วันพุธ 1 ตุลาคม 2557 อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ปืนพกขนาดเล็กในระดับกระสุน .380 ACP ที่บ้านเราเรียกกันว่า ’9 สั้น” มักใช้ระบบการทำงานแบบลำเลื่อนอัดสปริงไม่ขัดกลอน (ฺBlow-back) คือลำกล้องยึดแน่นอยู่กับโครงปืน อาศัยแรงสปริงอัดท้ายลำเลื่อนให้อยู่ในตำแหน่งปิดท้ายลำกล้อง เมื่อเหนี่ยวไกยิง กระสุนลั่น หัวกระสุนวิ่งไปข้างหน้า ลำเลื่อนก็จะวิ่งมาข้างหลัง หากตัวปืนมีขนาดเล็กลงและลำเลื่อนเล็กลงมา             ตามส่วน สปริงลำเลื่อนก็ต้องแข็งขึ้น เพื่อต้านลำเลื่อนหน่วงเวลาไว้ ให้หัวกระสุนพ้นลำกล้องไปก่อนขอรั้งปลอกที่หน้าลำเลื่อนจะดึงปลอกกระสุนพ้นรังเพลิง จากนั้นสปริงดีดลำเลื่อนกลับ พากระสุนนัดต่อไปเข้ารังเพลิงพร้อมยิง
   
ตัวปืนเล็ก ลำเลื่อนเล็ก แต่สปริง      ลำเลื่อนแข็ง รวมกันเป็นปัญหาใหญ่ของปืนกระเป๋า เพราะจับลำเลื่อนดึงขึ้นลำได้ยาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อผู้ใช้ปืนเป็นสุภาพสตรี
   
สำหรับปืนพกที่ใช้กระสุนแรงสูงระดับมาตรฐานทหารเช่น 9 มม. พาราฯ (หรือ 9x19 mm.) ขึ้นไป มักมีระบบขัดกลอน ให้ลำกล้องกับลำเลื่อนถอยหลังมาด้วยกันเมื่อหัวกระสุนขยับตัววิ่งไปในลำกล้อง มีสปริงต้านลำเลื่อน หน่วงเวลาให้หัวกระสุนพ้นลำกล้องแล้ว จึงมีกลไกปลดกลอน หยุดการถอยหลังของลำกล้องไว้ ปล่อยให้ลำเลื่อนถอยต่อไป จนคัดปลอกออกพ้นจากรังเพลิงแล้วดีดกลับ ป้อนกระสุนใหม่เข้ารังเพลิง
   
เมื่อมีน้ำหนักของลำกล้องเข้ามารวม    กับลำเลื่อนช่วยหน่วงเวลา สปริงต้านลำเลื่อนจึงไม่จำเป็นต้องแข็งมากเหมือนระบบที่ไม่ขัดกลอน การดึงลำเลื่อนขึ้นลำทำได้สะดวกกว่า   กันมาก เมื่อสปริงอ่อนลง
   
โคลท์ เป็นต้นตำรับปืนกระเป๋าที่ใช้กระสุน .380 ACP คือเป็นทั้งผู้ออกแบบกระสุน และผลิตปืนกระบอกแรกสำหรับกระสุนขนาดนี้ ด้วยรุ่น Vest Pocket เมื่อปี ค.ศ. 1908 แม้แต่ชื่อกระสุน ACP ก็ย่อจาก Automatic Colt Pistol (วิศวกรผู้ออกแบบปืนและกระสุน คือ จอห์น เบรานิงก์ ทางยุโรปเรียกกระสุนนี้ว่า 9 mm. Browning Short) ปืนรุ่นนี้เลิกผลิตไปใน ค.ศ. 1945 และเว้นว่าง ไม่ผลิตปืนกระเป๋าในขนาดกระสุนนี้ไปเกือบหกสิบปี จึงมีรุ่น กัฟเวิร์นเมนท์ .380 และ มัสแตง ออกสู่ตลาด จากนั้นย่อขนาด ลดน้ำหนักลง จนเป็น มัสแตง พ็อกเกตไลท์ ของทุกวันนี้
   
