วันพฤหัสบดี 24 เมษายน 2557 อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

....สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่านพบกันทุกวันเสาร์กับคอลัมน์เก็บตกข่าวฮาประสาทหาร ซึ่งตรงกับวันเสาร์ที่ 1 ก.ย. 2555 ดูเหมือนว่าการแต่งตั้งโยกย้ายนายทหาร ประจำปี 2556 กลายเป็นเรื่องที่วงการทหารเอาไปเมาท์กันไปอีกนาน เพราะไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เมื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมปะทะกับปลัดกระทรวงกลาโหม เพียงเพราะเห็นไม่ตรงกันกับบุคคลที่จะขึ้นมาดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหมคนใหม่

....หลังจากที่ “บิ๊กโอ๋” พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม ไม่พอใจที่ “บิ๊กเปี๊ยก” พล.อ.เสถียร เพิ่มทองอินทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม ได้ทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับการเข้ามาแทรกแซงการโยกย้ายทหารของฝ่ายการเมือง จึงได้มีคำสั่งให้ 3 นายพลไปช่วยงานราชการ ได้แก่ พล.อ.เสถียร เพิ่มทองอินทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม ไปดูงานดับไฟใต้ พล.อ.ชาตรี ทัตติ รองปลัดกระทรวงกลาโหม ไปดูงานภัยพิบัติ และ พล.อ.พิณภาษณ์ สริวัฒน์ เจ้ากรมเสมียนตรา ไปช่วย พล.อ.เสถียร ดับไฟใต้ การให้ทั้งสามคนไปช่วยราชการที่อื่นนั้น ในส่วนของ พล.อ.เสถียร ยังพอจะรู้ข้อหาว่า เอาความลับทางราชการออกมาเปิดเผย แต่อีกสองคนหลังยังไม่รู้เลยว่าโดนข้อหาอะไรถึงถูกร่างแหไปกับเขาด้วย

....ทันทีที่ พล.อ.เสถียร รู้ว่าถูก รมว.กลาโหม สั่งย้ายให้ไปช่วยสำนักงาน รมว.กลาโหม ที่แจ้งวัฒนะ เจ้าตัวยืนยันว่า ทำตามความถูกต้อง ทำตามตัวบทกฎหมาย ถ้าทำตามความถูกต้องแล้วเป็นอย่างนี้ก็ไม่เป็นไร ก็ยอมรับสภาพ แล้วแต่ผู้บังคับบัญชา ผมไม่รู้สึกเสียใจ เพราะผมทำตามความถูกต้อง ยอมเสียสละทุกอย่าง แม้แต่ชีวิตยังยอม ทั้งนี้ ผมไม่ทราบว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการแทรกแซงทางการเมืองหรือไม่ แต่ไม่เป็นไร เพียงแต่ผมทำตามความถูกต้อง แต่เมื่อถูกลักษณะนี้ก็ไม่เป็นไร อีกหน่อยผบ.เหล่าทัพก็โดนเหมือนกัน ผมเป็นตัวแบบให้

....เมื่อมีคำสั่งออกสู่สาธารณะ กลับมีข้อกังขาและวิพากษ์วิจารณ์ไปต่าง ๆ นานาว่าสิ่งที่เกิดขึ้นคือความจริงหรือเป็นภาพลวงตาหลอกให้คนดูได้หลงเชื่อ แต่อย่างไรก็ตามทุกคำถามและทุกข้อสงสัยจะมีคำตอบออกมาในอนาคต เพราะไม่ว่าใครที่โดนกระทำแบบนี้ก็ต้องเอาคืน จึงต้องรอดูกันต่อไปว่า “หมัดเด็ด” ที่ปลัดกระทรวงกลาโหมจะเอาคืนคือเรื่องอะไร แต่ถ้าทุกอย่างนิ่งแล้วบอกว่า “พี่น้องขอกันกินมากกว่านี้” ก็ปิดฉากละครเรื่่องนี้กันไป และประชาชนไปคิดกันเอาเองว่าคืออะไร...??

