วันเสาร์ 22 พฤศจิกายน 2557 อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

หลังจากผ่านวิกฤติอุทกภัยน้ำท่วมใหญ่มาแล้ว เมื่อน้ำลดลงจนสามารถเดินทางเข้าออกได้สะดวก สิ่งแรกที่ทุกคนต่างทำก็เห็นจะเป็นการรีบกลับเข้าบ้านเพื่อสำรวจความเสียหาย และลงมือทำความสะอาดซ่อมแซมบ้านให้น่าอยู่เช่นเดิม แต่เราจะเริ่มต้นทำสิ่งใดเป็นอันดับแรกและลำดับต่อไป ยังคงเป็นคำถามที่ต้องหาคำตอบ...?

เจรมัย พิทักษ์วงศ์ บรรณาธิการอำนวยการกลุ่มบ้านและการตกแต่ง บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่งจำกัด (มหาชน) แนะนำว่า หลังน้ำท่วมผนังบ้านได้รับความเสียหาย โดยมีความแตกต่างกันที่ชนิดของผนังบ้านและระยะเวลาที่น้ำท่วมขังในบ้าน สำหรับ “ผนังไม้” ถ้าเป็นไม้จริง ๆ ซ่อมไม่ยาก โดยนำไม้ไปตากแดดให้แห้งหรือปล่อยให้แห้งเอง เมื่อแห้งดีแล้วใช้น้ำยารักษาเนื้อไม้ชโลมที่ผิวและทาสี แต่ที่น่ากลัวคือโครงคร่าวข้างในซึ่งเป็นผนังไม้อาจมีน้ำขังอยู่แต่เราไม่ทราบ ฉะนั้นถ้าบ้านเป็นผนังไม้แนะนำให้รื้อส่วนล่างของผนังออกด้วยเพื่อตรวจสอบว่ามีความชื้น เชื้อรา ผุกร่อนหรือไม่ จากนั้นให้เช็ดทำความสะอาดปล่อยให้แห้งก่อนที่จะทาสีและติดผนังไม้กลับเข้าไปอย่างเดิม

“ผนังยิปซัมบอร์ด” ถ้าเปียกน้ำไม่กี่วันสามารถตัดส่วนที่เปียกออกด้วยเลื่อยธรรมดา เพราะยิปซัมบอร์ดเป็นชิ้นกระดาษสองแผ่นประกบกันและมียิปซัมอยู่ด้านใน ตัวกระดาษจะเปื่อย หากกระดาษเปื่อยจะไม่แข็งแรงต้องรื้อออกหรือบางบ้านจะใส่ฉนวนกันความร้อนด้วย ซึ่งฉนวนนี้จะมีลักษณะเป็นปุย ๆ คล้ายขนมปุยฝ้ายเมื่อโดนน้ำแล้วจะเป็นเชื้อรา อย่างไรก็ตามผนังยิปซัมบอร์ดหากเปียกน้ำต้องรื้อออกและเปิดดูโครงคร่าวข้างในเช่นกัน ถ้าเป็นโครงเหล็กให้ดูว่าเป็นสนิมหรือไม่ ถ้าไม่เป็นสามารถเช็ดให้แห้งและใช้ต่อได้ แต่ถ้าเป็นไม้หากผุต้องเปลี่ยนและฉนวนกันความร้อนให้ทิ้งและปิดยิปซัมใหม่เข้าไปจากนั้นโป๊และทาสี

“ผนังปูน” เป็นผนังที่ยากต่อการบอกได้ว่าเสียหายมากน้อยเพียงใด กรณีบ้านใหม่อายุไม่เกิน 2 ปี ผนังจะไม่ค่อยเสียหายมาก มีวิธีทำความสะอาดคือ ผนังที่มีคราบสกปรกที่มาจากน้ำเน่าแบ่งเป็น 5 คราบ ได้แก่ 1. คราบดิน 2. คราบเชื้อรา 3. คราบตะไคร่น้ำ 4. คราบน้ำมัน และ 5. คราบเกลือ ซึ่งเกิดจากปูนมีความเป็นด่างอยู่แล้ว ถ้าแช่น้ำเกลือจะออกมาเป็นสีขาว ๆ เกาะอยู่ที่ผนัง การกำจัดคราบเกลือและดินจะง่ายมาก เพราะ 2 คราบนี้ละลายน้ำอยู่แล้ว แต่บางคนที่เห็นคราบที่ผนังไม่ทันสังเกตว่าเป็นคราบอะไรและตะลุยขัดด้วยน้ำยาและแปรงแข็ง ๆ อาจทำให้ต้องทาสีบ้านใหม่

