วันศุกร์ 19 กันยายน 2557 อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ปัจจุบันการเลี้ยงปลาในบ่อพลาสติก กำลังเป็นที่นิยมเนื่องจากใช้พื้นที่น้อยวัสดุที่ใช้สามารถใช้ได้ต่อเนื่องนานประมาณ 3-5 ปี ช่วยลดปัญหาคุณภาพน้ำไม่เหมาะสมอันเกิดจากสภาพของพื้นดิน โดยเฉพาะพื้นที่ดินเปรี้ยว

กลุ่มงานส่งเสริมและพัฒนาอาชีพประมงของศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.จันทบุรี ได้จัดทำโครงการเลี้ยงปลาในโรงเรียนเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้โรงเรียนในพื้นที่รับผิดชอบนำไปดำเนินการเพื่อเป็นอาหารกลางวันของเด็กนักเรียนขึ้นโดยเลี้ยงปลาดุกบิ๊กอุย ซึ่งเป็นปลาที่เลี้ยงง่าย โตเร็วเหมาะสมกับกิจกรรมของเด็กนักเรียนในโรงเรียน

การเลี้ยงปลาในบ่อพลาสติกนั้นขั้นต้นต้องเลือกทำเลที่เหมาะสมสามารถหาน้ำจืดได้สะดวก ทำงานง่าย มีร่มเงาบ้างเล็กน้อย ขนาดของบ่อพลาสติกสามารถจัดทำได้หลายขนาด ขึ้นอยู่กับพื้นที่และวัสดุ ปกติจะใช้บ่อให้มีความลึกประมาณ 1 เมตร ความกว้าง x ความยาวนิยมใช้ 4x5 เมตร, 5x5 เมตร หรือ 6x5 เมตร ควรเตรียมน้ำให้ได้ความเป็นกรดเป็นด่าง ประมาณ 7-7.5 โดยเริ่มต้นที่ความลึก 30 เซนติเมตร ปล่อยลูกปลาดุกบิ๊กอุยขนาดประมาณ 2-3 นิ้ว ในอัตรา 30-40 ตัว ต่อตารางเมตร จากนั้นจึงเพิ่มระดับน้ำ อาหารที่ใช้เลี้ยงปลาอาจใช้อาหารเม็ด สำเร็จรูป อาหารปลาสดบดละเอียด หรือ เศษอาหารก็ได้ ควรมีการเปลี่ยนถ่ายน้ำบ้าง ถ้าน้ำมีคุณสมบัติไม่เหมาะสม ใช้เวลาในการเลี้ยงประมาณ 3-4 เดือน  ปลาจะมีขนาดประมาณ 5-7 ตัวต่อกิโลกรัม อัตรารอด 80-90% สามารถให้ผลผลิตสูงถึง 5-7 กิโลกรัมต่อตารางเมตร โดยให้ระดับน้ำในเดือนแรกของการเลี้ยงอยู่ในระดับที่ความลึก 30-40 เซนติเมตร

อาหารที่ให้ในช่วงที่ลูกปลาดุกมีขนาดเล็ก 2-3 ซม. ควรให้อาหารผสมคลุกน้ำปั้นเป็นก้อนให้ลูกปลากิน โดยให้กินวันละ 2 ครั้ง หว่านให้กินทั่วบ่อโดยเฉพาะในบริเวณขอบบ่อ เมื่อลูกปลามีขนาดโตขึ้นความยาวประมาณ 5-7 ซม. สามารถฝึกให้กินอาหารเม็ดได้ หลังจากนั้นเมื่อปลาโตขึ้นจนมีความยาว 15 ซม. ขึ้นไปจะให้อาหารเม็ดเพียงอย่างเดียวหรืออาหารเสริมชนิดต่าง ๆ ได้ เช่นปลาเป็ดผสมรำละเอียดอัตรา 9 : 1 หรือให้อาหารที่ลดต้นทุน เช่น อาหารผสมบดจากส่วนผสมต่าง ๆ เช่น กระดูกไก่ ไส้ไก่ เศษขนมปัง เศษเส้นหมี่ เศษเลือดหมู เลือดไก่ เศษเกี๊ยว หรือเศษอาหารต่าง ๆ เท่าที่สามารถหาได้ นำมาบดรวมกันแล้วผสมให้ปลากิน แต่การให้อาหารประเภทนี้จะต้องระวังเรื่องคุณภาพของน้ำในบ่อเลี้ยงให้ดี เมื่อลูกปลาเลี้ยงได้ประมาณ 3-4 เดือนปลาจะมีขนาดประมาณ 200-400 กรัมต่อตัว ซึ่งผลผลิตที่ได้จะประมาณ 10-14 ตันต่อพื้นที่
1 ไร่ อัตรารอดตายประมาณ 40-70% เมื่อตอนเริ่มเลี้ยงใหม่ ๆ ระดับความลึกของน้ำในบ่อควรมีประมาณ 10-40 ซม. เมื่อลูกปลาเจริญเติบโตขึ้น ในเดือนแรกจึงเพิ่มระดับน้ำสูงเป็นประมาณ 50-60 เซนติเมตร หลังจากย่างเข้าเดือนที่สองควรเพิ่มระดับน้ำให้สูงขึ้น 10 เซนติเมตรต่ออาทิตย์ จนระดับน้ำในบ่อมีความลึก 1.20-1.50 เมตร การถ่ายเทน้ำควรเริ่มตั้งแต่การเลี้ยงผ่านไปประมาณ 1 เดือน โดยถ่ายน้ำประมาณ 20% ของน้ำในบ่อ 3 วันครั้ง หรือถ้าน้ำในบ่อเริ่มเสียจะต้องถ่ายน้ำมากกว่าปกติ
ปลาดุกอุยเป็นปลาน้ำจืด มีกระดูกท้ายทอยยื่นแหลมออกไปลักษณะคล้ายรูปสามเหลี่ยม ลำตัวสั้นป้อมกว่าปลาดุกด้าน ลำตัวมีสีดำปนเหลือง มีจุดขาวเล็ก ๆ เรียงเป็นแถวขวางลำตัวหลายแถว มีครีบหลังสูงกว่าปลาทั่วไปมาก สามารถเคลื่อนที่บนบกได้เป็นระยะทางสั้น ๆ โดยใช้ครีบช่วย พบได้ในพื้นที่แถบประเทศไทยไปจนถึงเวียดนาม และมีการนำไปเลี้ยงในประเทศจีน, มาเลเซีย, เกาะกวม และฟิลิปปินส์ปลาดุกอุยเป็นที่นิยมของผู้บริโภคชาวไทยและชาวลาวมากกว่าปลาดุกด้าน เนื่องจากเนื้อมีรสชาติมัน อร่อย มีราคาที่สูงกว่าปลาดุกด้าน.


Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แบ่งปัน

จำนวนคนดู 30,950 ครั้ง

แสดงความคิดเห็น