วันพุธ 1 ตุลาคม 2557 อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

หลังจากเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 23 มิ.ย. 2554 ที่ผ่านมา จนถึงข้อมูลล่าสุดเมื่อ 2 ก.ค. 2555 ปรากฏว่า “ไลน์”  (Line) แอพพลิเคชั่นสำหรับสมาร์ทโฟนที่ให้บริการโทรฯ และส่งข้อความฟรีได้มียอดผู้ใช้ทะลุ  45 ล้านคนไปเรียบร้อยแล้ว

เพื่อเป็นการฉลองความสำเร็จที่เกิดขึ้นในระยะเวลาเพียง 1 ปี และบอกเล่าเรื่องราวสิ่งใหม่ที่จะเกิดขึ้นกับ “ไลน์” ทางเจ้าของโปรเจคท์ที่ได้พัฒนาแอพพลิเคชั่นสุดฮิตนี้ขึ้นคือ บริษัท เอ็นเอชเอ็น เจแปน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ บริษัท เอ็นเอชเอ็น คอร์ปอเรชั่น  บริษัทผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตระดับพรีเมียมในประเทศเกาหลีใต้ จึงได้จัดงาน Hello,Friends in Tokyo 2012 ขึ้นที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น โดยมีผู้สื่อข่าวจากทั้งในและต่างประเทศ พันธมิตรทางธุรกิจ เข้าร่วมงานจำนวนมาก

นายอะกิระ โมริกาวา ประธานบริหารของ บริษัท เอ็นเอชเอ็น เจแปน   กล่าวว่า ไลน์ ถือเป็นแอพพลิเคชั่นที่ประสบความสำเร็จมาก ขึ้นอันดับหนึ่งประเภทแอพพลิเคชั่นฟรีใน 18 ประเทศ และมีผู้ดาวน์โหลดไปใช้แล้วมากกว่า 45 ล้านคน จำนวน 20 ล้านคน เป็นผู้ใช้ในญี่ปุ่น รองลงมาคือ ไต้หวัน และไทย จาก 230 ประเทศทั่วโลกที่มีการใช้ไลน์ นอกจากนี้ยังมีการส่งข้อความของผู้ใช้งานถึงเพื่อน ครอบครัว และแฟน สูงถึง 1,000 ล้านครั้งต่อวัน และคาดว่าจำนวนผู้ใช้จะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเดือนละ 5 ล้านคน

“ไลน์เป็นแอพพลิเคชั่นดาวน์โหลดฟรี ทำให้ปัจจุบันรายได้หลักของไลน์มาจากการขายสติกเกอร์ ซึ่งหลังจากเปิดสติกเกอร์ ช็อปเมื่อเดือน เม.ย. เพียงระยะเวลา 2 เดือน สามารถสร้างรายได้ถึง 350 ล้านเยน  (ประมาณ 139 ล้านบาท) ปัจจุบันขายสติกเกอร์ได้เดือนละ 200 ล้านเยน  (ประมาณ 80 ล้านบาท) โดยขายดีมากในไต้หวัน และไทย นอกเหนือจากสติกเกอร์ มูน บราวน์ และโคนี่ ที่คนส่วนใหญ่จะรู้จักกันอย่างดี”

สิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นกับไลน์ นายอะกิระบอกว่า ไลน์จะพัฒนาสู่“สมาร์ทโฟน ไลฟ์ แพลตฟอร์ม” ด้วยการเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ ๆ เพื่อให้เป็นมากกว่าแอพพลิเคชั่นส่งข้อความก้าวข้ามไปสู่การให้บริการโซเชียลเน็ตเวิร์กกิ้ง โดยจะเริ่มให้บริการกับผู้ใช้งานในญี่ปุ่นก่อนในวันที่ 5 ก.ค. จากนั้นจะขยายไปยังประเทศอื่น ๆ ต่อไป โดยบริการใหม่จะมีฟีเจอร์ใหม่ ๆ คือ หน้าหลัก (Home) ไทม์ไลน์ (Timeline) และ ไลน์ ชาแนล (Line Channel)

สำหรับ หน้าหลัก (Home) ผู้ใช้งานสามารถสร้างหน้าหลัก ตกแต่งภาพของตัวเองได้ อัพโหลดเนื้อหาและข้อความได้ทุกชนิด  แชร์สิ่งต่าง ๆ ให้กับเพื่อน และคนในลิสต์รายชื่อ ไม่ว่าจะเป็น ภาพ วิดีโอ ข้อมูลสถานที่ โพสต์คอมเมนต์สติกเกอร์ได้ง่าย ส่วนไทม์ไลน์ (Timeline)  เป็นการรวมหน้าหลักของเพื่อน ๆ เพื่อให้เราทราบความเคลื่อนไหวของเพื่อน  ส่วนไลน์ ชาแนล (Line Channel) ถือเป็นช่องทางสื่อสารที่จะรวบรวมเนื้อหา (content) และบริการใหม่ ๆ เช่น เกมบนสมาร์ทโฟน  เพลง หนัง ดูดวง คูปองส่วนลด ชอปปิง กีฬา แผนที่ พยากรณ์อากาศ ฯลฯ

