วันพฤหัสบดี 30 ตุลาคม 2557 อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

วันนี้ ( 19 ก.ย.)  ที่ห้องประขุม 50 ปี สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง นายจิตติน วิเศษสมบัติ ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง(สร.กสย.) พร้อมกรรมการสหภาพฯแถลงข่าวว่าได้ยื่นหนังสือคัดค้านการแปรรูปรัฐวิสาหกิจของการยางทั้งระบบเป็นองค์กรมหาชนต่อนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.เกษตรและสหกรณ์  ในฐานะประธานกรรมการสงเคราะห์การทำสวนยาง โดยขอให้พิจารณาทบทวนร่าง พ.ร.บ.การยางแห่งประเทศไทย พ.ศ....ที่มิให้ การยางแห่งประเทศไทย(กทย.) เป็นรัฐวิสาหกิจ ไม่ให้อยู่ภายใต้บังคับกฎหมายแรงงาน

และให้นายวิทย์ ประทักษ์ใจ ผอ.สกย.ออกจากตำแหน่งเพราะไม่มีความจริงใจต่อชาวสวนยางและเป็นผู้เสนอต่อกรรมาธิการร่างกฎหมายของสภาที่จะเปลี่ยนแปลงการยางแห่งประเทศไทยจากรูปแบบรัฐวิหากิจ เป็นองค์กรมหาชน ซึ่งจะเกิดผลกระทบต่อชาวสวนยางกว่า 6 ล้านคน พนักงานลูกจ้าง 2,000 คน กลับไม่รู้เรื่องนี้มาก่อน โดยตามหลักการต้องผ่านการมีส่วนร่วมในการพิจารณาผลดีผลเสียก่อนซึ่งในที่สุด ผลการประชุมคณะกรรมาธิการเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2555 ที่ผ่านมาคณะกรรมาธิการได้ลงมติให้ กยท. เป็นองค์การมหาชน

“ที่ผ่านมา ผอ.กสย. พยายามเดินหน้า ผลักดัน กยท.เป็นรูปแบบมหาชน โดยยกตัวอย่างหน่วยงาน สวทช.ซึ่งภารกิจแตกต่างจาก กยท.โดยสิ้นเชิง เรื่องนี้กระทบต่อสิทธิประโยชน์ ทั้งพนักงานลูกจ้าง จะสิ้นสิทธิประโยชน์สภาพการจ้างเดิม ส่วนชาวสวนยาง จะเสียประโยชน์ด้านเงินสงเคราะห์หรือCESS ซึ่ง พรบ.กองทุนฯสวนยาง กำหนดชัดเจนว่าไม่เกินร้อยละ 85 จ่ายเป็นเงินทุนสงเคราะห์ปลูกยางแทนให้เกษตรกรส่วนที่เหลือ แยกเป็นไม่เกินร้อยละ 10 เป็นค่าบริหารจัดการองค์กรและไม่เกินร้อยละ 5 ใช้ในการวิจัยพัฒนายาง ซึ่งเป็นหน้าที่ของสถาบันวิจัยยาง เห็นได้ชัดเจนว่าเงินCESS ตาม พรบ.เดิมเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรโดยตรง แต่รูปแบบที่นายวิทย์ ผลักดัน ไม่มีความชัดเจนเรื่องเงิน CESS แต่อย่างใด ซึ่งพนักงานและลูกจ้างรับไม่ได้ และพร้อมจะออกมาคัดค้านจากทุกพื้นที่ เพราะการยางแห่งประเทศไทย ต้องเป็นรัฐวิสาหกิจเท่านั้นจึงบริหารงานให้กับเกษตรกรได้อย่างครบวงจร”นายจิตติน กล่าว

ทั้งนี้นายวิทย์ สร้างปัญหาให้กับองค์กร ในเรื่องความไม่โปร่งใสในการบริหาร เช่นการจัดจ้างทำป้ายพร้อมกรอบไวนิลและตู้กล่องไฟในทุกสำนักงานจังหวัด การจัดซื้อรถยนต์โดยสารขนาด 12 ที่นั่ง  จำนวน 4 คัน การจัดซื้อรถยนต์โดยสารขนาด 11 ที่นั่ง เพื่อทำรถรับรอง ซึ่งขัดกับมติ ค.ร.ม.ทั้งการจัดการจัดซื้อปุ๋ยเคมี จำนวน 30,000 ตัน  ซึ่งสำนักงาน ปปช. ได้มีหนังสือให้ทำการชี้แจงข้อเท็จจริง  และในฐานะที่เป็นผู้รับผิดชอบโครงการปลูกยาง 8 แสนไร่ แต่ไม่สามารถทำให้โครงการดังกล่าวบรรลุวัตถุประสงค์เป็นผลให้เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการต้องเสียค่าใช้จ่ายต่างๆโดยไม่เกิดประโยชน์ รวมทั้งต้องเสียเวลาในการปลูกยางพาราออกไปอีกหลายปี
 


Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แบ่งปัน

จำนวนคนดู 22,729 ครั้ง

แสดงความคิดเห็น