วันพฤหัสบดี 18 กันยายน 2557 อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จากกรณีที่นายยุทธพงศ์ จรัสเถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ประธานอนุกรรมาธิการด้านการศึกษา ในคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำ ปีงบประมาณ พ.ศ.2555 ให้ข่าวเมื่อวันที่ 12 ธ.ค.ที่ผ่านมาว่า ไอซีทีของบประมาณ 3.3 พันล้านบาท ในจัดซื้อเครื่องวัดเฉือนลม สำหรับสนามบินสุวรรณภูมิ ของกรมอุตุนิยมวิทยา  144 ล้านบาท ซึ่งทางกรมอุตุนิยมวิทยาได้ตั้งงบประมาณไว้ตั้งแต่ปี 2553 และได้ผ่านความเห็นชอบของสำนักงบประมาณ ในวันที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ.2554 โดยผ่านมา 5 เดือนแล้ว แต่นางจีราวรรณ บุญเพิ่ม ปลัดไอซีทีไม่ยื่นเรื่องให้แก่ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รมว.ไอซีทีเพื่อลงนาม โดยอ้างว่ามีบริษัทไทยอีควิพเม้นท์ รีเสิร์ซ จำกัด ของนายประพันธ์ อัศวพลังพรหม บริษัทเพื่อนร่วมรุ่น วตท. 12 ของปลัดไอซีทีได้แพ้การประมูลงานและมาทักท้วง รวมทั้งกรณีการดำเนินโครงการจัดซื้อเรดาร์ตรวจอากาศ ที่ จ.ชัยนาท และพิษณุโลก ด้วยงบประมาณ 300.9 ล้านบาท ซึ่งมีการตั้งงบประมาณไว้ตั้งแต่ปี 2554 และการประกวดราคาก็เสร็จสิ้นแล้วเช่นกัน และสำนักงบประมาณก็ได้ให้ความเห็นชอบในโครงการดังกล่าวเมื่อวันที่ 25 ส.ค.2554 โดยอ้างว่า บริษัทไทยอีควิพเม้นท์ รีเสิร์ซ จำกัด ร้องเรียนมา และปลัดไอซีทีต้องส่งเรื่องไปให้องค์การอุตุนิยมวิทยาโลกตรวจสอบก่อน

วันนี้ (19 ธ.ค.) นางจีราวรรณ บุญเพิ่ม ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(ไอซีที) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีดังกล่าวว่า กรณีการประมูลเครื่องวัดลมเฉือนกรมอุตินิยมวิทยาได้ตั้งบประมาณไว้ตั้งแต่ปี 2553 ซึ่งเปิดประมูลในสมัยร.ต.หญิงระนองรักษ์ สุวรรณฉวี เป็นรมว.ไอซีที ซึ่งกรรมาธิการฯได้กล่าวว่ามีความไม่โปร่งใส กระทั่งล่วงเข้าสมัยเปลี่ยนรมว.ไอซีทีเป็นนายจุติ ไกรฤกษ์ จึงได้มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยมีนายธานีรัตน์ ศิริปะชะนะ รองปลัดไอซีที เป็นประธาน ซึ่งผลสอบที่ได้เห็นควรให้ยกเลิกการประมูลครั้งนั้น กระทั่งตนเข้ารับตำแหน่งปลัดไอซีทีและนายจุติ รมว.ไอซีทีสมัยนั้นเห็นควรให้เปิดประมูลใหม่ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาเสนอว่าเป็นเรื่องเร่งด่วน


นางจีราวรรณ กล่าวว่า เมื่อมีการประมูลบริษัทที่ประมูลไม่ได้ก็จะฟ้องร้องกัน กระทั่งครั้งนี้ถูกจับมาเกี่ยวโยงเรื่องที่ผู้ที่เรียนวตท.12 ซึ่งเรียนรุ่นเดียวกับตนไม่ชนะการประมูลและมีการร้องเรียน ซึ่งตนได้ให้ฝ่ายกฎหมายดูแล้วมีการยื่นร้องใน 2 ประเด็น คือ ลดสเปกแต่ราคาไม่ลด และเพิ่มขยายเวลาส่งมอบจาก 500 วัน เป็น 750 วัน ทั้งที่บอกว่าเป็นเรื่องเร่งด่วน ซึ่งผู้ร้องได้ยื่นร้องต่อคณะกรรมการว่าด้วยการพัสดุและอิเล็กทรอนิกส์ (กวพ.อ.) ซึ่งช่วงนั้นมีการเปลี่ยนผ่านรมว.ไอซีทีอีกครั้งเป็นน.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ซึ่งตนได้เสนอเรื่องนี้ให้ทราบแล้วโดยเรียนว่าเรื่องยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของ กวพ.อ. ซึ่งภายหลังผู้ร้องได้ยื่นร้องต่อศาลปกครองเพื่อขอให้คุ้มครองชั่วคราว แต่ศาลไม่รับคำร้อง และกวพ.อ.ก็ไม่ขอพิจารณาเรื่องนี้ต่อเนื่องจากผู้ร้องได้ยื่นร้องต่อศาลปกครองแล้ว เมื่อศาลมีคำสั่งไม่รับคำร้อง จึงมีการลงนามในสัญญาเพื่อให้กรมอุตุนิยมวิทยาสามารถดำเนินงานตามแผนต่อไปได้ ซึ่งรมว.ไอซีทีได้ลงนามในสัญญาแล้วเมื่อวันที่ 28 พ.ย.54 จึงถือว่าเรื่องนี้จบแล้ว


“ขอยืนยันว่าการทำงานทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน ตนคงไม่เอาชีวิตไปติดกับเพื่อวตท. ซึ่งเรียนกันไม่กี่วัน และไม่เอาความเป็นเพื่อนมาทำให้หลักการการทำงานทางราชการเสียหาย ซึ่งหากมีการยื่นร้องต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ตนก็พร้อมที่จะให้ตรวจสอบ ซึ่งตอนนี้คดีฟ้องร้องของกรมอุตุนิยมวิทยาก็มีอยู่แล้ว 4 คดี คือทางอาญา 3 คดี และทางแพ่งอีก 1 คดี ส่วนกรณีโครงการจัดซื้อเรดาร์ตรวจอากาศได้มีการประมูลแล้วและมีผู้ร้องเรียนเช่นกันเรื่องยังอยู่ที่กวพ.อ. ซึ่งต้องรอการพิจารณาเช่นกัน” ปลัดไอซีที กล่าว


ขณะที่ความคืบหน้าเรื่องการแต่งตั้งอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ปลัดไอซีทีกล่าวว่า ได้เสนอรมว.ไอซีทีไปแล้วว่ามี 2 แนวทาง คือ การย้ายข้าราชการระดับซี 10 ไปเป็นอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา และอีกวิธีคือการเลื่อนข้าราชการระดับซี 9 เป็น ซี 10 เพื่อไปเป็นตำแหน่งอธิบดีกรุมอุตุนิยมวิทยา ซึ่งการหาข้อสรุปว่าจะใช้แนวทางไหนต้องปรึกษารมว.ไอซีทีก่อน คาดว่าจะได้ผู้ที่เหมาะสมกับตำแหน่งอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยาภายในเดือน ม.ค.55


Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แบ่งปัน

จำนวนคนดู 16191 ครั้ง

แสดงความคิดเห็น