วันพุธ 23 เมษายน 2557 อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

น่านทูเดย์ดอตคอม (www.nan2day.com) เปิดตัวเป็นเว็บของชาวบ้าน สื่อสารในโลกออนไลน์คู่ขนานกับเว็บทางการของจังหวัดมาตั้งแต่ปี 2548

อยากรู้เรื่องราวของชาวบ้านชาวเมือง ท่องเว็บนี้แล้วเข้าใจชุมชนคนท้องที่เหมือนคุ้นกันเป็นแรมปี

เมื่อเทคโนโลยีพัฒนาสู่เครือข่ายสังคมออน ไลน์ น่านทูเดย์ เปิดแฟนเพจบนเฟซบุ๊ก www.face book.com/nan2daydotcom มีคนกดไลค์ ติดตามแล้ว 7,700 กว่าราย พร้อมกับทวิตเตอร์ www.twit ter.com/nan2day ซึ่งมีฟอลโลเวอร์ อีก 360

บนเว็บไซต์มีข้อมูลหลากหลาย แต่ที่เคลื่อน ไหว อัพเดทกันทุกเช้าค่ำ อยู่บนเฟซบุ๊ก ทำหน้าที่สื่อ ที่หาไม่ได้จากแหล่งอื่นใด ไม่ว่าจะเป็นงานคืนสู่เหย้าศิษย์เก่ารุ่นต่าง ๆ ญาติบวช เพื่อนเสีย เมียป่วย ต้องการความช่วยเหลือบริจาคเลือด เน้นการแลกเปลี่ยนมากกว่าการให้ข่าวสาร เพราะไม่ใช่สำนักข่าว

คนเมืองน่านส่วนมากจะเข้าเว็บ ช่วงเช้า ก่อนทำงาน คือก่อนเก้าโมง จนถึงสิบเอ็ดโมง แล้วใช้อีกทีตอนกลางคืน ส่วนทวิตเตอร์ จะมีคนเม้นต์ หรือรีทวีต ช่วงเย็น ถึงกลางคืน แต่ส่วนใหญ่คนน่านใช้เฟซบุ๊ก ตามโรงเรียนทุกแห่ง อบต. สถานีตำรวจ หน่วยงานราชการ มีกันทั้งนั้น คลิกติดตามแจ้งข่าวสารกันตลอด

ปีที่แล้ว น่านเจอปัญหาน้ำท่วม น่านทูเดย์ มีส่วนร่วมรายงานความเคลื่อนไหว ด้วยเครือข่ายที่มีครบทั้ง 15 อำเภอ นอกจากนี้ยังใส่ใจปัญหาป่าไม้ สิ่งแวดล้อม หรือปัญหาต่าง ๆ ที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ได้เหลียวแล

ศรายุทธ โนติ๊บ ผู้ดูแลเว็บ หนุ่มน่าน ที่ตัดสินใจกลับไปตั้งหลักที่บ้านเกิดเพื่อสร้างงานแทนการเอาความรู้ไปรับใช้เมืองใหญ่ บอกความคาดหวังของเว็บว่ามุ่งสร้างความสัมพันธ์ ให้เกิดการใช้พื้นที่ร่วมกัน ซึ่งก็ทำสำเร็จระดับหนึ่ง

“ไม่โจมตีใคร ไม่ติตัวบุคคล แต่หยิบปัญหามานำเสนอ เช่นคนชนเผ่าบางจุด ถูกละเลย กำลังบาดเจ็บ ก็เอาภาพมาเผยแพร่ ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปช่วยเหลือได้”

เขาและเพื่อน ๆ ช่วยกันทำให้สังคมออนไลน์เกิดกลุ่มกิจกรรมและเครือข่ายทำงาน เช่นตั้งเครือข่ายคนเมืองน่าน หรือชาวน่านพลัดถิ่นทั่วประเทศ จนจัดงานรวมพลคนน่านมาแล้ว 3 ปี ระดมทุนช่วยนักเรียนขาดแคลน มีกองทุนช่วยเหลือฉุกเฉินสำหรับคนเมืองน่าน จัดทีมฟุตบอลรวมพลคนรักน่านในกรุงเทพฯ ตอนนี้มีคนเข้าร่วมจากหลายอำเภอแล้ว

นอกจากเป็นสื่อเพื่อช่วยเหลือกันเองระหว่างคนน่านและให้คนทั่วไปรู้จักชุมชนแล้ว สิ่งที่เขาจะทำต่อไป คือการพยายามชักชวนให้คนหนุ่มสาวกลับบ้าน เพื่อช่วยกันสร้างงาน สร้างโอกาสให้กับตัวเอง

แหล่งท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติบางแห่งของเรามีแต่คนจากที่อื่นมาทำงาน ไม่มีคนน่าน เราจึงต้องชวนกันกลับมา

การสื่อสารออนไลน์จะช่วยให้รับรู้ว่า เมืองน่านบ้านเกิด ต้องการลูกหลานมาช่วยอะไรบ้าง.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แบ่งปัน

จำนวนคนดู 23649 ครั้ง

แสดงความคิดเห็น