วันอังคาร 16 กันยายน 2557 อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ด้วยความมุ่งมั่นสืบสานปณิธานและงานพัฒนาชนบทของอาจารย์จำเนียร สาระนาค ในการนำพาสังคมชนบทและเกษตรกรไทยให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น รวมทั้งเป็นกลไกเกื้อหนุนการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ตลอดจนช่วยเหลือเกื้อกูลผู้ประสบความเดือดร้อน พันธกิจที่ มูลนิธิอาจารย์จำเนียร สาระนาคปฏิบัติสืบเนื่องมา…

นับจากวันที่ 3 ตุลาคม 2533 พนักงานธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การ เกษตร (ธ.ก.ส.) ตลอดจนสมาคมสโมสรพนักงาน สหภาพแรงงานพนักงาน ธ.ก.ส. ได้ร่วมมือร่วมใจกันก่อตั้งมูลนิธิฯ ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความช่วยเหลือสงเคราะห์ผู้ประสบภัยพิบัติร้ายแรง ผู้เจ็บป่วยเรื้อรังที่ต้องออกจากงาน พิการหรือทุพพลภาพ, ช่วยเหลือผู้ประกอบคุณงามความดี สร้างชื่อเสียงที่ดีงามให้กับสังคม, ส่งเสริมฝึกอบรมให้คำปรึกษาแก่เกษตรกรบุคลากรที่ทำหน้าที่ส่งเสริมสนับสนุนการประกอบอาชีพทางการเกษตรและการพัฒนาชนบท รวมทั้งร่วมมือกับองค์กรการกุศลอื่น ๆ เพื่อสาธารณประโยชน์หรือดำเนินการเพื่อการกุศลหรือสาธารณประโยชน์อื่น ๆ และไม่ดำเนินการเกี่ยวข้องกับการเมืองแต่ประการใด

จากวันนั้นจนถึงวันนี้ งานของมูลนิธิฯ ได้เป็นไปตามวัตถุประสงค์อย่างมั่นคงและพร้อมก้าวต่อไปเพื่อสานต่อเจตนารมณ์การทำงานของ อาจารย์จำเนียร สาระนาค บิดาแห่งสินเชื่อเกษตรไทยและผู้จัดการท่านแรกของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)

ด้วยความสำคัญในเรื่องของการศึกษา การส่งเสริมพัฒนาคุณภาพชีวิตให้เด็กและเยาวชนได้มีโอกาสมีทางเลือกการประกอบอาชีพในอนาคตเป็นหนึ่งในจุดหมายหลักการดำเนินงานของมูลนิธิอาจารย์จำเนียร สาระนาค เอ็นนู ซื่อสุวรรณ ประธานกรรมการมูลนิธิอาจารย์จำเนียร สาระนาคกล่าวว่า นอกจากการให้ความช่วยเหลือผู้ที่ขาดแคลน ผู้ประสบภัยธรรมชาติ มูลนิธิฯเล็งเห็นความสำคัญในเรื่องการศึกษาโดยที่ผ่านมามูลนิธิฯได้มอบเงินทุนช่วยเหลือการศึกษาทุกระดับนับตั้งแต่อนุบาลถึงปริญญาตรีแก่ เด็กและเยาวชน บุตรเกษตรกร บุตรอดีตพนักงาน ธ.ก.ส. รวมถึงครอบครัวเกษตรกรที่มีความเดือดร้อนขาดแคลนทุนทรัพย์

“การส่งเสริมความรู้ส่งเสริมการศึกษาเป็นเรื่องสำคัญและการจะส่งเสริมความรู้ด้านการเกษตรให้กับเกษตรกร หากอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ก็จะกลายเป็นอุปสรรคจึงมีความคิดปลูกฝังลูกหลานเกษตรกรให้มีโอกาสได้เรียนรู้มากขึ้นเช่นเดียวกันอดีตพนักงาน ธ.ก.ส. ที่เจ็บป่วยหรือพิการหากมีโอกาสส่งบุตรหลานเรียนหนังสือต่อไปได้ก็จะมีโอกาสที่ดีขึ้นช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต มูลนิธิฯ จึงเน้นหนักในเรื่องการศึกษาเป็นสำคัญ

การให้ทุนการศึกษาปัจจุบันเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โดยในภาพรวมต่อปีมอบทุนการศึกษาประมาณ 400 กว่าทุนในทุกระดับชั้นและสำหรับทุนการศึกษาในปีนี้สามารถ
ยื่นความจำนงหรือขอรับรายละเอียดได้ที่ ธ.ก.ส.ทุกสาขาทั่วประเทศ”

การมอบทุนการศึกษานับตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถึงปริญญาตรีทั้งทุนต่อเนื่องและทุนเฉพาะระดับที่ผ่านมาในปี 2553-2555 มีจำนวน 1,113 ราย เช่นเดียวกับ ความเดือดร้อนจากภัยธรรมชาติ ทั้งอุทกภัยในช่วงฤดูฝนของทุกปีและอัคคีภัยที่เกิดขึ้นอยู่เนือง ๆ ซึ่งความช่วยเหลือจากมูลนิธิฯ ได้ส่งไปถึงด้วยเช่นกัน

นอกจากนี้ยัง ช่วยเหลือบุคคลทุพพลภาพ เพื่อให้สามารถปฏิบัติกิจกรรมในชีวิตประจำวันหรือเข้ามามีส่วนร่วมทางสังคมได้ ซึ่งที่ผ่านมามูลนิธิฯ ร่วมช่วยเหลือมอบเงินแก่พนักงาน อดีตพนักงานรวมถึงประชาชนทั่วไป  อีกทั้งมูลนิธิฯ ร่วมส่งเสริมพัฒนาศักยภาพของพนักงาน ธ.ก.ส. ที่มีความประสงค์จะศึกษาเพิ่มจากทุนของธนาคาร โดยการให้กู้ยืมเงินเพื่อศึกษาต่อทั้งระดับปริญญาตรีและปริญญาโทโดยไม่คิดดอกเบี้ยช่วยให้พนักงานที่มีรายได้น้อยได้มีทุนการศึกษาเพิ่มพูนความรู้และนำกลับมาใช้ในการปฏิบัติงานพัฒนาชนบทต่อไป

และจากการที่ ธ.ก.ส.เป็นหนึ่งในสถาบันสินเชื่อการเกษตรที่เวิลด์แบงก์ได้ศึกษาสำรวจเป็น 1 ใน 4 ของโลกที่ประสบความสำเร็จ  หลังจากมีรายงานเผยแพร่ออกไปรวมถึงการเป็นสมาชิกของสมาคมสินเชื่อเกษตรภาคพื้นเอเชียจึงมีผู้มาศึกษาดูงานมาก  ธนาคารจึงมอบหมายให้มูลนิธิฯ ดูแลจัดการศึกษาดูงานและฝึกอบรมให้แก่ชาวต่างประเทศที่สนใจการพัฒนาการเกษตรและชนบทซึ่งเป็นอีกภารกิจและเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ชาวต่างชาติได้รู้จัก ธ.ก.ส. และมูลนิธิฯ

การดำเนินการในปีนี้นอกเหนือจากการสานต่อการดำเนินงานที่กล่าวมา มูลนิธิฯเตรียมจัด โครงการอบรมผู้นำในชุมชนให้มีความเข้มแข็งและมีความยั่งยืน จัดทำหลักสูตรสร้างความเชื่อมั่นศรัทธาในเรื่องการทำการเกษตร ซึ่งเป็นอาชีพที่มีความสำคัญโดยอาชีพเกษตรกรเป็นอาชีพที่มีเกียรติและมีกินสร้างความยั่งยืนให้กับอาชีพเกษตรกรรม

“ปัจจุบันพบว่าภาคการเกษตรมีแนวโน้มปัญหาหลายด้านไม่ว่าจะเป็นการขาดการสานต่อ โดยรุ่นพ่อแม่ไม่อยากให้ทำการเกษตรและรุ่นลูกก็ไม่รู้จักอาชีพของพ่อแม่ซึ่งถ้าเป็นเช่นนี้ต่อไปอนาคตการเกษตรกรรมก็น่าเป็นห่วง 

อีกทั้งเมื่อประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนเริ่มขึ้นหากไม่มีภูมิคุ้มกันภาคการ เกษตรหรือการพัฒนาต่อยอดไปก็จะเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงเช่นกัน สิ่งเหล่านี้จึงอยากสร้างความภาคภูมิใจในอาชีพเกษตรกร ปลูกฝังให้เกษตรกรยุคใหม่ภาคภูมิใจในวิชาชีพโดยเตรียมนำผู้ที่ประสบความสำเร็จในอาชีพเกษตรกรเป็นต้นแบบ ถ่ายทอดความรู้เผยแพร่ให้เกิดการเรียนรู้ สร้างความภาคภูมิใจกับคนรุ่นใหม่ เปลี่ยนทัศนคติเดิมในเรื่องของการทำการเกษตร” 