ระบบการทำงานที่โคลท์ตัดสินใจเลือกใช้ คือ จุดชนวน ด้วยนกสับท้ายเข็มแทงชนวน ปืนทำงานจากแรงรีคอยล์ ลำกล้องขัดกลอนกับลำเลื่อน กระดกส่วนท้ายลงเพื่อปลดกลอน ไกซิงเกิลล้วน มีห้ามไกบนโครงปืนด้านซ้าย พลิกขึ้นห้ามไก กดลงพร้อมยิง ทั้งหมดจงใจให้เหมือนกับปืนรุ่นใหญ่ คือ 1911 จุดที่แตกต่างคือ ไม่มีห้ามไกหลังอ่อน ซึ่งก็สมควรแล้วเมื่อพิจารณาจากขนาดของด้ามปืน โดยมีตัวล็อกเข็มแทงชนวนที่ทำงานสัมพันธ์กับสะพานไกมาให้แทน เพิ่มความปลอดภัย คือตัวล็อกจะเปิดทางให้เข็มแทงชนวนเดินหน้าได้เมื่อเหนี่ยวไกเท่านั้น และการกระดกของลำกล้องควบคุมด้วยห่วงลูกเบี้ยว ไม่ใช่ห่วงโตงเตงอย่างรุ่นใหญ่
   
การแต่งผิว โครงปืนที่เป็นอะลูมินั่ม อัลลอย ทำผิวสีเทาด้าน ลำเลื่อนเหล็กสเตนเลสด้านข้างขัดเรียบแต่ไม่เงาจัด บนสันพ่นทรายด้านลดแสงสะท้อน ศูนย์ตายตัวเน้นการพกพาแต่ยังเล็งยิงได้ชัดเจนดี มีข้อสังเกตว่า ถ้าชอบโคลท์รุ่นนี้ แต่อยากได้รูปลักษณ์ภายนอกที่หลากหลาย แตกต่างออกไป หรือแม้แต่โครงปืนที่เป็นเหล็กแทนอะลูมินั่มอัลลอย อาจพิจารณา ซิก  238 (SIG 238) ที่กลไก “ช่วงล่าง” เหมือนกันทุกประการ
   
โดยรวม โคลท์ มัสแตง เป็นปืนพกซ่อนไกซิงเกิล ยิงประณีตได้ดี มีระบบขัดกลอน ใช้น้ำหนักลำเลื่อนและลำกล้องรวมกันช่วยต้านแรงรีคอยล์ ช่วยให้ลดแรงสปริงลำเลื่อนลงได้มาก ขึ้นลำได้ง่ายกว่าแบบที่ไม่ขัดกลอน ตัวเล็ก น้ำหนักเบา พกพาสะดวก ความแรงของกระสุนใกล้เคียงกับลูกโม่ .38 ลำกล้องสั้น เหมาะกับผู้ที่คุ้นเคยระบบการทำงานของปืน 1911 ต้องสามารถดึงลำเลื่อนขึ้นลำ ลดนก ง้างนก ได้คล่องแคล่วชำนาญ จึงจะใช้งานได้อย่างมั่นใจ.
............................................

ข้อมูลสรุป  Colt Mustang Pocketlite

ขนาดกระสุน       .380 ACP (9 มม. สั้น)
ความจุ     6+1 นัด
ลำกล้องยาว    70 มิลลิเมตร (2.75 นิ้ว)
มิติตัวปืน    ยาวxสูงxหนา : 140x99x28 มิลลิเมตร
น้ำหนัก    430 กรัม
แรงเหนี่ยวไก    2270 กรัม (5 ปอนด์) ซิงเกิลทุกนัด
วัสดุ    โครงปืนอลูมินั่มอัลลอยด์, ลำกล้องและลำเลื่อนเหล็ก     
ลักษณะใช้งาน    พกซ่อน  ยิงหวังผลระยะใกล้ถึงปานกลาง
ตัวเลือกอื่น    SIG 238

ดร.ผณิศวร ชำนาญเวช
 


Tags:

บทความที่เกี่ยวข้อง


แบ่งปัน

จำนวนคนดู 158,450 ครั้ง

แสดงความคิดเห็น