการทำหน้าที่

ถ้าไม่เร่งตอนนี้แล้วจะให้เร่งกันตอนไหน.


Tags:

บทความที่เกี่ยวข้อง


แบ่งปัน

แสดงความคิดเห็น