วันพุธ 3 กันยายน 2557 อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ย้อนกลับไปเมื่อเดือน ธ.ค. ปี 2552 หลังจากทางโรวิโอ โมบาย (Rovio Mobile) ได้พัฒนาเกม แองกรี เบิร์ด (Angry Birds) เสร็จจนเริ่มออกวางตลาด ไม่มีใครคาดคิดว่า เจ้าฝูงนกขี้โมโหเหล่านี้  จะกลายเป็นเกมดังและมียอดดาวน์โหลดมากที่สุดในโลก

แม้แต่โรวิโอ โมบาย บริษัทผู้ผลิตและพัฒนาเกมสัญชาติฟินแลนด์ ซึ่งเป็นผู้ผลิตเกมนี้ขึ้นมาก็ไม่เคยคาดคิดว่า เจ้าแองกรี เบิร์ด จะดังระเบิดเช่นนี้ เพียงระยะเวลา  2 ปีกว่า ที่ถือกำเนิดขึ้นมาเกมนี้ก็สามารถครองใจคนได้ทั่วโลกตั้งแต่วัยเด็กไปจนถึงผู้ใหญ่

ในโอกาสที่ นายเฮนรี่ โอล์ม รองประธานกรรมการอาวุโส โรวิโอ เอเชีย ได้มาเยือนประเทศไทยช่วงสั้น ๆ ได้เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนของไทยได้สัมภาษณ์พิเศษ เกี่ยวกับ เกมแองกรี เบิร์ด โดยนายเฮนรี่ กล่าวว่า ทางบริษัท ได้พัฒนาเกมมาแล้วจำนวน 51 เกม โดยแองกรี เบิร์ด ถือเป็นเกมที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด เป็นที่รู้จักและนิยมในยุโรป เอเชีย รวมถึง สหรัฐอเมริกา  โดยในบางประเทศคนที่ไม่เคยเล่นเกมนี้เลย ก็ยังรู้จักคาแรกเตอร์นกขี้โมโหตัวนี้

จากตัวเลขเมื่อวันที่ 16 ก.พ.ที่ผ่านมา เกมนี้ได้ถูกดาวน์โหลดไปแล้วถึง 700-800  ล้านดาวน์โหลดในทุกแพลตฟอร์ม และมีคนจำนวน 30 ล้านคนเล่นเกมนี้ทุกวัน  ซึ่งเมื่อบริษัทได้จับมือกับเฟซบุ๊กเปิดให้เล่นเกมแองกรี เบิร์ด ผ่านเฟซบุ๊กได้ เชื่อว่าจะทำให้มีจำนวนผู้ที่เคยเล่นเพิ่มขึ้นไปถึง 1,000 ล้านคนได้ในเวลาไม่นานนี้

การที่เกมประสบความสำเร็จมาจากการออกแบบคาแรกเตอร์การ์ตูนที่สวยงาม และเป็นเกมที่เล่นง่าย ใช้ทักษะไม่มาก จึงเป็นเหตุให้มีแฟน ๆ ตั้งแต่เด็กไปถึงคนมีอายุ โดยปัจจุบันผู้เล่นเกมแอง กรี เบิร์ด จำนวน 51 % เป็นชาย และอีก 49% เป็นหญิง และหากแบ่งสัดส่วนตามช่วงอายุจำนวนผู้เล่นที่อายุ 35-54 ปี มีจำนวน 31% อายุ 25-34 ปี มี 28% อายุ 13-17 ปี มี 24% อายุ 18-24 ปี มีจำนวน 16% และอายุอื่น ๆ อีก 1%

ทั้งนี้เกมแองกรี เบิร์ด ได้ถูกพัฒนาออกมาแล้ว 3 เวอร์ชั่น คือ แองกรี เบิร์ด คลาสสิก, แองกรี เบิร์ด รีโอ และ แองกรี เบิร์ด ซีชั่น โดยนายเฮนรี่ กล่าวว่า การทำเกมเรื่องกระแสเกี่ยวกับเกมเพื่อให้มีคนเล่นและพูดถึงอยู่ตลอดถือว่ามีความสำคัญ เกมจึงต้องมีการปรับเปลี่ยนหรือมีความเคลื่อนไหวในทุก 12 เดือน โดยทางโรวิโอ กำลังฟูมฟัก เจ้านกขี้โมโห เวอร์ชั่นใหม่ ๆ อยู่ 3-5 เวอร์ชั่น ซึ่งจะมีการทยอยเปิดตัวตั้งแต่ในช่วงปีนี้ แต่จะเป็นวันเวลาใดยังไม่สามารถให้รายละเอียดได้กำลังรอดูช่วงเวลาที่เหมาะสมอยู่

