วันพฤหัสบดี 24 กรกฎาคม 2557 อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เมื่อซิกจากสวิสร่วมลงทุนกับซาวเออร์ ของเยอรมนี ตั้งบริษัท ซิก ซาวเออร์ ช่วงต้นทศวรรษ 1970 ผลงานปืนพกกระบอกแรกคือ P220 ที่กองทัพสวิสรับเข้าประจำการในปี ค.ศ. 1975 สองปีถัดจากนั้น ซิก ซาวเออร์ P230 ก็เริ่มออกสู่ตลาดโลก และผลิตต่อเนื่องมาจนถึงปี ค.ศ. 1996 จึงปรับแบบเล็กน้อย ออกรุ่น P232 มาแทน โดยยังรักษารูปทรงคลาสสิกของ P230 ไว้อย่างเดิม และต่อมามีรุ่นใหม่ในสายรหัส 23x อีกสองรุ่นคือ P238 ขนาด .380 ไกซิงเกิล เป็น 1911 ย่อส่วนตัวเล็กสุด กับ P239 ที่เป็น 9 พาราฯ ในขนาดตัวใกล้เคียงกับ P230/232 และไกดับเบิล/ซิงเกิล เหมือนกัน

ปืนพก “เยอรมันคลาสสิก” ในชุดนี้ เริ่มต้นด้วย วอลเธอร์ PP ในปี ค.ศ. 1929 ลักษณะการทำงานเป็นระบบกึ่งอัตโนมัติ ลำกล้องยึดกับโครงปืน ลำเลื่อนอัดสปริง ไม่ขัดกลอน สปริงลำเลื่อนสวมตลอดลำกล้อง นกนอก ไกดับเบิล/ซิงเกิล  และใช้ซองกระสุน “แถวเดี่ยว” ที่ทำให้ตัวปืนแบนบาง เหมาะกับการพกพา  ในยุโรปยุคนั้นปืนลักษณะนี้ถือเป็น “ปืนตำรวจ” ตามชื่อย่อ PP (Police Pistol)
จากความสำเร็จของ วอลเธอร์ PP และต่อมาคือ PPK ที่ลำกล้องและด้ามสั้นกว่า (ปี ค.ศ. 1931) ทำให้ผู้ผลิตอีกหลายราย ออกแบบปืนแนวเดียวกันนี้ทั้งรูปทรงและการทำงาน เฉพาะเยอรมนีเอง มี เมาเซอร์ HSc (1940-1977), เอชเค HK4 (1968-1984) และ ซิก ซาวเออร์ P230 ตัวนี้  นอกประเทศเยอรมนีมี มาคารอฟ (รัสเซีย), เบอร์ซา (อาร์เจนตินา), แอสตรา (สเปน), ซีแซด (เช็ก) เป็นต้น และยังมี มานูห์แรง (ฝรั่งเศส) กับ เอฟอีจี (ฮังการี) ที่ยึดเครื่องมือจากเยอรมนีหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ไปผลิตปืนตามแบบวอลเธอร์โดยตรง

มาถึงวันนี้ คงเหลือเพียง วอลเธอร์ PPK, PPK/s และ ซิก ซาวเออร์ P232 ที่ยังอยู่ในสายการผลิตปืนใหม่ โดยทั้งคู่ตั้งโรงงานในสหรัฐ ปืนนายแบบที่ถ่ายภาพมานี้ เป็นรุ่น P230 SL จากโรงงานดั้งเดิม ระบุแหล่งผลิต W.Germany ก่อนรวมประเทศ  วัสดุเหล็กสเตนเลสทั้งกระบอก แม้ว่ารูปทรงจะเหมือนปืนคลาสสิกเดิม แต่ ซิก ซาวเออร์ เสริมนวัตกรรมใหม่ให้ P230 คือคันลดนก ไม่มีคันนิรภัยบนลำเลื่อนเหมือนระบบเดิม จุดนี้นอกจากทำให้ใช้งานได้สะดวกขึ้นแล้ว ยังทำให้ตัวปืนดูเรียบร้อยสวยงามขึ้นด้วย

