วันพุธ 23 เมษายน 2557 อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานทุนทรัพย์ จำนวน 84 ล้านบาท เพื่อเป็นทุนประเดิมในการก่อตั้ง มูลนิธิ อุทกพัฒน์ ซึ่งทรงให้ใช้พระมหาพิชัยมงกุฎ เป็นเครื่องหมายประจำมูลนิธิด้วย

ผมคิดว่าข่าวมหามงคลเช่นนี้จะเป็นข่าวเทคโนโลยีที่ดีที่สุดของประเทศไทยประจำปีนี้แน่นอน เพราะเป็นผลผลิตที่ตกผลึกมาจากความรักอันบริสุทธิ์ที่ในหลวงท่านทรงห่วงอนาคตของประชาชนชาวไทยที่อาจจะต้องประสบความทุกข์ยากลำบากจากสภาวะอากาศเปลี่ยนแปลง (Climate Change) ของโลกในอนาคตซึ่งมีแต่จะสาหัสขึ้นตามลำดับ

ผมมั่นใจว่าประชาชนที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยทุกคนหากได้ยินข่าวนี้จะได้อบอุ่นหัวใจมากที่สุด

ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล ประธานมูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้กล่าวว่า “ทรงมีพระราชประสงค์ให้มาตั้งมูลนิธิเรื่องน้ำโดยเฉพาะ เพื่อลดปัญหาเรื่องน้ำของประเทศไทย ระยะหลังมีปัญหาน้ำเข้ามาตลอดเวลาซึ่งประเทศไทยอยู่กับเรื่องน้ำ ระบบน้ำเกี่ยวข้องกับทุกปัญหา และมีแต่ปัญหาเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ รุนแรงขึ้นในด้านภัยพิบัติ ภัยธรรมชาติ”

ดร.รอยล จิตรดอน ในฐานะเลขาธิการมูลนิธิอุทกพัฒน์ ได้เปิดเผยว่า “จำนวนเงิน 84 ล้านบาท เพื่อใช้เป็นทุนประเดิมในการก่อตั้งมูลนิธิฯ เพื่อพัฒนาเรื่องน้ำใน 3 ภารกิจสำคัญ อาทิ จัดการข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับน้ำ และนำเสนอให้ประชาชนเข้าใจ ขยายผลสำเร็จของการจัดการน้ำในระดับชุมชนออกไปในวงกว้าง ตลอดจนให้ทุนวิจัยเรื่องน้ำ แนวคิดใหม่ และทุนการศึกษาสร้างบุคลากรวิจัยให้กับประเทศเป็นต้น”

“นอกจากนี้ จะมีการโอนงานส่วนหนึ่ง เช่น โครงการจัดการทรัพยากรน้ำในระดับชุมชน ตามแนวพระราชดำริ และการประกวดการจัดการน้ำชุมชนตามแนวพระราชดำริ ซึ่งเดิมเป็นของ สสนก. มาอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของมูลนิธิอุทกพัฒน์ด้วย”

“มูลนิธิฯ จะเข้าไปดูแลแก้ปัญหาเรื่องน้ำที่เกิดขึ้นในชุมชนกว่า 150 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2541 โดยบริหารจัดการน้ำตามแนวพระราชดำริ เศรษฐกิจพอเพียง และเกษตรทฤษฎีใหม่ ซึ่งสามารถแก้ปัญหาเรื่องน้ำในชุมชนได้เป็นอย่างดี โดยมูลนิธิจะขยายความสำเร็จของหมู่บ้านต้นแบบ จำนวน 20 แห่ง ไปยังชุมชนใกล้เคียงให้ได้ 100 แห่ง ด้วยรูปแบบที่ชัดเจนมากขึ้น”

“นอกจากนี้ ยังจะให้ทุนวิจัย กับนักวิจัยในเครือข่ายมหาวิทยาลัย โดยเน้นให้ทุนกับโจทย์วิจัยใหม่ ที่ประเทศยังขาดแคลน อาทิ การบริหารจัดการน้ำจากเขื่อน สภาพการเปลี่ยนแปลงของลมและฝน ซึ่งปัจจุบันมี 3 มหาวิทยาลัยที่ตอบรับและให้ความสนใจ”

ว่าที่จริงแล้วจำนวนเงิน 84 ล้านบาท ดูเหมือนจะน้อยมากแต่สามารถทำอะไรได้เป็นประโยชน์และมีคุณค่าต่อประชาชนคนไทยได้อย่างมหาศาลและมีประสิทธิภาพมากที่สุด โดยมิได้เบียดเบียนภาษีของประชาชนเลยแม้แต่น้อย

ประสิทธิภาพที่ผมว่ามากที่สุด เพราะการประสานงานกับเอกชนจะเข้าถึงชาวบ้านได้ดีกว่าระบบราชการ ซึ่งสามารถสร้างความเข้าใจได้ดีกว่าเพราะไม่มีขั้นตอน

พระองค์ท่านเคยรับสั่งว่า “อย่าทำอะไรเป็นทฤษฎีไปหมด นำโครงการไปทำขยายไปอีกที่หนึ่งให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมที่นั่น อย่าคิดว่าสำเร็จแล้วต่อไปต้องสำเร็จอีก และอย่าทำอะไรให้เป็นสูตรตายตัว” ทรงห่วงปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ ทรงเน้นเรื่องฝนตกในประเทศไทย

พระองค์ท่านทรงทำเรื่องน้ำ และทำมา 60 ปีกว่า หน้าที่ของมูลนิธินำโครงการของพระองค์ท่านมาสานต่อให้ถึงประชาชน

พระปรีชาสามารถของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในด้านการจัดการเทคโนโลยีนับว่าสูงสุด มิมีอะไรจะเสมอเหมือน เพราะความรักอันบริสุทธิ์ผุดผ่องของพระองค์ท่านที่มีต่อพสกนิกรชาวไทยในทุกกรณี เรารักในหลวง.

รองศาสตราจารย์ ดร.บุญมาก ศิริเนาวกุล
อธิการบดีมหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด
boonmark@stamford.edu

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แบ่งปัน

จำนวนคนดู 16818 ครั้ง

แสดงความคิดเห็น