อย่างไรก็ตามการทำธุรกิจของโรวิโอ นายเฮนรี่ บอกว่าจะเปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจเป็นหุ้นส่วนธุรกิจเข้ามาหาโรวิโอก่อน หรือเรียกง่าย ๆ ว่า จะเปิดรับกับผู้ที่สนใจมากกว่าที่จะเป็นผู้ออกไปหาคู่ธุรกิจเอง โดยปัจจุบันรายได้ที่สำคัญนอกจากการดาวน์โหลดผ่านสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์อื่น ๆ  ในระบบปฏิบัติการไอโอเอส แอนดรอยด์ และอื่น ๆ แล้ว ก็มาจากโฆษณาที่เข้ามามากกว่าเดือนละ 1 ล้านชิ้น

ในส่วนของไทย นายเฮนรี่ ก็เชื่อมั่นว่า เกมนี้จะประสบความสำเร็จไม่น้อยกว่าในประเทศอื่น ๆ เนื่องจากปัจจุบันระบบสาธารณูปโภคและโครงสร้างพื้นฐานของไทยพัฒนามากขึ้น โดยเฉพาะโทรศัพท์ระบบ 3 จี ที่เริ่มมีการให้บริการอย่างแพร่หลายจะช่วยให้การดาวน์โหลดทำได้ง่ายและใช้เวลาเร็วขึ้น ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยให้มีคนดาวน์โหลดเกมมากขึ้น

อย่างไรก็ตามสำหรับในประเทศไทย บริษัท เอ็ม ซี เอ็น เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้ได้ลิขสิทธิ์ในการจัดจำหน่ายโฆษณา และออนไลน์คอนเทนต์ของเกมแองกรี เบิร์ด รวมถึงอีก 4 ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คือ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และสิงคโปร์  โดย ดร.มนตรี วีรยางกูร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็ม ซี เอ็น เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด  กล่าวว่า ในประเทศไทยเกมแองกรี เบิร์ดได้ถูกดาวน์โหลดแล้ว 18 ล้านครั้งในโทรศัพท์มือถือแบบสมาร์ทโฟนทุกระบบปฏิบัติการ และมีคนเล่นจำนวน 6 แสนคนต่อวัน

โดยสิ่งที่บริษัทจะเร่งทำต่อจากนี้ คือ การทำให้มีผู้ดาวน์โหลดและเล่นเกมนี้ในไทยเพิ่มมากขึ้น พร้อมกับหาโฆษณาเพื่อสร้างรายได้ หลังจากโฆษณาขยายเข้ามาสู่สื่อออนไลน์และโมบายมากขึ้น ซึ่งวิธีการโฆษณาก็มีหลายรูปแบบ ทั้งการทำแบนเนอร์ เมื่อเล่นเกมอยู่มีโฆษณาเคลื่อนเข้ามา หรือเมื่อคลิกแล้วเปิดเป็นวิดีโอ และโฆษณาช่วงระหว่างเปลี่ยนเลเวลของเกม รวมถึงในอนาคตหากต้องมีการจ่ายเงินก็ต้องหาระบบและช่องทางการชำระเงินมารองรับ โดยขณะนี้บริษัทกำลังพูดคุยรายละเอียดกับผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือในการเป็นคู่พันธมิตรร่วมกันอยู่

จากนี้ไปเรื่องราวของเจ้านกขี้โมโหในเมืองไทยคงมีอย่างต่อเนื่อง และเร็ว ๆ นี้จะมีการจัดแข่งขันเพื่อค้นหาสุดยอดแชมป์ แองกรี เบิร์ดของประเทศไทยอีกด้วย ส่วนเกมเวอร์ชั่นใหม่ ๆ สาวกของเจ้านกจอมพิโรธคงต้องติดตามกันต่อไปว่าจะมาเมื่อใด.

จิราวัฒน์ จารุพันธ์
JirawatJ@dailynews.co.th


Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แบ่งปัน

จำนวนคนดู 32552 ครั้ง

แสดงความคิดเห็น