วันพฤหัสบดี 21 สิงหาคม 2557 อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เลี้ยงไส้เดือนกันเถอะ!

ใครก็เลี้ยงได้ เพราะเป็นสิ่งมีชีวิตที่อยู่ได้ ทั้งในสิ่งแวดล้อมเดิมและสิ่งแวดล้อมใหม่ ไม่ต้องห่วงเรื่องงานยุ่ง ไม่มีเวลาว่าง อยู่บ้านเล็ก อาศัยในห้องแคบ ก็ไม่ใช่อุปสรรค แค่มีที่วางกล่องพลาสติกกว้างยาวเท่ากระดาษ A4 ก็พอ

ไส้เดือนไม่ร้องโยเย ไม่เห่าหอนให้บ้านข้าง ๆ ทำตาเขียว ไม่ต้องจูงไปถ่ายเรี่ยราดให้สังคมรังเกียจ ไม่ต้องอาบน้ำ ฉีดยา ไม่สร้างภาระให้ต้องอยู่เฝ้าบ้าน ทิ้งไปเที่ยวค้างคืนข้ามวันก็ไม่เดือดร้อน

แหล่งแนะนำการเลี้ยงไส้เดือนมีแยะ แต่ที่น่าสนใจ ไม่เอาความรวยเป็นเครื่องล่อ น่าจะเป็นที่สถาบันการศึกษาและจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย ที่ให้การอบรมเชิงปฏิบัติการ

“เทคโนโลยีการผลิตปุ๋ยมูลไส้เดือนจากขยะอินทรีย์” โดยใช้เวลาฟังบรรยายและลงมือปฏิบัติจบสิ้นภายในค่อนวัน

สาระหลักของการเลี้ยงคือกำจัดขยะอินทรี จำพวกพืชผัก เปลือกผลไม้ เศษกระดาษ ไม่ใช่ไขมันและเนื้อสัตว์ เพื่อจะได้ปุ๋ยหมักและน้ำหมักมูลไส้เดือนดินคุณภาพเป็นสิ่งตอบแทน

โลกนี้มีไส้เดือนอยู่ 3,600 สายพันธุ์ แบ่งเป็น 2 ชนิด คือกลุ่มอาศัยบนดินกับอยู่ใต้ดิน ที่ ม.แม่ฟ้าหลวงสอนให้เลี้ยงพันธุ์ไทเกอร์เวอร์ม ซึ่งซ่อนตัวในดิน เวลาต้องการอาหารก็ขึ้นมาบนดิน กินง่าย อยู่ง่าย ไม่หนีเที่ยว

วิธีเลี้ยง ทำได้ง่าย ครัวเรือนทั่วไป แค่กล่องพลาสติก มีฝาปิด ขนาดยาวสัก 1 ฟุต กว้าง 8 นิ้ว จะย่อมหรือใหญ่กว่านี้เล็กน้อยก็ไม่ว่า เจาะรูด้านข้างเส้นผ่าศูนย์กลางครึ่งนิ้ว พอให้อากาศเข้าได้ ด้านล่างเจาะรูเล็ก ๆ เสียบท่อยางระบายน้ำ ควรเตรียมที่เลี้ยงให้สูงจากพื้นเล็กน้อย มีภาชนะรอง เพราะสิ่งที่ไหลออกมาคือน้ำหมัก ที่เป็นฮอร์โมนบำรุงพืชที่ดี

กล่องขนาดนี้ จะเลี้ยงได้ 100 ตัว ถ้าเล็กกว่า ก็จะได้จำนวนน้อยลง หากจะเลี้ยงเป็นพันเป็นหมื่น ก็เตรียมที่ให้กว้างขึ้น วัสดุที่ต้องเตรียม มีขุยมะพร้าว ซึ่งจะอุ้มน้ำได้ดี เก็บความชื้นได้นาน ปูรองพื้นให้หนาสัก 3 นิ้ว มูลวัวตากแห้ง เวลาจะใช้ต้องราดน้ำให้เปียก ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร แต่มีจะดีกว่า และใบไม้แห้งจำนวนหนึ่ง สุดท้ายเป็นกระดาษหนังสือพิมพ์ฉีกเป็นชิ้นเล็ก ๆ อย่าลืมคนส่วนผสมให้เข้ากัน อ้อ ควรมีเปลือกไข่บดปนเพื่อเพิ่มแคลเซียมในดิน