....อย่างไรก็ตาม แม้ว่าปลัดกระทรวงกลาโหมจะถูกให้ไปช่วยราชการที่อื่น แต่ตำแหน่งยังคงอยู่ ดังนั้น ปลัดกระทรวงกลาโหม จึงมีสิทธิที่จะโหวตว่าจะให้ใครเป็นปลัดกระทรวงกลาโหมคนใหม่ โดยคณะกรรมการที่จะมีสิทธิโหวตแต่งตั้งระดับนายพลประกอบด้วย รมว.กลาโหม ปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารเรือ และผู้บัญชาการทหารอากาศ เมื่อมาวิเคราะห์ความน่าจะเป็น รมว.กลาโหม จะได้คะแนนจากกองทัพอากาศแน่ ๆ แต่ในส่วนของกองทัพบก คาดว่า ผบ.ทบ.คงงดออกเสียง เพราะถ้ายกมือให้ รมว.กลาโหมก็จะถูกว่าเข้าข้างรัฐมนตรีแล้วจะมองหน้าปลัดกระทรวงกลาโหมอย่างไร ดังนั้น คนที่จะเป็นตัวแปรก็จะเป็น ผบ.ทหารสูงสุด และ ผบ.ทร. แต่ได้ยินว่า รมว.กลาโหมเข้าไปจัดโผในกองบัญชาการกองทัพไทย ถ้าเป็นอย่างนั้นคงเดาได้ไม่ยากว่าใครจะยกมือโหวตให้ข้างไหน

....ในการประชุมครม.เมื่อวันที่ 28 ส.ค.ที่ผ่านมา ครม.มีมติอนุมัติหลักการเรื่องที่กระทรวงกลาโหมเสนอครม.อนุมัติหลักการในการจัดซื้อเฮลิคอปเตอร์สำหรับภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบภัย และใช้ในการฝึกอบรมของกองทัพอากาศ ทั้งนี้ การจัดซื้อจะใช้งบประมาณผูกพันข้ามปีของกองทัพ กว่า 1,000 ล้านบาท เพื่อดำเนินการจัดซื้อเฮลิคอปเตอร์ จากยูโร คอปเตอร์ ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของอีเอดีเอส ของประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเป็นผู้ผลิตเฮลิคอปเตอร์รายใหญ่ที่สุดของโลก จำนวน 4 ลำ ใช้ทดแทนเฮลิคอปเตอร์ รุ่นฮิวอี้ ที่ใช้งานมานานกว่า 40 ปี

....ใครจะเคือง ใครจะโกรธไม่รู้ แต่ในวันที่ 1 ก.ย.นี้ พล.อ.อ.สุกำพล พร้อมด้วย พล.อ.ธนะศักดิ์  ปฏิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และผบ.เหล่าทัพ จะร่วมกันแถลงสรุปผลงานรอบ 1 ปีของกระทรวงกลาโหม โดยจะมีการสรุปผลการปฏิบัติงานด้านความมั่นคง และภารกิจที่ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลในห้วงที่ผ่านมา ทั้งการแก้ไขปัญหายาเสพติด การแก้ไขความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ การสร้างความสัมพันธ์อันดีต่อเพื่อนบ้าน โดยจะมีการเชิญหัวหน้าส่วนราชการ และสื่อมวลชนมาร่วมรับฟังการสรุปผลงานครั้งนี้ด้วย....ไปกันเยอะ ๆ ใครยังคาใจจะได้ถามให้หายข้องใจสงสัย

....ปิดท้ายกันด้วยข่าวการให้ความช่วยเหลือ เมื่อพื้นที่ภาคเหนือเกิดเหตุการณ์น้ำป่าไหลหลากใน 5 ตำบลของ อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ นั้น ทางจังหวัดทหารบกอุตรดิตถ์ ได้ส่งชุดสำรวจความเสียหาย และเข้าช่วยเหลือประชาชนในทันที ขณะที่ใน จ.แม่ฮ่องสอน ฝนที่ตกหนักทำให้เกิดดินสไลด์ทับเส้นทาง ที่ ต.สบป่อง อ.ปางมะผ้า และ ต.ทุ่งยาว อ.ปาย ซึ่งกองกำลังนเรศวรได้ส่งทหารพร้อมเครื่องมือเข้าสำรวจและเปิดเส้นทางทำให้การสัญจรไปมาเป็นปกติ อย่างไรก็ตามในระยะนี้ทั่วประเทศยังคงมีฝนตกชุกหนาแน่นและฝนตกหนักบางแห่ง อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่ม ซึ่งกองทัพบกได้กำชับให้หน่วยทหารในทุกพื้นที่ที่มีความเสี่ยงได้เฝ้าติดตามสถานการณ์ พร้อมแจ้งเตือนประชาชน รวมถึงการเข้าช่วยเหลือทันทีหากเกิดสถานการณ์.

รหัสมอร์ส

บทความที่เกี่ยวข้อง


แบ่งปัน

จำนวนคนดู 24,206 ครั้ง

แสดงความคิดเห็น