ดังนั้นสิ่งที่เราจะเริ่มต้นทำความสะอาดคราบต่าง ๆ เป็นอันดับแรกคือ ใช้ผ้าชุบน้ำธรรมดาหรือน้ำสบู่เช็ดก่อน เพราะอย่างน้อยถ้าน้ำเน่าไม่มากทั้ง 2 คราบนี้จะหลุดออกไปโดยไม่ต้องขัดผนังทำลายสี ผลลัพธ์ที่ได้คือผนังจะไม่กร่อนและไม่ต้องทาสีใหม่ทำให้ประหยัดไปได้ แต่ถ้าหากเช็ดแล้วยังมีคราบสีเหลือง ๆ ติดอยู่ บางทีอาจจะเป็นคราบน้ำมัน เนื่องจากบ้านเราอาจอยู่ติดกับปั๊มน้ำมัน ร้านอาหาร หรือห้องครัวที่มีคราบน้ำมัน สามารถใช้เบกกิ้งโซดาผสมน้ำส้มสายชูเช็ดหรือใช้น้ำยาขจัดคราบไขมันสำหรับใช้ในห้องครัวเช็ดได้เลย

ส่วนคราบเชื้อราและคราบตะไคร่น้ำวิธีที่ดีที่สุดคือ การใช้โซเดียมไฮโปคลอไรต์ หรือที่เรารู้จักกันดีในชื่อ คลอรีนหรือน้ำยาฟอกขาว (ไฮเตอร์) ซึ่งสามารถกำจัดเชื้อราและตะไคร่น้ำได้รวมทั้งช่วยฆ่าเชื้อโรคอีกด้วย วิธีใช้คือ ใช้คลอรีน 1 ฝาต่อน้ำ 1 กระป๋อง ประมาณ 1-5 เปอร์เซ็นต์ ที่สำคัญอย่าลืมสวมถุงมือยางและหน้ากากปิดจมูก เนื่องจากน้ำยาจะกัดมือและกลิ่นฉุนมาก สำหรับแปรงควรใช้แปรงขัดขนพลาสติก อย่าใช้แปรงเหล็กหรือทองเหลือง เพราะจะทำให้สีลอกและต้องทาสีใหม่ นอกจากนี้คลอรีนยังมีประโยชน์ต่อพื้นบ้านที่เป็นพื้นที่สามารถเทน้ำได้ เช่น พื้นกระเบื้องหรือหินที่เป็นเชื้อราหรือมีตะไคร่น้ำติด ใช้คลอรีนผสมน้ำ 5 เปอร์เซ็นต์แล้วเทล้าง จากนั้นเช็ดให้สะอาดจะสามารถช่วยฆ่าเชื้อโรค เชื้อรา และตะไคร่น้ำได้ การเช็ดทำความสะอาดที่เราเห็นคราบอยู่ในระดับนี้ แต่อย่าลืมว่าความชื้นอยู่ด้านในผนังจึงควรเช็ดเผื่อไว้ประมาณ 1 ฟุตกันว่ามีความชื้นสะสมด้านหลังสูงกว่าระดับสายตา

กรณีบ้านเก่าอายุ 5 ปีขึ้นไปหรือบ้านที่ทาสีซ้ำผนังเก่า เมื่อถูกน้ำท่วมจะทำให้สีเสียและลอกง่าย เนื่องจากปูนเก็บความชื้นไว้มากและเมื่อคลายความชื้นจะดันออกมา ซึ่งสีเป็นฟิล์มเมื่อความชื้นเข้าไปข้างในได้ก็จะดันออกมาเหมือนดันหน้ากากออกมา วิธีสังเกตคือ กรณีที่แย่มาก ๆ สีจะลอกออกมาให้เห็น แต่ถ้าไม่ลอกให้ลองใช้มือลูบขณะแห้งแล้ว ถ้ามีแป้งสีติดมือมาให้ขัดสีและทาสีใหม่ แต่เมื่อขูดสีออกแล้วให้รอประมาณ 3 เดือน เพื่อให้ผนังแห้งสนิทก่อนจึงค่อยทาสีใหม่ เพราะหากรีบทาสีความชื้นจะยังอยู่ทำให้สียังไม่ทันแห้งก็ลอกออกมาใหม่ได้ในระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี

