วันเสาร์ 23 สิงหาคม 2557 อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อะไรที่เห็นไม่ใช่ อะไรที่ใช่ไม่เห็น เป็นภาษิตทางการเมืองที่จะนำมาใช้อธิบายปรากฏการณ์ซึ่งเกิดจากการเคลื่อนไหวของ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน และ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รวมถึงสถาบันพระปกเกล้า
               
พล.อ.สนธิ ถูกกล่าวถึงในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติ สภาผู้แทนราษฎร หลังจากที่ประชุมได้มีมติ เลือกที่จะเห็นชอบผลการวิจัยของสถาบันพระปกเกล้าบางข้อ การเสนอให้ออกกฎหมายนิรโทษกรรมทุกประเภทและยกเลิกเพิกถอนผลทางกฎหมายที่ดำเนินการสอบสวนโดย คตส.
               
ทั้ง 2 ข้อนี้ไม่ต้องบอกว่า ทำไปเพื่อใครและเพื่ออะไร ก็พอจะรู้กันว่า ข้อเสนอดังกล่าวมุ่งช่วยเหลือคุณทักษิณ ชินวัตร และพรรคพวกที่ถูกดำเนินคดีและถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิพากษาไปแล้ว
               
เป็นใครที่เห็นอย่างนี้ก็ต้องง เพราะ พล.อ.สนธิ เป็นประธาน คมช.ที่นำคณะนายทหารเข้ายึดอำนาจรัฐบาลคุณทักษิณ พร้อมกับตั้ง คตส. ขึ้นมาสอบสวนการทุจริต อันเป็นข้อกล่าวหาสำคัญที่นำมาเป็นเงื่อนไขของการก่อรัฐประหาร
               
แต่พอดูให้ลึก ๆ แล้ว พล.อ.สนธิ ไม่ใช่ผู้คุมเกมการลงมติรับรองผลวิจัยของสถาบันพระปกเกล้า เพราะมีแค่เสียงเดียว
               
ในขณะที่เสียงส่วนใหญ่ของคณะกรรมาธิการอยู่ในกำมือของซีกรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นพรรคเพื่อไทยหรือพรรคชาติไทยพัฒนาล้วนแต่อยากให้มีการนิรโทษกรรม โดยเฉพาะพรรคชาติไทยพัฒนาต้องการให้ผู้นำที่แท้จริงอย่างคุณบรรหาร ศิลปอาชา พ้นโทษเว้นวรรค 5 ปี กลับมาเป็นหัวหน้าพรรคอีกครั้ง
               
หรือ...?? เป็นเกมขุดบ่อล่อปลา โดย พล.อ.สนธิ เล็งเห็นผลตั้งแต่แล้วว่า หากนำเสนอผลวิจัยเข้าที่ประชุมคณะกรรมาธิการ ผลจะออกมาอย่างไร
               
ผลที่ว่านั้นก็คือ
               
1. เมื่อใดที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเสนอวิธีการปรองดองที่ไม่ยึดหลักนิติธรรม ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือ ความขัดแย้ง ซึ่งมีโอกาสจะลุกลามบานปลาย และส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพตลอดจนคะแนนนิยมของรัฐบาล อย่างเช่นรัฐบาลของคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เจอกรณีสั่งสลายม็อบแยกราชประสงค์ ซึ่งฝ่ายตรงข้ามนำไปขยายผลจนแพ้เลือกตั้ง
               
2. ตอกย้ำให้สังคมได้รับรู้อีกครั้งว่า ความขัดแย้งทั้งปวงตลอด 6 ปีที่ผ่านมา เกิดจากคนเพียงคนเดียว คือ คุณทักษิณ
               
3. นอกจากนี้แสดงให้เห็นว่า ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในสังคมไทย ไม่ใช่ความขัดแย้งทางอุดมการณ์อย่างที่อ้างกัน แต่เป็นความขัดแย้งของตัวบุคคล เพราะปัญหาที่หยิบยกขึ้นมาถกเถียงนั้น ไม่ได้เป็นปัญหาการกดขี่ทางชนชั้น การเหยียดผิว หรือความศรัทธาต่อลัทธิการเมือง แต่เป็นความขัดแย้งระหว่างฝ่ายที่สนับสนุนคุณทักษิณ กับฝ่ายที่ไม่เอาคุณทักษิณ
               
สำหรับ พล.ต.สนั่น ที่ออกมาเบรก พล.อ.สนธิ ด้วยการเรียกร้องให้เปิดเผยผู้สั่งการให้เข้ายึดอำนาจ
               
ถามว่าระดับคนอย่าง พล.ต.สนั่น ที่เคยผ่านประสบการณ์การก่อรัฐประหารจะรู้ไหมว่า ใครเป็นคนสั่ง แน่นอนคำตอบที่ได้ก็คือ น่าจะรู้
               
เมื่อรู้ว่าเป็นใครแล้วถามขึ้นมาทำไม
               
พล.ต.สนั่น คงต้องการถามเพื่อให้ “วงแตก” โดยการลากใครต่อใครเข้ามาในความขัดแย้งที่เกิดจากผลวิจัยปรองดองให้มากขึ้น จนกุมสภาพได้ลำบาก
               
แล้วดูเหมือนคุณจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำเสื้อแดงจะมองเกมออก จึงแสดงทีท่าไม่เชื่อว่าผลการวิจัยดังกล่าวจะนำไปสู่การปรองดองได้ หากทุกฝ่ายไม่ให้ความร่วมมือ พร้อมกับเรียกร้องให้ พล.อ.สนธิ กับ พล.ต.สนั่น จับเข่าคุยกันให้รู้เรื่องเพื่อเดินหน้าสร้างความปรองดอง อันเป็นการปูทางไปสู่การออกพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม
               
แน่นอน...!! ถ้าความปรองดองนำไปสู่ความขัดแย้ง มีคนเดินขบวนและเกิดการปะทะเลือดตกยางออก คนที่เดือดร้อนที่สุดเห็นจะเป็น คุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในฐานะที่เป็นนายกรัฐมนตรีที่ต้องแสดงความรับผิดชอบ
               
แล้วเผลอ ๆ อาจจะได้เห็น คมช.ภาค 2
               
เพราะอย่าลืมว่า  คมช.ภาค 1 เคยยกเหตุ รัฐบาลของคุณทักษิณ ทำให้บ้านเมืองแตกแยก ในการเข้ายึดอำนาจมาแล้ว.

ดินสอโดม

 


Tags:

บทความที่เกี่ยวข้อง


แบ่งปัน

จำนวนคนดู 21,464 ครั้ง

แสดงความคิดเห็น