ปีนี้จึงมีความตั้งใจคาดว่าจะเริ่มสองโครงการดังกล่าวโดยหลักสูตรจะเปิดกว้างทำงานผสานความร่วมมือกับมูลนิธิต่าง ๆ เพื่อจะได้เป็นเวทีสาธารณะ ผู้ที่ประสงค์ร่วมช่วยเหลือจะได้กว้างขวางขึ้นซึ่งการพัฒนาต้องร่วมมือสร้างเครือข่ายช่วยเหลือเกื้อกูลกัน  เติมเต็มกันและกันในสิ่งที่ขาดก็จะทำให้มีความสมบูรณ์แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

จากความร่วมมือร่วมใจของพนักงาน ธ.ก.ส. ที่ร่วมก่อตั้งมูลนิธิฯ สานต่อเจตนา รมณ์การพัฒนาสร้างความยั่งยืน นับจากวันแรกถึงเวลานี้มูลนิธิฯ ดำเนินงานมาเป็นระยะเวลากว่า 22 ปีโดยผ่านกระบวนการเรียนรู้ต่าง ๆ มากมาย ประธานกรรมการมูลนิธิฯ กล่าวเพิ่มอีกว่า การช่วยเหลือเกษตรกรให้พึ่งพาตนเองจะต้องให้ความรู้และสร้างความเข้มแข็งในลักษณะของกลุ่มชุมชน 

การดำเนินงานของมูลนิธิต่อเนื่อง จากนี้จึงขยายการพัฒนาความรู้ให้แก่ชุมชน โดยดำเนินต่อไปด้วยวิถีทางที่ยั่งยืนน้อมนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวทางและยังคงมุ่งมั่นช่วยเหลือสังคม ผู้ที่ด้อยโอกาสเดือดร้อนและทุกข์ยาก

อีกทั้งการมีภูมิคุ้มกันโดยใช้ความรู้และคุณธรรมซึ่งตรงกับสิ่งที่อาจารย์จำเนียรวางรากฐานไว้ ในแนวทางดังกล่าวจะช่วยสร้างความยั่งยืนรวมถึงการผสานความร่วมมือร่วมกันเป็นพลังสำคัญก่อเกิดประโยชน์ บรรลุผลสมบูรณ์เกิดความสำเร็จโดยมูลนิธิฯพร้อมร่วมมือกับองค์การกุศลทุกหน่วยงาน.

มูลนิธิอาจารย์จำเนียร สาระนาค อนุสรณ์แห่งคุณงามความดี

มูลนิธิอาจารย์จำเนียร สาระนาค (มจส.) เกิดขึ้นจากความร่วมมือร่วมใจของพนักงานธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ทุกระดับเพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งคุณงามความดีเชิดชูเกียรติอาจารย์จำเนียร สาระนาค บิดาแห่งสินเชื่อเกษตรไทยและผู้จัดการท่านแรกของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ที่ได้ปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม การทำงานที่เสียสละอุทิศตนเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรพัฒนาสังคมชนบทด้วยความซื่อสัตย์สุจริต

ในความเกี่ยวเนื่องผูกพันกับ ธ.ก.ส. เริ่มขึ้นในช่วงที่อาจารย์ยังรับราชการอยู่ที่กรมสหกรณ์ธนกิจ กระทรวงสหกรณ์และกรมสหกรณ์พาณิชย์และธนกิจ กระทรวงพัฒนาการแห่งชาติโดยได้รับตำแหน่งเป็นกรรมการในคณะทำงานพิเศษดำเนินการจัดตั้ง ธ.ก.ส.และเป็นหัวหน้าคณะทำงานการจัดตั้ง ธ.ก.ส. ได้ลาออกจากราชการในตำแหน่งรองอธิบดีกรมสหกรณ์พาณิชย์และธนกิจเนื่องจากคณะกรรมการ ธ.ก.ส.มีมติขอความเห็นชอบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังแต่งตั้งอาจารย์จำเนียรเป็นผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร

ในช่วงการทำงานเป็นผู้จัดการธนาคารท่านได้ทุ่มเทกำลังกาย กำลังใจ ความรู้ความสามารถอย่างยิ่งยวดทำงานทุกวันโดยไม่มีวันหยุด แม้กระทั่งเสาร์ อาทิตย์ ซึ่งออกท้องที่ปฏิบัติงานร่วมกับพนักงาน ริเริ่มและวางวิธีปฏิบัติงานด้านสินเชื่อ บัญชี การเงิน การธนาคารสำนักงานเป็นแนวทางการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพทำให้ธนาคารสามารถขยายการดำเนินงานช่วยเหลือทางการเงิน การดำเนินอาชีพของเกษตรกร กลุ่มเกษตรกรและสหกรณ์การเกษตรได้อย่างรวดเร็วและกว้างขวาง.

ทีมวาไรตี้


Tags:

บทความที่เกี่ยวข้อง


แบ่งปัน

จำนวนคนดู 6,603 ครั้ง

แสดงความคิดเห็น