ก่อนทาสีสิ่งแรกที่ต้องทำคือ ทาน้ำยารองพื้นชนิดพิเศษที่ช่วยป้องกันความชื้น จากนั้นทาสีรองพื้นที่ป้องกันคราบเกลือและความเป็นด่างจากผิวปูนใหม่และปูนเก่าที่แช่น้ำมานาน จึงจะสามารถทาสีให้เข้ากับผนังส่วนอื่น ๆ ของบ้านได้

อีกกรณีคือ ผนังติดวอลเปเปอร์ หากน้ำท่วมด้านนอกบ้านแต่ไม่ท่วมด้านในก็ต้องเปลี่ยนวอลเปเปอร์ใหม่ เพราะความชื้นที่เข้ามาจากด้านนอกวอลเปเปอร์จะบังไม่ให้เราเห็นคราบและความชื้นทำให้เกิดเชื้อรา เมื่อผ่านไปประมาณ 2-3 เดือน ความชื้นในผนังมากขึ้นเกิดเป็นคราบที่วอลเปเปอร์บางที่จะหลุดออกมาและกรณีที่น้ำท่วมเข้ามาด้านในบ้านต้องลอกวอลเปเปอร์ออก แต่ถ้าบ้านใดใช้ลายที่หาซื้อได้ทั่วไปให้ตัดและลอกออกเฉพาะส่วนล่างที่น้ำท่วม จากนั้นซื้อมาตัดต่อได้ เนื่องจากวอลเปเปอร์คือการต่อเป็นแผ่น แต่ต้องระวังเรื่องของสีใหม่และเก่าไม่เหมือนกัน ของใหม่ที่นำมาใส่ด้านล่างสีจะเข้มกว่า หรือถ้าไม่มีลายขายแต่ยังรักที่จะติดก็ต้องลอกออกทั้งหมดถึงแม้น้ำจะท่วมแค่ฟุตเดียวก็ตาม ทางที่ดีให้เปลี่ยนมาทาสีจะง่ายกว่า ส่วนเรื่องกลิ่นให้เปิดบ้านเพื่อระบายหรือใช้ถ่านนำมาวางตรงมุมอับในบ้านหรือซื้อน้ำยาหรือสารดูดความชื้นมาใส่จะทำให้เชื้อราไม่ขยายตัวกลับมาอีกถ้าไม่มีเชื้อราก็ไม่มีกลิ่น

ความเสียหายที่เกิดจากน้ำท่วมทั้งหมดมักอยู่ในที่ที่เรามองไม่เห็น เพราะบ้านไม่ได้กันน้ำได้ 100 เปอร์เซ็นต์ ทำให้มีความชื้น อากาศและน้ำไหลผ่านได้ตลอดเวลา การทำความสะอาดแค่ทำให้บ้านเราสะอาดน่าอยู่ แต่อย่าลืมเรื่องของความชื้นที่มีในบ้าน ดังนั้นเราจึงควรผึ่งบ้านไว้ประมาณ 3 เดือนเป็นอย่างน้อยด้วยการเปิดประตู หน้าต่างเพื่อระบายความชื้น เพราะเชื้อราที่น่ากลัวที่สุดคือเชื้อราที่อยู่ในอากาศ หลังจากที่มันเจริญเติบโตตามซอกตามมุมของผนังจนโตแล้วถึงเวลาที่มันจะปล่อยละอองเกสรในอากาศออกมาทำให้เราได้กลิ่นเหม็นซึ่งก็คือกลิ่นอับชื้นส่งผลให้เจ็บป่วยเป็นโรคภูมิแพ้ได้ โดยเฉพาะเด็กและคนแก่ที่ภูมิต้านทานต่ำอาจเป็นอันตรายได้...!!.

.............................................................