“ไลน์ถือเป็นการปฏิวัติโทรศัพท์แบบสมาร์ทโฟนให้สื่อสารโต้ตอบกันได้แม้จะต่างระบบเครือข่าย หรืออยู่กันคนละประเทศ บริษัทได้ตั้งเป้าหมายว่าเมื่อถึงสิ้นปีนี้จะมีผู้ใช้ไลน์มากกว่า 100 ล้านคนทั่วโลก และจะพยายามทำให้ไลน์มีจำนวนผู้ใช้เทียบเท่าเฟซ
บุ๊กให้ได้ โดยใช้กลยุทธ์ขยายตลาดและผู้ใช้ไปในประเทศจีน และสหรัฐอเมริกา รวมถึงยุโรปจากที่ปัจจุบันผู้ใช้จำนวนมากอยู่ในเอเชีย” นายอะกิระ กล่าว

ส่วน นายจุน มาซูดะ รองผู้จัดการ สายงานวางแผนกลยุทธ์และสายการตลาด บริษัท เอ็นเอชเอ็น เจแปน กล่าวว่า ตลาดประเทศไทยถือว่าไลน์มีอัตราการเติบโตอย่างมาก โดยเฉพาะสติกเกอร์ขายดีมาก จึงจะพยายามผลักดันการขายสติกเกอร์ให้เติบโตเพิ่มขึ้นอีก โดยจะนำตัวละครหรือคาแรกเตอร์ที่ดังในแต่ละประเทศมาออกแบบเป็นสติกเกอร์ของไลน์ โดยเปิดโอกาสให้นักออกแบบในประเทศนั้น ๆ เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนา ซึ่งแน่นอนว่ารวมถึงนักออกแบบคนไทยด้วย นอกจากนี้จะนำตัวละครมาทำเป็นสินค้าเพื่อจำหน่าย อาทิ เสื้อ ที่ติดโทรศัพท์มือถือ ตุ๊กตา ฯลฯ โดยจะเริ่มในญี่ปุ่นก่อน หากประสบความสำเร็จจะขยายไปยังประเทศอื่น ๆ ต่อไป

ด้าน นายทาเคชิ อิเดซาวะ ผู้จัดการและหัวหน้าฝ่ายการให้บริการธุรกิจเว็บไซต์  กล่าวว่า ไลน์ ได้ถูกพัฒนาขึ้นประมาณเดือน มี.ค.  2554 ช่วงที่ญี่ปุ่นประสบเหตุการณ์แผ่นดินไหวและสึนามิครั้งใหญ่ โดยใช้พนักงานกว่า 100 คนร่วมทำโครงการนี้ขึ้นมา ใช้เวลาทั้งสิ้น 2 เดือน โดยมีทั้งระบบปฏิบัติการไอโอเอส แอนดรอยด์  วินโดว์ส โฟน และขณะนี้อยู่ระหว่างพัฒนาให้ใช้ได้กับแบล็กเบอร์รี่ คาดว่าจะใช้เวลาอีก 3 เดือนจะสามารถเปิดตัวได้ ซึ่งการขยายให้ใช้งานได้หลาย ๆ ระบบปฏิบัติการจะช่วยเพิ่มให้จำนวนผู้ใช้ขยายตัวมากขึ้น

อย่างไรก็ตามแม้ไลน์จะถูกพัฒนาขึ้นที่ญี่ปุ่น แต่การพัฒนาธุรกิจและทำตลาดทางเอ็นเอชเอ็น คอร์ป จากเกาหลีใต้จะเป็นผู้ดูแล ซึ่ง นายลี จิน วู ผู้จัดการอาวุโส สำนักงานฝ่ายธุรกิจ  บริษัท เอ็นเอชเอ็น คอร์ป  บอกถึงการทำตลาดในไทยว่า จะหาช่องทางให้ผู้ใช้งานสามารถซื้อสติกเกอร์ได้ง่ายขึ้นจากที่ต้องจ่ายผ่านบัตรเครดิตก็จะร่วมกับผู้ให้บริการมือถือคิดยอดเงินดาวน์โหลดไปพร้อมกับบิลค่าโทรศัพท์เลย เพื่อลดขั้นตอนยุ่งยากจากการใช้บัตรเครดิต

นอกจากนี้จะทำตลาดร่วมกับผู้ผลิตและจำหน่ายโทรศัพท์มือถือ โดยเริ่มแล้วกับโนเกีย ลูเมีย และกำลังจะขยายไปยังผู้จำหน่ายโทรศัพท์มือถือแอนดรอยด์ต่อไป.

จิราวัฒน์ จารุพันธ์
JirawatJ@dailynews.co.th


Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แบ่งปัน

จำนวนคนดู 177469 ครั้ง

แสดงความคิดเห็น