วิธีทำ เริ่มด้วยการปูขุยมะพร้าวให้สม่ำเสมอเป็นชั้นแรก ถัดมาเป็นมูลวัว โรยทับด้วยใบไม้แห้ง จากนั้นก็ปล่อยไส้เดือนลงไปแล้วคลุมหน้าด้วยกระดาษ เป็นอันเสร็จสิ้น

อาหารที่ให้ก็คือเศษอาหาร ใบไม้ ผลไม้ ยกเว้นน้ำแกง หรือเนื้อสัตว์ ไขมัน เพราะไส้เดือนหายใจด้วยผิวหนัง ถ้าตัวเลอะเมือกมัน ก็จะหายใจลำบาก

หลังจากให้อาหาร ให้เอากระดาษฝากล่องปิดทับซะอีกชั้น ป้องกันกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ และแมลงหวี่ ที่จะเล็ดลอดเข้ารุกราน

วิธีเลี้ยงที่ว่า ผ่านการค้นคว้าวิจัยโดย ดร.รัต-นา ทาปา (Ratna Thapa) อาจารย์สำนักวิชาวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง

มีข้อสงสัยลองโทรฯถามที่ 0-5391- 6850 หรือเปิดดูเว็บไซต์ www.mfu.ac.th/nremc/news_detail.php?id=31 จะได้ความกระจ่างขึ้น

วันที่ไปสังเกตการณ์ พบว่าผู้เข้าอบรมเกือบทั้งหมด เป็นตัวแทนจากเทศบาลและองค์การบริหารส่วนตำบล ในจังหวัดเชียงราย ที่พยายามหาทางจัดการขยะชุมชน ก่อนหน้านั้นองค์กรปกครองท้องถิ่นแถวรังสิต พิษณุโลก ก็ไปเรียนรู้มาแล้ว

รศ.ดร.หรรษา สงวนน้อย หัวหน้าศูนย์ศึกษาการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง กล่าวว่าความรู้จากงานวิจัยเป็นประโยชน์ในการจัดการสิ่งแวดล้อม เพื่อลดขยะ นำมาใช้ประโยชน์ จึงนำมาถ่ายทอด อาจารย์บอกผลที่ได้คือปุ๋ยและฮอร์โมน ได้ทดลองใช้บำรุงพืชเช่นสับปะรด เทียบกับการใช้ปุ๋ยอื่น ก็ให้ผลงาม โตกว่า ลองทำแปลงหญ้าสนามกอล์ฟ ก็ให้ผลดี

“ทำในครัวเรือนก็ได้ ร้านอาหาร หรือศูนย์การค้า ก็น่าทำ จะให้ใหญ่ขึ้น ก็ประสานงานกับตลาด ขอเศษผักที่ต้องทิ้งทุกวัน เอามาทำก็จะช่วยลดปริมาณขยะอินทรี ซึ่งเป็นของเหลือทิ้งส่วนใหญ่ในชีวิตประจำวัน”

หลังการอบรม ผมหอบไส้เดือน 100 ตัวกลับมาลองเลี้ยง ซึ่งก็เห็นผลทันตา ลดขยะสดประจำวันลงได้ มีน้ำหมักหยดให้สะสมแทบทุกวัน

ขั้นต่อไปก็รอดูไม้กระถางหลังบำรุงด้วยน้ำหมักไส้เดือนว่างามกว่าเดิมสักปานใด

เพลินดี!!.

วีระพันธ์ โตมีบุญ
veeraphanT@Gmail.com
http://twitter.com / vp 2650


Tags:

บทความที่เกี่ยวข้อง


แบ่งปัน

จำนวนคนดู 11,787 ครั้ง

แสดงความคิดเห็น