ในการใช้งาน เมื่อบรรจุกระสุนเข้าซองกระสุน เสียบประกอบกับด้าม ดึงลำเลื่อนขึ้นลำ นกจะง้างค้าง สังเกตขอรั้งปลดเผยออกแสดงว่ามีกระสุนในรังเพลิง ถ้าไม่ต้องการยิงก็กดคันลดนกด้านซ้ายของโครงปืนที่ขอบด้ามลงด้านล่าง นกจะสับลงมาที่แท่งรับ จากนั้นเมื่อผ่อนแรงกดคันลดนก ตัวคันลดนกจะมีสปริงคืนกลับตำแหน่งบน นกสับจะขยับเดินหน้าเล็กน้อย ไม่ถึงกับชิดโครงแตะท้ายเข็มแทงชนวน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบความปลอดภัย เมื่อต้องการยิงเพียงเหนี่ยวไกนัดแรกในระบบดับเบิลไม่ต้องง้างนกก่อน น้ำหนักไกจากโรงงาน 10 ปอนด์ เมื่อปืนทำงานสลัดปลอกบรรจุกระสุนนัดถัดไปเข้ารังเพลิงแล้ว นกจะง้างพร้อมให้ยิงแบบซิงเกิล น้ำหนักไกลดเหลือประมาณสี่ปอนด์เศษ ซึ่งระบบไกของ P230 จัดว่ายอดเยี่ยมในหมู่ปืนที่ใช้ไกดับเบิล/ซิงเกิล ประกอบกับด้ามที่จับถนัด ทำให้ยิงได้แม่นยำดีมาก

เมื่อกระสุนหมดลำเลื่อนจะเปิดค้าง แต่ไม่มีคันค้างลำเลื่อนภายนอก ถ้าจะปล่อยลำเลื่อนเดินหน้าใช้วิธีขยับซองกระสุนออกเล็กน้อย แล้วดึงลำเลื่อนให้คันค้างภายในพลิกลง จากนั้นปล่อยลำเลื่อนเดินหน้าได้ ปุ่มล็อกซองกระสุนอยู่ที่ส้นด้าม จุดนี้เหมือนเมาเซอร์ HSc แตกต่างจากวอลเธอร์ ที่มีปุ่มข้างโครงปืนด้านซ้ายตอนบนของด้ามส่วนหน้า ชิดลำเลื่อน

จาก P230 เป็น P232 สิ่งที่ได้เพิ่มมาคือระบบนิรภัยเข็มแทงชนวน นอกจากนี้เป็นการปรับแบบเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น ศูนย์หน้าแบบสอดหางเหยี่ยว ถอดเปลี่ยนได้  ด้ามจากโรงงานเปลี่ยนทรงไปบ้างแต่ใช้สลับกันได้ และลายกันลื่นจากแนวเอียงขนานโครงด้ามเปลี่ยนเป็นแนวตั้งตรง

โดยรวม P230 / P232 เป็นปืนพกใช้งานง่าย ปลอดภัยสูง สวยเรียบแบบปืนพกคลาสสิก ความแม่นยำดีมาก วัสดุสเตนเลสล้วน แข็งแรงดูแลง่าย การทำงานไว้ใจได้ ตัวปืนบางและสั้นกะทัดรัด น้ำหนักเบา เหมาะกับการพกแบบซ่อนในขอบกางเกง ด้ามยาวพอดีมือจับถนัด ไกดับเบิล/ซิงเกิล ยิงนัดแรกได้ไม่ต้องง้างนกก่อน ใช้กระสุน .380 ไม่แรงเท่า 9 มม. พาราฯ ข้อดีคือยิงง่าย คุมง่าย แต่ข้อด้อยคือราคากระสุนแพงกว่า และหาซื้อตามสนามซ้อมยากกว่า ถ้าไม่คิดจะซ้อมยิงมาก ๆ ก็เป็นตัวเลือกที่ดี.

ดร.ผณิศวร ชำนาญเวช


Tags:

บทความที่เกี่ยวข้อง


แบ่งปัน

จำนวนคนดู 67,214 ครั้ง

แสดงความคิดเห็น