เชิญชวนร่วมงานบ้านและสวนแฟร์ 2011

นิตยสารบ้านและสวน ขอเชิญประชาชนผู้สนใจร่วมงาน บ้านและสวนแฟร์ 2011 ระหว่างวันที่ 17-25 ธันวาคม 2554 ณ ชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ตั้งแต่เวลา 09.30-21.00 น. ภายในงานรับปรึกษาหารือทุกเรื่องในบ้านฟรี!! และรับฟรีคู่มือป้องกัน-ซ่อมบ้านหลังน้ำท่วม พร้อมพบกับสินค้าราคาพิเศษช่วยน้ำท่วมเฉพาะในงานนี้เท่านั้น .

.............................................................

เบ็ดเตล็ดดูแลบ้านที่ถูกน้ำท่วม

ประตู-หน้าต่าง ไม้อัดหรือไม้เทียมโอกาสที่จะนำกลับมาใช้ใหม่นั้นยากต้องถอดทิ้ง แต่หากเป็นไม้จริงทั้งชิ้น ตากให้แห้งเรียกช่างมาไสและทาสีใหม่ ตั้งบานพับใหม่เนื่องจากตอนเปียกน้ำประตูไม้จะรั้งบานพับลงมาทำให้บานพับด้านบนฉีก สำหรับบานพับลูกบิดที่เป็นเหล็กถอดมาเช็ดและตากให้แห้ง หากเป็นสนิมให้ขัดออกและใส่น้ำยาไล่ความชื้นหยดน้ำมันเนื่องจากตอนน้ำท่วมจะล้างออกไปทำให้เวลาเปิดปิดจะมีเสียงดัง

ผ้าม่าน ผ้าฝ้ายสามารถซักได้ด้วยอุณหภูมิปกติ ปั่นแห้งด้วยความแรงต่ำสุดและผึ่งในที่ร่ม แต่ทางที่ดีควรส่งร้านซักผ้าม่านจะดีกว่า เพราะซักเองด้วยน้ำมีผลทำให้ผ้าหดสั้นลงประมาณ 3-10 ซม. วิธีแก้คือเลาะชายผ้าลงและเย็บใหม่ ส่วนผ้าไหมส่งร้านเท่านั้น

มุ้งลวด ทำจากวัสดุคือตาข่ายพลาสติก อะลูมิเนียม ทั้ง 2 อย่างนี้สามารถถอดมาฉีดน้ำล้างออกและผึ่งให้แห้ง แต่ถ้าเป็นเหล็กจะมีปัญหามากให้ทิ้ง เพราะถ้ายิ่งนำมาล้างจะยิ่งทำให้น้ำยากันสนิมเสียไป

บัวไม้-คิ้วไม้ ถ้าทำจากไม้เทียมหรือเรียกว่าเอ็มบีเอสหรือขี้เลื่อยอัด ให้ทิ้งอย่านำมาใช้ มันจะบวมน่าเกลียดให้เราเห็นอยู่แล้วต้องถอดทิ้งอย่างเดียว แต่ถ้ามีบางส่วนที่บวมไม่มากอย่าฝืนทาสีทับและใช้ต่อ เพราะจะมีเชื้อรา ส่วนไม้จริงถอดมาผึ่งลมห้ามตากแดด เพราะจะทำให้แตก แต่ถ้าเป็นบัวพลาสติกหรือพีวีซีดูตามสภาพว่าใช้งานได้หรือไม่

น้ำยาซิลิโคน ที่เรายาเอาไว้ที่ผนังก่อนน้ำท่วม ทำให้มีคราบติดอยู่และลอกออกยาก วิธีการลอกออกมีตัวช่วยคือ ใช้น้ำมันสนกับทินเนอร์จะช่วยทำให้อ่อนตัวและลอกง่าย และอย่าใช้ของแข็งมากขูดออก เพราะจะทำให้ผนังเป็นรอย แต่ถ้าไม่ออกจริง ๆ ให้ใช้เกรียงเหล็กขูดถ้าจะต้องทาสีบ้านใหม่อยู่แล้ว.

ทีมวาไรตี้


Tags:

บทความที่เกี่ยวข้อง


แบ่งปัน

จำนวนคนดู 176,696 ครั้ง

แสดงความคิดเห็น