วันศุกร์ 31 ตุลาคม 2557 อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

โนเกีย ลูเมีย (Lumia) ทั้ง 4 รุ่น เริ่มเข้ามาวางขายในบ้านเราแล้ว ยกเว้น ลูเมีย 900 น่าจะได้เป็นเจ้าของกันในเดือนมิถุนายนนี้ เพราะทีทีแอนด์ที โอปเรเตอร์รายใหญ่ในสหรัฐอเมริกา ขอจองหมด เพราะมีของไม่พอขาย

เพื่อให้คุ้นเคยกับระบบปฏิบัติการ วิน โดว์ โฟน โฉมใหม่หมดจด โนเกีย ประเทศไทย จึงได้จัดเวิร์กช็อปให้กับนักข่าวสายเทคโนโลยี ณ โรงแรมเซ็นทารา เซ็นทรัลเวิลด์

โนเกีย ลูเมีย 4 รุ่น ประกอบด้วย ลูเมีย 900 800 710 และ 610

ลูเมีย 900 ถือเป็นรุ่นท็อป ที่กวาดรางวัลด้านดีไซน์จากเวทีระดับโลกมาเต็มอ้อมแขน จอ 4.3 นิ้ว อะโมเลด มีเทคโนโลยีเคลียร์แบล็ก ที่คุณภาพคมชัด ลดแสงสะท้อน อยู่กลางแจ้งก็ยังแสดงผลได้ชัดเจน ตัวเครื่องไร้รอยต่อ มีกล้องหน้าความละเอียด 1 ล้านพิกเซลสำหรับทำวิดีโอคอล กล้องหลัง 8 ล้านพิกเซล มีให้เลือก 3 สี คือ สีดำ สีขาวและสีฟ้า

หน่วยประมวลผล 1.4 กิกะเฮิรตซ์ ควอดคอร์ สแนปดราก้อน

แบตเตอรี่ 1830 มิลลิแอมป์ ซึ่งเป็นระดับของแบตเตอรี่สูงสุดในเวลานี้ รองรับการใช้งานได้เต็มวัน

ลูเมีย 800 ทำจากโพลีคอร์บอเนต ขึ้นรูปชิ้นเดียวไม่มีรอยต่อ เด่นที่ดีไซน์เหมือนลูเมีย 900 หน่วยประมวลผลก็เท่ากัน จอ 3.7 นิ้ว เป็นจอกระจกโค้ง เหมือนภาพลอยอยู่บนหน้าจอ ใช้งานอินเทอร์เน็ต สังคมออนไลน์ได้เร็วไม่ติดขัด

ส่วน ลูเมีย 710 และ 610 เป็นสมาร์ทโฟนที่ราคาย่อมเยาลงมา เปลี่ยนฝาหลังได้หลายสี

ลูเมียทุกรุ่น ทำงานบนระบบปฏิบัติการวินโดว์ โฟน ของไมโคร ซอฟต์ ที่มีจุดเด่นเรื่องการเข้าถึงเน็ตเวิร์กได้รวดเร็ว ไอคอนต่าง ๆ บนวินโดว์ โฟนใหม่ ทำให้เข้าถึงฟังก์ชั่นต่าง ๆ ได้ง่าย

ที่โดดเด่นมากก็คือ ไมโครซอฟต์ออกแบบไอคอนได้ใหญ่และชัดเจนดี แม้จะเริ่มมีปัญหาสายตายาวไกลแบบผู้สูงวัยก็ใช้ได้ไม่ติดขัด

นายจิรพัฒน์ จันทร์เจิดศักดิ์ หัวหน้าฝ่ายสนับสนุนนักพัฒนาและระบบนิเวศไร้สาย โนเกีย ประเทศไทยและตลาดเอเชียเกิดใหม่ เล่าให้ฟังว่า การพัฒนามาร์เก็ตเพลส บนระบบปฏิบัติการวินโดว์ โฟน นั้น ขณะนี้มีมากกว่า 70,000 แอพพลิเคชั่นภายในเวลาไม่กี่ปี จากแรกเริ่มที่มีเพียง 7,000 แอพพลิเคชั่น

โนเกียต้องการให้วินโดว์ โฟนมีการเติบโต เพื่อจะต่อกรกับระบบปฏิบัติการอื่น ๆ ได้ จึงมั่นว่า ระบบบิลลิ่ง หรือการหักค่าใช้จ่ายผ่านโอปเรเตอร์จะทำได้อย่างเข้มแข็งถือเป็นจุดเด่นของโนเกีย ข้อดีอีกอย่างก็คือ นักพัฒนาที่ทำงานโดยใช้เครื่องมือหรือทูลล์ของไมโครซอฟต์ก็จะมีความคุ้นเคยกับชุมชนนักพัฒนาอยู่แล้ว ทำให้โนเกียทำงานง่ายขึ้น กลยุทธ์ขณะนี้ก็คือ ต้องหาทางสร้างรายได้ให้นักพัฒนาบนมาร์เก็ตเพลส ทำระบบโอปเรเตอร์บิลลิ่ง

โนเกียจะทำงานร่วมกับโอปเรเตอร์ เพื่อเปิดหน้าร้านออนไลน์ รวบรวมแอพพลิเคชั่นเด่น ๆ ให้ผู้ใช้ได้เข้ามาดาวน์โหลดกันง่าย ๆ ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้ให้นักพัฒนาด้วย

“จากพฤติกรรมของผู้ใช้งานส่วนใหญ่จะไม่ตัดสินใจซื้อแอพพลิเคชั่นในทันที จะดาวน์โหลดของฟรีมาเล่นก่อน หากชอบจึงจะไปหาซื้อเวอร์ชั่นเต็มรูปแบบมาใช้งาน ที่น่าสนใจมากก็คือ จากการเดินสายโรดโชว์จัดอบรมนักพัฒนาของโนเกีย พบว่า นักพัฒนาหน้าใหม่อยู่ในกลุ่มเด็กมัธยมศึกษา”

ปัจจุบันมีการดาวน์โหลดบนโนเกีย สโตร์กว่าครึ่งดาวน์โหลดผ่านสมาร์ทโฟนซีรีส์ 40 ของโนเกีย เฉพาะในไทยดาวน์โหลดประมาณ 1.5 ล้านครั้งต่อสัปดาห์

ในระหว่างเวิร์กช็อป โนเกีย ได้ให้โจทย์ว่า ต้องใช้ลูเมียไปค้นหาจุดนัดพบและหาความหมายผ่านคิวอาร์โค้ด เพื่อแสดงให้เห็นถึงความรวดเร็วในการเข้าถึงเน็ตเวิร์ก ซึ่งก็ทำได้จริง หากเน็ตเวิร์กในย่านนั้นสมบูรณ์

หากเราจะใช้งานคิวอาร์โค้ด ซึ่งกำลังเป็นเทรนด์ใหม่ในขณะนี้ ก็แค่เปิดแอพ แล้วใช้กล้องบนมือถือจ่อไปที่ป้ายคิวอาร์โค้ด รอสักพักให้ประมวลผล ระบบก็จะแสดงรายละเอียดที่ซ่อนไว้ในคิวอาร์โค้ด เช่น แผนที่ หรือข้อความ หรือบัตรส่วนลด

แม้จะเป็นการเวิร์กช็อปในช่วงสั้นไม่กี่ชั่วโมง แต่ก็ทำให้คุ้นเคยกับวินโดว์ โฟน

แค่ปรับโหมดความคุ้นเคยนิดหน่อยก็ใช้งานได้แล้ว.


Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แบ่งปัน

จำนวนคนดู 86169 ครั้ง

แสดงความคิดเห็น